หลังจากเมื่อ 4 ปีก่อนส่งรถจักรยานยนต์ออโตเมติก “ยามาฮ่า ฟีโน่” สไตล์โมเดิร์น คลาสสิก โดยมีสองหนุ่มกอฟไมค์ มา i love Fino อยู่หลายปีดีดักเพื่อเพิ่มความคึกคักให้ตลาดรถจักรยานยนต์จนประสบความสำเร็จในด้านยอดขาย และเป็นผู้นำเทรนด์กับรถจักรยานยนต์ระบบออโตเมติกไปแล้ว

กลับมาหนนี้ ยามาฮ่า รุกตลาดผู้หญิงมากขึ้นกว่าเดิมค่ะ จึงได้ออก จักรยานยนต์ออโตเมติกอีกหนึ่งรุ่น ที่ใช้ชื่อกิ๊บเก๋ ว่า “ยามาฮ่า ฟิโอเร่” ซึ่งเค้าก็ Proudly Presented มากกับระบบ “หัวฉีดอัจฉริยะ YMJET (ยามาฮ่า เอ็ม เจ็ท)” พร้อมด้วยเทคโนโลยีกระบอกสูบไดอะซิล และตอกย้ำความเป็นผู้นำเทรนด์ออโตเมติกด้วยล้อขนาด 12 นิ้ว (ซึ่งอิชั้นก็มิทราบว่ามันคืออิหยัง?? = =” หรอกนะ ไม่เชี่ยวชาญด้านมอเตอร์ไซค์ซะด้วย แต่พอดีอยากจะเอาการตลาดมันมาวิเคราะห์เท่านั้นเองเพราะเห็นว่าน่าสนใจมากๆ)

โดย Fiore เนี่ยยามาฮ่าเค้าจงใจที่จะเปิด Segment ใหม่ที่เป็น Segment ที่จะเจาะกลุ่มตลาดผู้หญิงโดยเฉพาะ และเน้นการทำ Lifestyle Marketing ที่ผสมผสานกับ Retro Marketing (Retro Nova) มาพร้อมกับสโลแกน “Smart’n in Style สมาร์ท…แบบมีสไตล์”

Fiore ถูกแยกCollectionอย่างชัดเจนในรูปแบบของสีสรร และสไตล์ของตัวรถเองพร้อมทั้งยังสามารถตกแต่งรถได้ตามสไตล์ที่อยากทำ โดยยามาฮ่าเรียกในส่วนนี้ว่า Make up …. อะไรก็ว่าไป

Make Up Your Cute


iCUTE Collection แต่งให้คิ้วท์ บิวติฟูล ไบค์… มีให้เลือก 3 สี
* สีเขียว
* สีชมพู
* สีม่วง

Make Up Your Chic


iCHIC Collection เปรี้ยวจี๊ดจ้าด เทรนด์โดนใจ… มีให้เลือก 3 สี
* สีแดง-ดำ
* สีเขียว-ดำ
* สีน้ำเงิน-ส้ม

Make Up Your Cool


iCOOL Collection อัพความเท่ เสน่ห์อยู่ที่ความคูล… มีให้เลือก 2 สี
* สีดำ-น้ำตาล
* สีขาว-แดง

พินนี่ไม่แน่ใจนักหรอกนะว่าSegment ผู้หญิงที่ยามาฮ่าคิดว่าเป็น Segment ที่น่ากระโดดลงมาเปิด Segment ใหม่เนี่ยมันจะนำพาให้ยอดขายของ Fiore เติบโตไปได้แค่ไหน เพราะยังไง ผญ.ที่ขี่มอเตอร์ไซค์จริงๆ จังๆ ยังคงมีสัดส่วนที่น้อยกว่าผู้ชายแน่นอน แต่การที่ Fiore ออกแบบมาให้สำหรับดัดแปลงให้ใช้ได้ทั้งผู้ชายผู้หญิง (ในเรื่องของสีสรร หรือการที่สามารถเปลี่ยนหน้าปัดไฟ) ได้เนี่ยน่าจะทำให้ Fiore ครอบคลุมไปถึงผู้ใช้ผู้ชายด้วย

แต่ก็อย่าลืมว่า เค้าผลิตมาเพื่อตอบสนองกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้หญิงจริงๆ ดังนั้นเสียงตอบรับในตอนนี้ ของ Fiore เอง ก็ยังคงสู้ Fino ไม่ได้ เพราะในหลายๆ เวปบอร์ดเองต่างก็พูดว่า Fino ดีกว่าเยอะ แล้ว Fiore ก็ผู้หญิ๊ง ผู้หญิงเกินไป ทีนี้ก็ต้องมาดูกันต่อล่ะค่ะว่า marketing strategy ของ Fiore จะสามารถนำพาให้ Fiore ไปถึงฝั่งฝันไหม

การนำ Lifestyle Marketing ของ Fiore มาผสมผสานกับ Retro Nova ในแบบโมเดลของ Fino ที่เคยทำมาแล้วนั้น ก็ยังคาดว่า Yamaha น่าจะได้ผลตอบรับที่ดีค่ะ เพราะสังคมในยุคปัจจุบัน อะไรก็ก้าวหน้าไปมาก เป็นยุคของโลกาภิวัฒน์ อะไรก็ทันสมัย แต่ผู้คนกลับยัง”โหยยหาอดีต” ดังนั้นการใช้ Retro Marketing ยังคงเป็นกระแสที่ไปได้อยู่ในยุคนี้ ดูอย่างตลาดย้อนยุคสิ ไปกันตรึม ทั้งเพลินวาน ตลาดน้ำ อัมพวา หรือหนังย้อนยุคก็ยังอินกันอยู่

ที่เห็นว่ายามาฮ่าออกจะเจ๋งกว่าคนอื่นตรงที่ ณ จุดนี้ได้ใช้พรีเซนเตอร์เกาหลีอย่างวง 2NE1 ซึ่งกำลังเป็นที่โด่งดังทั้งในเกาหลีและทั่วโลก มาเป็นตัวดึงดูดให้ผู้คนหันมาสนใจ product Fiore สงสัยกันมั้ยคะว่า  Yamaha เป็นยี่ห้อญี่ปุ่น ทำไมไม่ใช้ ดาราญี่ปุ่น??? ยามาฮ่าเค้าตามกระแสโลกค่ะ ยอมรับส่วนนึงว่า ฝ่ายการตลาดของยามาฮ่าเองก็ฝีไม้ลายมือไม่ย่อยหรอกนะ strategy ที่ใ้ช้ ก็ถือว่าตามโลก ทันเลยทีเดียว

2NE1 ไม่ได้เพียงแค่มาเป็นพรีเซนเตอร์ ทำหน้าสวยๆ ถ่ายลง ADs อย่างเดียวแต่ หนนี้เป็นปรากฎการณ์ใหม่สำหรับ การโปรโมตผลิตภัณฑ์อย่างรถจักรยานยนต์ A.T นะคะ เพราะว่าเป็นครั้งแรก ที่มี ADsเป็นมิวสิควีดีโอ ที่จงใจทั้งแต่งเพลง และทำวีดีโอขึ้นมาเพื่อ Fiore โดยเฉพาะค่ะ อย่างเพลง Don’t Stop the music จาก 2NE1 ที่เนื้อเพลงมี ท่อนคำว่า “Fiore” แทรกอยู่เป็นระยะๆ เพื่อ remind consumer ว่าเฮ่ยๆ นี่ Fiore นะ ส่วนใน MV เองก็จะมีภาพที่ 2NE1 ยืนคู่กับ Fiore หรือ ขี่ Fiore อยู่ แต่ MV เค้าทำดีนะคะ ไม่ได้รู้สึกว่าโดนยัดเยียดให้ดู Fiore แต่อย่างใด เพลงก็เพราะค่ะ โดย ยามาฮ่า โปรโมตเพลงตัวนี้ผ่าน Youtube ซึ่งใช้เวลาเพียง1 อาทิตย์หลังจากที่โปรโมต MV ตัวนี้และจัดงานแถลงข่าวไป FB ของ Fiore ก็พุ่งพรวด ทีเีดียวเป็น 6พันกว่า แบบไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว ว่า Singer Influencer จะมีอิทธิพลถึงเพียงนี้

ยุคนี้เป็นยุคของ Influencer นะพินนี่ว่า เอ้าาไหนๆก็ไหน ๆ เอา MV มาดูหน่อยก็แล้วกัน 🙂

อีกหนึ่งเหตุผลหลัก ที่ ยามาฮ่าเืลือกนักร้องมาเป็น Brand Ambassador มากกว่าที่จะเป็น ดารา นั่นก็เพราะว่า การโปรโมตหลังจากนี้จะทำง่ายกว่า เช่นจัดคอนเสิร์ต มีmeet & Greet หรืออะไรก็ว่ากันไป

การเปิดตัวของ Fiore เนี่ยแหวกแนวค่ะ Differentiation มากมาย ไปเปิดตัวบน “เรือ” ฟังไม่ผิดแน่…เปิดตัวบนเรือค่ะ = =” เห็นว่าจัดซะสวยงามอลังการงานสร้างมากมาย (ไปดูเค้ามาอีกที) สรุปว่างวดนี้ ยามาฮ่า รุกตลาดมากจริงๆ โดยเฉพาะการนำพาตัวเองเข้าไปสู่การทำการตลาดแบบ Retro Nova (ในเรื่องของรูปลักษณ์) ผสมกับ Social Media Marketing และ Lifestyle Marketing ด้วยไปพร้อมๆกัน แถมยังมี การใช้ตัวบัตรยามาฮ่าสมาร์ทเพิร์ส Fiore รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น อีกด้วย (ใช้กับ Co-Brand ได้เยอะแยะเลย) คือเอาทุกทางว่ากันแบบนั้นเถิดฮ่าๆ ดักหมดเลย ทำทั้ง Below The Line และ Above The Line กันเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีจัด Event Fiore Night Party ด้วยยยยย!!

เชื่อว่าหลายๆ คนที่ไม่ใช่นักการตลาด อาจจะงงๆ นิดหน่อยกับพวก Lifestyle Marketing หรือ Retro Marketing ก็ขออธิบายซักเล็กน้อยแ้ล้วกันค่ะเอาแบบเข้าใจง่ายๆ เลยนะ

Lifestyle Marketing ก็คือ การทำการตลาดโดยให้ความสำคัญกับ Lifestyle ของ target market เราหรือก็คือผู้บริโภคนั่นแหละค่ะ โดยเน้นพวกกิจกรรมทางการตลาด (marketing activity) ให้สอดคล้องเหมาะสม และลงตัวที่สุดกับ Lifestyle ของผู้บริโภคนั่นเองไม่ว่าจะเป็นการออกแบบสินค้า (product design) หรือจะเป็นการบริการต่างๆ(services) การสื่อสารการตลาด (marketing communication) 

คำว่า “Lifestyle” ก็คือ แบบหรือวิถีการดำเนินชีวิต ในทางการตลาดเราจะประเมิน “วิถีการดำเนินชีวิต” ของผู้บริโภคจากปัจจัย 3 กลุ่มหลัก เรียกว่า AIO ได้แก่

1.       Activity – กิจกรรมหรือกิจวัตรที่ทำในแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ เช่น ทำงานหรือเรียนวันละกี่ชั่วโมง วันหยุดไปเที่ยวที่ไหน ฯลฯ

2.       Interest – เรื่องที่สนใจ เช่น ดนตรี การเมือง อาหาร สุขภาพ หรือ ธรรมะ ฯลฯ

3.       O – Opinion ความคิดเห็นต่อเรื่องต่างๆ เช่น ความคิดเห็นต่อกระแสนิยม เรื่องโลกนี้โลกหน้า ฯลฯ

Lifestyle Marketing จะมีงานที่สำคัญอยู่ 3 ขั้น ก็คือ

1.       Lifestyle Segmentation

2.       Lifestyle Positioning

3.       Lifestyle Branding

มาถึง Retro Marketing กันบ้าง

การตลาดย้อนยุค กระแสนี้ถูกปลุกกลับขึ้นมาอยู่เป็นระยะ อะไรๆก็หันมาใช้คำว่า “Retro” เช่น ตลาด Retro, ร้านอาหารแนว Retro, เสื้อผ้า แนว Retro หรืออื่นๆอีกมากมาย จริงๆ แล้วความหมายที่แท้จริงของ Retro Marketing คืออะไรกันแน่  Retro Marketing หรือการตลาดแบบย้อนยุคนั้น เป็นแนวคิดที่มีการนำสินค้าหรือบริการมาทำการตลาด โดยใช้ความรู้สึกหวนถึงความหลังในอดีต (Nostalgia) ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็น วิถีชีวิต แฟชั่น และวัฒนธรรม มาใช้เป็นกลยุทธ์ในการเชื่อมโยงกับลูกค้า เพื่อสร้างความรู้สึกย้อนระลึกถึง ความสุขในวัยเด็กหรือวัยรุ่น ของผู้บริโภคในการกลับไปหาอดีต เพื่อตอบเป้าหมายทางการตลาดที่กำหนดไว้ โดยการใช้บ้านเรากลยุทธ์การตลาดแบบย้อนยุค สามารถแบ่งได้เป็นสองแบบ คือ Retro-Retro และ Retro- Nova

การตลาดย้อนยุคแบบ Retro-Nova คือ การนำสิ่งที่ประสบความสำเร็จในอดีตมาเสนอใหม่ในปัจจุบัน โดยจะมีการปรับปรุง เพิ่ม ผสมผสานเทคโนโลยีใหม่เข้าไปในสินค้า/บริการนั้น นักการตลาดใช้สิ่งที่ประสบความสำเร็จในอดีต เพื่อดึงประสบการณ์ อารมณ์ ความรู้สึกของผู้บริโภค ให้หวนคิดถึง กระตุ้นให้มีอารมณ์ความรู้สึกร่วมไปกับสินค้า/บริการนั้นๆ โดยจะมีการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ ผสมเทคโนโลยีปัจจุบันเข้าไปเพื่อให้สินค้า/บริการมีคุณค่า (Value Added) และร่วมสมัย (Contemporary) มากขึ้น เช่น รถจักรยานยนต์ ฟีโน่ (Fino) รถยนต์อย่าง  VW Beetle และ Mini Cooper รวมถึง หนัง-เพลงเก่า ที่นำกลับมาร้อง มาสร้างใหม่  แนวคิด Retro-Nova เป็นการพัฒนาให้สินค้าให้มี Functional Benefit ทัดเทียมกับสินค้าที่ขายอยู่ในท้องตลาดปัจจุบัน รวมถึงสามารถช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าสมัยใหม่ที่อาจจะไม่ได้มีประสบการณ์ ร่วมกับสิ่งที่นำมาทำใหม่ แต่ซื้อเพราะเทคโนโลยีที่ใส่เข้าไปใหม่

ซึ่งก็เหมือนๆกับ FINO และ Fiore นี่ล่ะค่ะ ที่ใช้รูปลักษณ์ของจักรยานยนต์เป็นในรูปแบบของย้อนยุค อารมณ์เวสป้า อะไรแบบนั้น แต่เครื่องเคราข้างในเนี่ย นวัตกรรมใหม่ทั้งนั้น ของ Fiore เองก็เป็นแบบหัวฉีด YMJET อะไรของเค้านั่นล่ะ 🙂 แต่ืพินนี่เชื่อนะ ว่าแม้ Market Share A.T ของ ยามาฮ่า จะตามหลัง Honda อยู่ 1 step ก็จริง แต่ถ้า ยามาฮ่ามาถูกทางและสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบให้ทันโลก โดยเฉพาะการทำกลยุทธ์การตลาดให้แข่งแกร่ง คงสู้ Honda ได้บ้างแหละ ที่แน่ๆ คงตัวเลขคงเขยิบไปใกล้ๆ กันมากขึ้นไม่หนีห่างกันเท่าไหร่ อะไรที่มีดีอยู่แล้วก็พร่ำตอกย้ำเข้าไป remind เรื่อยๆ คง success ได้ไม่ยาก และเชื่อว่าการที่หลีกหนีความจำเจ แบบนี้คงไม่ใช่แค่ยามาฮ่าแบรนด์เดียวที่กำลังพยายามทำ แบรนด์อื่นๆเองที่เป็นproduct ที่ต่างกันออกไปก็คงจะหยิบ Lifestyle Marketing มาทำกันให้พรึ่บแน่นอน 🙂

ส่วนใครอยากหาอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้ Source ด้านล่าง article นี้สามารถลิงค์ไปอ่านเพิ่มเติมได้เลยนะคะ 🙂

Source:

Yamaha Motor Fiore ll Yamaha Motor News ll Sanook.com ll Motorcyc.in.th ll Mkt Guru ll retromoment ll inside CMMU ll Marketeer ll

View :14195