หลังจากวิ่งวุ่นวายกับการที่จะต้องทำ Visa ไปอเมริกา ที่ใครๆก็ต่างกลัวกันนักหนาว่า มันขอยากขอเย็น สุดท้ายพินนี่ก็ได้มา U.S. visa 10ปี คงได้ไปเที่ยวอีกหลายหนเลยล่ะ(ถ้ามีเงิน – -“)

และแล้ววันเดินทางก็มาถึงค่ะ ใครที่ัยังงงๆว่าทำไมพินนี่ได้ไป New York ลองอ่าน Article ย้อนหลังได้นะคะ ที่นี่ เลยค่ะ Win a trip to the X-men Hotmail 16 June 11 เครื่องออก 18.30น. Flight SQ 979 จาก BKK-SIN แล้วก็ไปต่อ SQ26 จาก SIN-JFK ค่ะ วันนี้มีPresent IS ตอนบ่าย ต้องบึ่งไปมหาลัยก่อน พรีเซ้นเสร็จก็รีบบึ่งๆๆไปให้ทัน check in ที่สุวรรณภูมิ โดยที่มี @macroart บี่บี๋ที่น่ารักมารับที่มหาลัยแล้วมารับ หม่าม้า ไปพร้อมกันที่สนามบิน พอถึงสนามบินก็ได้เชคอินเลยค่ะ ได้Boarding Pass สอง Flight check through ยิงยาวทั้งคนทั้งกระเป๋าเลย

และไม่น่าเชื่อว่ามีแค่เป๋าใบเดียวแต่ อนิจจา – – ” มันน้ำหนักเกินตั้งแต่ขาไปเลยค่ะ โอ้โน้ T_T
อย่าคาดหวังให้ซื้อของฝากนะคะ เพราะไม่มีปัญญายัดกลับมา แล้วก็ไม่คุ้มค่า excess baggage แน่ๆ เชื่อเถอะ เป็น ground staff มาก่อนเข้าใจจุดนี้ดี – -” (คิดแล้วก็น้ำตาไหลมันหนักจริงๆให้ดิ้นตายแบกคนเดียวซะด้วยฮือT_T)

ระหว่างรอ Boarding ก็ถ่ายรูปเล่นซะหน่อย มีพี่โรเบิร์ต กับพี่ไผ่ มาส่งที่สนามบินด้วยค่ะวันนี้ทั้งสองคนทำงานพอดี(เป็น airlines staff)

บี่บี๋ @macroart พินนี่ @pinnynoy แล้วก็หม่าม้า @p_promrat

ต่อด้วยพินนี่กะพี่ไผ่ ขอบคุณนะฮะ มาส่งถึง Gate เลย

ขอบคุณ บี่บี๋ที่มาส่ง ฮืออๆไม่อยากจะไปเลย T_T ไม่เคยไกลกันหลายวันขนาดนี้เลย

พอเดินเข้าตม.แ้ล้วใจมันก็หวิวๆ นะ รู้สึกเหมือนไม่อยากจะไปอาจจะเป็นเพราะว่า หนนี้เป็นหนแรกจริงๆ ที่ไปคนเดียวไม่มีใครไปด้วยเลย แม้แต่คนรู้จักกันก็ไม่มี ส่วน The Winner ที่ชื่อ Jagapong คนนั้นก็ยังไม่เคยคุยกันไม่เคยเห็นหน้าและไม่รู้ว่าจะมาไหม แต่ Check in staff บอกว่า มันมี internet check in มาให้ตั้งแต่สิงคโปร์แ้ล้วว่าได้นั่งด้วยกัน โดยขาไปอิชั้นนั่ง Window seat ฮ่ะ (สบายตูอิอิ)

ได้เวลา boarding แล้วขอถ่าย ช็อตสุดท้ายกับพี่ไผ่่ก่อนแล้วกัน 🙂

ส่วนอันนี้เป็นวีดีโอที่ถ่ายไว้ระหว่างก่อนเดินทางจนถึงกระทั่งอยู่บนเครื่องบินค่ะ 🙂 จนกระทั่งไป Transfer ที่ Changi Airport Singapore เลยค่ะ

วิวข้างนอกเครื่องบินสวยเสมอ 😉

การเดินทางในช่วงแรกจาก กรุงเทพไป สิงคโปร์ ประมาณ 3-4 ชั่วโมงถือว่ายังไม่เหนื่อยมากค่ะ แต่หน้าเริ่มเยิ้มละ – -” ไปถึง Singapore ก็งงๆ นิดหน่อยค่ะ เพราะจุดนับพบที่ Burger king เนี่ยมันไม่ได้อยู่ Terminal อันเดียวกับที่เครื่องบิน Landed ค่ะ ดังนั้นเราจะต้องนั่ง Skytrain ใน Airport ไปลงที่ Terminal 3 ที่น่าอนาถคือ นั่งไปแล้วดันไม่ยอมลง ค่ะ – -” ต้องนั่งย้อนกลับมาอีกรอบฮ่าๆๆ ถือว่านั่งรถเล่นแล้วกันนะก๊ากกก
สนามบินเ้ึค้าสวยนะคะไม่ซับซ้อนด้วย

หน้าตา Skytrain เป็นแบบนี้ค่ะ โฮโซกว่าบ้านเราทีเดียว 🙂

และจุดหมายปลายทางของเราก็คือ จุดนัดพบที่ Burger King ค่ะเพื่อที่จะไปพบกับ Tamara จาก Microsoft และ The Winner จากประเทศต่างๆ เช่น Malaysia, Singapore และ Philippines ค่ะ

ถึงแล้วววBurger King !! Changi Airport Terminal 3

สรุปว่าพอเจอกันปุ๊ป Tamara ก็หยิบ Pink Lenovo IdeaPad Z470 มาให้ค่ะ งามงดมาก!!
เข้าขั้นสติแตก กรี๊ดสลบเหมือดเลย ค่ะ สีมันเจ็บจี๊ด สะเทือนใจมาก ซาบซึ้งสุดๆ เพราะตอนแรกจำได้ว่า เลือกสีแดงไปค่ะ่ เพราะไม่มีสีชมพูให้เลือก ถ้ามีให้เลือกก็จะเลือกอ่ะนะ่ แล้ว Tamara ก็บอกว่า เนี่ยเค้าคิดว่าพินนี่ต้องชอบสีนี้แน่ๆเลย แล้วก็จริงๆด้วยล่ะค่ะ กรี๊ดสลบเหมือดค่ะ ซึ่งเด๋ว blog ถัดๆไปอาจจะมีรีวิว เจ้าตัว z470 หรือเล่าประสบการณ์การใช้งานที่ประทับใจให้ฟังกันค่ะ 🙂 ชอบจริงๆ

หลังจาก พบThe winner ของแต่ละประเทศแล้วเราก็ผ่าน Check point ค่ะ (อีกแล้ว) เป็นเรื่องตลก สำหรับพินนี่มาก พอดีวันนั้นแต่งตัวไปเต็มสูบ ประหนึ่งไปเดิน catwalk ใส่short boot ซึ่งเป็นขนปุยๆ ค่ะ แล้วจะมีปัญหากับรองเ้ท้าคู่นี้มาก เพราะทุกคนที่เดินผ่าน check point แทบไม่ต้องถอดรองเท้าเลย แต่ของพินนี่เนี่ย โดนตะโกนตลอดว่า “take off your shoes” เป็นอะไรที่ฮา มาก โดนตั้งแต่สนามบินสุวรรณภูมิ สิงคโปร์ ยัน Frankfurt ยัน JFK เลย มันเหนื่อยเหมือนกันนะที่ต้องมาถอดเข้าถอดออกอยู่ แต่ก็เป็นอะไรที่เก็บมาอมยิ้มฮาได้ตลอดเลย 555

ส่วนอันนี้เป็นวีดีโอ ตอนหลังจากไป Disembarking ที่ Frankfurt แล้วค่ะ กำลังมุ่งหน้าไป JFK สังเกตได้ว่าหน้าเยินยู่ยี่และอิดโรยมากเพราะนอนไม่ได้เลยที่นั่งไม่่ค่อยสบายค่ะ อย่างว่าอะค่ะ economy class  lol

ลุ้นค่ะลุ้นๆ จะถึงแล้ววววอีกไม่กี่นาทีเองค่ะ

พอถึง JFK แล้วก็รอกระเป๋าค่ะ แล้วก็รวมตัวกันเพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระทึกพร้อมกันทุกคนซัก  1 รูปก่อนจะขึ้นรถไปโรงแรม Sofitel New York Time Square ที่ 45 west 44 street New York นะคะ 🙂 ซึ่งใช้เวลาประมาณโดยรวม 45 นาที จาก สนามบินไปโรงแรมค่ะ

Mark – Esther – Georgina- Nicholas – Niki – Tamara – Pinny – Golf 🙂

เรานั่งรถ Van สีดำเท่ห์ๆไปกันค่ะ หน้าตารถเป็นแบบนี้ 🙂

ล้อหมุนแย้วววหุๆ

จากการนั่งรถในครั้งนี้ เลยทำให้รู้ว่าไม่ใ่ช่แค่เมืองไทยค่ะที่รถติด – -” แต่ New York นี่ต้องเรียกติดโค่ดปู่ค่ะ ติดมากกกกกเกินบรรยาย เราใช้เวลามากกว่า 45นาทีค่ะกว่าจะถึงโรงแรมไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ – -”

หลังจากเดินทางกันมายาวนานกว่า 24ชั่วโมง บนเครื่องบิน ขาแทบเป็นง่อยเดินไม่ได้กันเลยทีเดียว และ Jet lag มากค่ะ ไม่ได้อาบน้ำ มาสองวันแล้ว แปรงฟันบนเครื่องอย่างเดียว จุดนี้อยากอาบน้ำที่สุดในสามโลกแ้ล้วค่ะ แต่พอถึงโรงแรมกลับตื่นเต้นกับวิว ค่ะ เลยถ่ายรูปใหญ่เลยฮ่าๆๆ ด้านตรงข้ามโรงแรมตึกสวยดีค่ะ ชอบสถาปัตยกรรมเค้านะ ดูมีเรื่องราวดีค่ะ

ฮาสุดคือตรงหน้าโรงแรมดันมี truck ที่แลดูเหมือน Optimus prime ใน Transformer มาก Niki เลยดีใจวิ่งเข้าไปถ่ายรูปใหญ่เลยฮ่าาา

เข้าไปถึงเราก็เชคอินค่ะ รู้สึกชั้นนึงจะมีสองคนที่ได้อยู่ห้องใกล้ๆ กัน ซึ่งพินนี่กับ Georgina ได้อยู่ห้องตรงข้ามกันค่ะคือ 305 และ 306 ของพินนี่ และ Esther ห้อง312 ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่มาก โดยรวมแล้วเค้าคงอยากให้ผญ อยู่ใกล้ๆ กันเอาไว้ละมั้ง ในส่วนของโรงแรม Sofitel New York นี่เด๋วจะรีวิวโรงแรมแยกต่างหากค่ะ ไม่รีวิวไม่ได้ อันนี้ a must เลย โรงแรมเค้าห้าดาวจริงๆ สมแ้ล้วที่ราคาค่าห้องนี่ บรื๋ยยยยยยย ได้ยินแล้วไม่กล้าพักอ่ะ – -”

พออาบน้ำอะไรกันเสร็จ เราก็ซิ่งกันเลยค่ะ มื้อแรกที่นี่คือ Shack Burger ค่ะ โซนแถว Time Square ที่เราพัก แต่ว่าต้องเดินไปหลาย Block เหมือนกันค่ะ Shack Burger เบอร์เกอร์ที่คิวยาวมาก ยาวกว่า Krispy Kreme อีก กล้าท้า แถมตอนเราออกมาเดินเนี่ยฝนก็ตกแล้วด้วยค่ะ T_T เปียกกกปอนนนน งืมๆๆ เ๋ด๋วจะมี รีวิวร้าน Shack Burger แยกต่างหากให้ค่ะ 🙂 อันนี้เรารูปหน้าร้านไปดูกันก่อน ขอบอกว่าอร่อยมากค่ะ คอนเฟิร์ม !!!

เท่าที่เห็นนะคะ รถTaxi รุ่นเก่าที่ NYC เนี่ยจะเป็น ยี่ห้อ Ford ค่ะ ทั้งคันจะเป็นสีเหลืองหมดเลยแล้วก็ขับด้วยพวงมาลัยซ้ายค่ะ (ไอ้เราก็เผลองงตลอดว่าทำไมtaxi คันไหนๆก็ไม่ว่างอ่อ มองผิด มันคนขับนี่หว่า อาเมน – -“)

เนื่องด้วยเป็นคนชอบดูละคร Broadway และ ฟังเพลง Classic มากๆ มา NYC แล้วก็ขอดู Broadway เรื่อง The Phantom of The Opera หน่อยค่ะ 🙂 หลังจากเรากิน Shack Burger กันเสร็จก็แยกย้ายกันไปทำธุระของแต่ละคนแบบเปียกปอน เพราะไม่มีใครคิดว่า NYC กำลัง Summer ไหงฝนตกหนักเฉย เลย  == ” ร่มก็ไม่ได้เอามาหนาวววววววววววาสุดใจโฮกกก คนที่จะดู Broadway มีพี่กอล์ฟ กะพินนี่ค่ะ ที่จะดูเรื่องเดียวกัน ส่วน Niki + Nicholas ดู Billy Elliot คือจริงๆ มันมีหลายเรื่องให้เลือก ทั้ง Pricilla, Adams family, Phantom of the opera, billy elliot ค่ะ ในส่วนของราคาเต็มเนียจะราวๆเกือบ $200 ซึ่งแพงมาก ดังนั้นเราจะไม่ซื้อค่ะฮ่าๆ เราจะมาต่อแถวซื้อตั๋ว 50% discount กันค่ะ ซึ่งแถวยาวมากกก แต่เราก็ต่อค่ะ ศิริรวมยืนขาแข็งตากฝนอยู่ 1ชม.30นาทีค่ะ – -” ได้ตั๋ว $67.50 มาซึ่งก็ยังแพงนะในความรู้สึกอ่ะ แต่ก็รับได้ๆ และแล้วก็ได้ตั๋วมาหึๆๆๆ

แล้วเราก็ไป M & M world ที่อยู่ไม่ห่างกันจาก TKTs ที่เราซื้อตั๋วดู broadway ไม่มากค่ะ ข้างใน amazing มากกกก เด๋วจะมีวีดีโอถ่ายบรรยากาศมาให้ดูค่ะ ทั้งตอนซื้อตั๋วและก็ตอนพาไปเที่ยวใน M & M ดูจาก VDO ด้านล่างได้เล้ยยยยย

เสร็จจาก M & M เราก็กลับที่พักกันก่อนค่ะ ตั้งหลักนิดนึง เพราะตากฝนมะล่อกมะแลกมาก เลยต้องอาบน้ำก่อนค่ะ อาบยังไม่ทันเสร็จดี พี่น้ำหนึ่งหรือ @iNammzz เพื่อนบี่บี๋ @macroart ที่อาศัยอยู่ที่่นี่มา9 ปีก็แวะมาหาค่ะ พอดีนัดกันไว้ว่า พี่น้ำหนึ่งจะพาไปทานข้าวเย็นค่ะ 🙂 พินนี่ พี่กอล์ฟ และพี่น้ำหนึ่งเลยตากฝนไปทานข้าวกัน ซึ่งเดินหลาย Block มาก ความทุลักทุเลไม่ได้อยู่ที่รังเกียจรังงอนจะไม่ยอมเดินหรอกนะคะ – -” ประเด็นคือมีร่มคันเดียวและ ฝนตกลมแรงมาก กางร่มก็ไม่เกิดประโยชน์อ่ะ ผลสรุปคือ เปียกซ่ก – -” ดังภาพ และวีดีโอนี้ค่ะ ในส่วนของร้านอาหาร PURE พินนี่จะรีวิวร้านอาหารแยกไว้ในส่วนของ Food review ให้ทีหลังนะคะ 🙂 ขอบอกว่าอร่อยมาก อร่อยกว่าอาหารไทยที่เมืองไทยซะอีก ต้องรอติดตามกัน 🙂 ในส่วนของ M & M เด๋วก็อาจจะมีรีวิวแยกต่างหากให้ด้วยเหมือนกันค่ะ 🙂 งานนี้เน้นของกินเป็นหลักฮ่าๆ

กินเสร็จแล้วก็ เตรียมตัวดู The Phantom of the Opera ทั้งๆ ที่ตัวยังเปีัยกนี่ละค่ะ เอาให้หนาวตายกันไปข้างนึงเล้ยยยยยยยยย เอาสิ มาดูกันว่าัชั้นจะไม่รอดหรือเปล่า – -“ก่อนเข้าไปก็ชักภาพเป็นที่ระทึกหลายๆ มุมหน่อย มีถ่ายกะพี่น้ำหนึ่งด้วยค่ะ 🙂

อันนี้เป็นภาพบรรยากาศหน้าโรง Broadway ค่ะ

ขอเอาตัวเข้าไปแทรกในเฟรมหน่อยอิอิ


ทะแด๊นแล้วก็รูปนี้่ถ่ายกับผู้สนับสนุนร้านข้าวมื้อเย็นอย่างเป็นทางการพี่น้ำหนึ่งค่ะ

ที่เหลือก็จะเป็นรูปบรรยากาศรอบๆ ของหน้าโรง Broadway ค่ะ สวยนะชอบเลยล่ะ

แต่สิ่งที่อยากบอกและแนะนำก็คือ ถ้ามีโอกาสมาเที่ยว New York หรือ “นิ้วโยก” เนี่ยนะคะ สิ่งที่ A must เลยนะ อันดับต้น ๆคือการดูบรอดเวย์เนี่ยละค่ะ คุ้มค่าเงินที่เสียไปจริงๆ ค่ะเพราะนักแสดงแต่ละคนแสดงดีมาก คนที่เล่นเป็น Raoul หรือ Christine หรือ Phantom หรือ Calotta ทุกคนเล่นดีน่าประทับใจหมดเลยค่ะ ฉาก แสง สี เสียง เริศ ที่สุดในสามโลก นี้แ้ล้วค่ะ คิดๆ แล้วก็อยากพาแม่มาดูค่ะ แม่ชอบ Phantom มากและรับรองว่า แม่จะต้องกรี๊ด Phantom คนนี้คนที่เล่นบรอดเวย์ที่นี่แน่นอน เสียดายเค้าห้ามถ่ายภาพ ห้ามถ่ายวีดีโอหมดเลยค่ะเลยอดเอาภาพมาฝาก ได้แต่ภาพ บรรยากาศด้านในตอนพักครึ่ง 15 นาที มาฝากแทน – -” ฉากเป๊ะมากค่ะแต่อิชั้นถ่ายมาได้แต่ผ้าม่าน อาเมน – -”

กว่า Broadway จะจบก็ประมาณ 22.30น.เกือบ 23.00น.แล้วค่ะ เริ่มดูตอน 20.00น. ทั้งสนุกและทั้งเหนื่อยจาก Jet Lag ค่ะ แต่สุดท้ายก็ยังมีแรงถ่ายรูปกันต่อที่ Time Square ก่อนกลับไปนอน lol

อันนี้แค่การผจญภัยในต่างแดนของพินนี่วันแรกเท่านั้นค่ะ พรุ่งนี้สนุกกว่านี้แน่ๆค่ะเพราะเราจะได้เจอ Blogger ของ Singapore ที่ชื่อ Nicole ครั้งแรก แล้วก็ได้ไป Hollywood Stunts School ยืดแข้งยืดขา กระโดดจากที่สูงกันด้วย รอติดตาม EP2 ค่ะ TO BE CONTINUED….

Remark: ชี้แจงนะคะ Blogเฉพาะกิจ นี้ทำ ลายน้ำไม่ไหวค่ะ จะตายยยยยย รูปเยอะมาก ขอเป็น process รูปให้งดงามอย่างเดียวพอแล้วกันค่ะ 🙂 ดังนั้นขอความกรุณาจากทุกท่านที่ต้องการจะ copy ไปใช้งานในทางใดทางหนึ่ง ขอความกรุณาขออนุญาตจากพินนี่ก่อนนะคะ ไม่เช่นนั้นถ้าพินนี่ไปพบเห็นทีหลังว่าดึงไปทั้ง text ทั้ง รูปหรืออะไรก็แล้วแต่พินนี่จะดำเนินคดีตามกฏหมายนะคะ เพราะกว่าพินนี่จะถ่ายมาได้แต่ละรูปไม่ใช่ง่ายๆ ไหนจะต้องเอามาprocess ย่อ ทำสีอีก เห็นใจกันนะคะ คนเขียน Blog ก็ไม่ไ่ด้เขียนง่ายๆแล้วสบายๆ ชิวๆ แบบที่คิดกัน

View :7452