ที่มา : http://www.realismedicalspa.com/images/zeltiq.jpg%5B/caption%5D

หลังจากผ่านการทำ Trilipo (การสลายไขมันด้วยความร้อน) พินนี่ก็โดนหลายคนถามเข้ามาเยอะมากเกี่ยวกับการสลายไขมันด้วยความเย็นหรือ Zeltiq ว่ามันแตกต่างหรือเหมือนกันอย่างไร

หนนี้พินนี่มีคำตอบจาก คุณหมอ รังสิมา วณิชภักดีเดชา แพทย์ศิริราชและ แพทย์ที่ปรึกษาประจำ iSKY Clinic มาให้ได้ฟังรายละเอียดกันค่ะ หนนี้บอกก่อนว่าพินนี่ไปทำ Trilipo หนที่สาม แต่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ Zeltiq นะคะ เพียงแต่มีคนถามมาเยอะมาก เยอะกว่า Trilipo ซะอีก เลยตัดสินใจไปถามข้อสงสัยให้ค่ะ พินนี่เองก็สงสัยเหมือนกันเลยเอาคำตอบมาฝากกันนะ เผื่อใครสนใจอันไหนจะได้เอาไว้ตัดสินใจด้วยว่าจะเลือกทำอะไรดี

[caption id="attachment_3913" align="aligncenter" width="570"] พี่หมอเพ็ญ หรือ อจ.รังสิมา

อย่างที่ได้เคยบอกไปแล้วในบทความที่แล้ว >> ลดสัดส่วนและกระชับผิวด้วย TriLipo ครั้งที่ 2 << ว่าสนนราคาของ Trilipo และ Zeltiq แตกต่างกันมาก แต่เอางี้ดีกว่าค่ะ ตอนเปรียบเทียบเราจะไม่เทียบกันระหว่าง TriLipo กับ Zeltiq แต่เราจะมาเปรียบเทียบกันในแง่ของ”เทคโนโลยี” ของ RF (Radio Frequency) คลื่นกระแสไฟฟ้า และ เทคโนโลยี การนำความเย็นในระดับจุดเยือกแข็งลงไปใต้ชั้นผิวหนังเข้าสู่ชั้นไขมันโดยไม่ทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อส่วนอื่นๆ ค่ะ ซึ่งเทคโนโลยีนี้ถูกคิดค้นโดยนายแพทย์ Rox Anderson และนายแพทย์ Dieter Manstein แพทย์ผิวหนังระดับโลกและเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านฟิสิกส์แห่งสถาบันวิจัย Wellman Center for Photomedicine แห่งมหาวิทยาลัย Harvard

อ่านบทความย้อนหลังเกี่ยวกับ 

หน้าตาของเครื่อง Zeltiq ค่ะ
ที่มา : http://the-medium.l2l.de/media/blogs/zeltiq-Systems/zeltiq-machine2.JPG%5B/caption%5D [caption id="attachment_3925" align="aligncenter" width="576"] มีตัวเครื่องควบคุม ตัวดูด และ GEL PAD

ขั้นตอนการรักษา

Zeltiq กลไกของมันก็คือ เวลาทำแพทย์จะต้องทำการประเมินให้คนไข้ก่อนค่ะ ว่าคนไข้ควรดูด area ไหน เพราะว่า Zeltiq ดูดเป็นจุดๆ ไม่ใช่ทั้ง Area  หลังจากแพทย์ประเมินแล้วว่าจะต้องดูบริเวณไหนกี่จุด หรือพูดง่ายๆ ก็คือแพทย์จะต้องทำการวิเคราะห์เพื่อเลือกบริเวณที่จะติดตัวเครื่องให้แนบสนิทกับผิวหนังด้วยระบบสูญญากาศนั่นเองค่ะ (แต่ต้องแปะ Gel Pad เข้าไปก่อนจะเอาเครื่องดูดนะคะ)

ภาพทำการประเมินก่อนจะเริ่มทำ
ลักษณะการดูดของตัวเครื่อง
ที่มา : http://abcn.ws/uJbLIT%5B/caption%5D

อารมณ์ตอนทำก็จะเหมือนเครื่องดูดๆไขมัน เข้าไป เหมือนในภาพอ่ะค่ะดูเป็นก้อนๆ เข้าไปเลย ดังนั้น พื้นที่ที่จะต้องดูด หมายถึงไขมันที่จะต้องการให้ดูดออกจะต้องมีให้ดูดพอสมควร แบบที่เป็นลอนๆ ขึ้นมาแบบนั้นจะดูดแล้วดีกว่าค่ะ ในการทำเนี่ยจะเห็นได้ว่าเมื่อทำไปแล้วจะมีส่วนที่เซลล์ตายเกิดขึ้นหลังจากทำ ระยะการทำงานนั้นใช้เวลาเพียง 60 นาทีโดย ในช่วง5 นาทีแรกที่ตัวเครื่องทำการแนบสนิทกับผิวหนัง จะรู้สึกได้ว่ามีการดึง การดูดเล็กน้อยและจะเริ่มรู้สึกเย็น หลังจากนั้นคอมพิวเตอร์ในเครื่องจะปรับอุณหภูมิให้อยู่ในระยะที่เหมาะสมโดยเครื่องมือนี้จะส่งคลื่นความเย็นในระดับติดลบ ซึ่งมีผลต่อการไหลเวียนของของเลือดที่มีผลต่อเซลล์ไขมันเท่านั้น เมื่อเซลล์ไขมันถูกคลื่นความเย็นก็จะค่อยๆทำลายตัวเองไปเรื่อยๆ และร่างกายก็จะกำจัดเซลล์ที่ตายแล้วเหล่านี้ออกไปตามกระบวนการทางธรรมชาติค่ะ และกลับมาเป็นเซลล์สวยเหมือนเดิม

[caption id="attachment_3919" align="aligncenter" width="579"] ใช้เวลาประมาณ 60 นาที
ลักษณะของเซลล์ไขมันค่ะ
ภาพของเซลล์ไขมันหลังจากทำZeltiq ไป 90วัน (กำจัดเซลล์ตายแล้วก็ไปหมดแล้ว)

นอกจากนี้พี่หมอเพ็ญยังเล่าอีกว่า มีการทดลองในหมูแล้วตัดชิ้นเนื้อของหมูมาดูด้วยค่ะ ว่าเซลล์ไขมันดูเป็นยังไงบ้าง ซึ่งก็ดูดีทีเดียวค่ะ ความหนาของชั้นไขมัน มันลดลงไปถึงครึ่งนึงเลยทีเดียว

ชิ้นเนื้อของหมูที่ตัดมาทำการวิจัย พบว่าเซลล์ไขมันลดลงจริง

แต่ใน “มนุษย์” ไม่สามารถที่จะทดลองด้วยการให้ใช้เครื่องแล้วขอตัดชิ้นเนื้อแบบหมูได้ ดังนั้นการวิจัยจึงใช้วิธีการวัดผลด้วยการอัลตร้าซาวน์แทน ซึ่งผลการวิจัยจึงออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ พบว่าลดลงถึง 22% แต่ทั้งนี้ทางแพทย์ผู้วิจัยก็เชื่อว่า หากมีการตัดชิ้นเนื้อมาวิจัยกันจริงๆ น่าจะได้ผลลัพธ์ที่เห็นว่าลดเยอะกว่านี้แน่นอน

ภาพอัลตร้าซาวน์ในคนก่อนทำกับหลังทำ

 

ภาพการดูดชั้นไขมันแล้วปล่อยความเย็นลงไป

ชัดๆ อีกซักรูป

เครื่องจะปล่อยความเย็นลงไปในส่วนของเนื้อที่โดนดูดเข้ามาในเครื่องค่ะ

 

ซึ่งการลดแบบนี้ เป็นการทำให้เซลล์ไขมันฆ่าตัวตายไปเอง และดีตรงที่พอเซลล์มันตายไปเอง จึงไม่มีผลข้างเคียงอย่างอื่น เช่น ถ้าเราไปทำให้ข้างในผิวอักเสบเยอะๆ ชั้นผิวด้านในอาจเป็นลักษณะเหมือน ‘แผลเป็น’ ร่างกายจะมีอาการอักเสบ แต่เซลทิคจะไม่ทำให้อักเสบ มันจะทำให้เซลล์รู้สึกว่าเย็นเกินไป ฆ่าตัวตายเอง เหมือนคนแก่แล้วตาย พอแก่แล้วตายมันก็ไม่มีอาการอักเสบเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นจึงเป็นอีกวิธีที่ค่อนข้างปลอดภัย และหากจะเลือกทำซ้ำบริเวณเดิมเพื่อให้เซลล์ไขมันน้อยลงก็สามารถทำได้ไม่มีปัญหาในเรื่องของการที่ผิวอักเสบ (เพราะว่าZeltiq ไม่สามารถทำให้เซลล์ไขมันลดลง ได้ 100% ด้วยการทำเพียงหนเดียว)

ข้อดี

ข้อดีที่พินนี่ชอบมากอีกอย่างสำหรับการทำ Zeltiq คือ ในระหว่างที่ทำการรักษาก็สามารถฟังเพลง ดูโทรทัศน์ เล่นบีบี ไอแพด แชทกับเพื่อนหรือจะอ่านหนังสือหรือทำงานคอมพิวเตอร์ไปด้วยก็ได้เพราะไม่เจ็บ ไม่ใช่การผ่าตัด ไม่มีการดมยาสลบ และใช้เวลาสั้นๆประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้นเอง (แต่บางคนก็บอกว่าเจ็บนะ พินนี่ว่าแล้วแต่คนด้วย)

ที่มา : http://www.clinicneo.co.th/newservice/images/Zeltiq.jpg%5B/caption%5D [caption id="attachment_3935" align="aligncenter" width="524"] ที่มา : http://www.joycelim.sg/eng/images/Picture5.jpg%5B/caption%5D

 

สภาพผิวหลังทำ เป็นอย่างไร?

ขอบอกก่อนว่าเห็นภาพหนแรก ถึงกับตกใจเหมือนกันเพราะมันแดง ปูด บวม แลดูช้ำชอก แต่พี่หมอบอกว่าเป็นเฉพาะตอนที่หลังทำเสร็จใหม่ๆ เท่านั้นแล้วมันจะหายไปเองค่ะ เดี๋ยวพินนี่จะมีรูปของที่แพทย์ทำการวิจัยไว้แล้วเห็นชัดๆ เลยว่าพุงยุบ!!! ยุบไปเลย ให้ดูด้วย

[caption id="attachment_3939" align="aligncenter" width="518"] ลักษณะพื้นผิวบริเวณที่ทำ Zeltiq

 

ลักษณะพื้นผิวหลังจากการทำ Zeltiq

 

ตัวอย่างตำแหน่งที่ดูดสองจุดค่ะ แต่บางคนก็ดูดจุดเดียวตรงกลางได้ (ถ้ามีไม่เยอะ)

 

เมื่อไหร่ถึงจะเห็นผล?

การรักษาจะเห็นผลอย่างเร็วประมาณ 3 สัปดาห์และเห็นชัดเจนมากขึ้นในเดือนที่ 2 แต่ร่างกายก็ยังจะคงขจัดเซลล์ไขมันที่ตายแล้วเหล่านั้นจนครบไปเรื่อยๆจนกระทั่งเข้าเดือนที่ 4 สรุปแล้วก็ประมาณ 2-4 เดือนค่ะ

 

ผลของการรักษาล่ะ?

น่าทึ่งมากๆ ค่ะ ที่มันยุบๆๆๆๆๆไปเลย – -” เห็นแล้วเครียดแอบอยากทำเหมือนกันนะเนี่ย มันลดลงเยอะจริงๆ นะ แต่ราคาก็สามารถทำให้ซูบได้ง่ายๆ เหมือนกัน

ที่มา : http://bit.ly/sPOqS2 คนนี้น่าจะทำสองตำแหน่งค่ะ
ที่มา : http://www.reflectionscenter.com/images/Zeltiq%20Images/zeltiq-candidate.png%5B/caption%5D ที่มา : http://bit.ly/tzmm92%5B/caption%5D ที่มา : http://inyourface.ocregister.com/files/2009/12/zeltiq-view2-v3.jpg%5B/caption%5D ที่มา : http://inyourface.ocregister.com/files/2009/12/zeltiq-view2-v3.jpg%5B/caption%5D

 ลักษณะแบบไหนถึงใช้ Zeltiq ได้?

การใช้เครื่องZELTIQ เพื่อสลายเซลล์ไขมันเหมาะกับคนที่มีไขมันสะสมและ ต้องการลดเฉพาะส่วนเท่านั้น เช่น คนที่มีหน้าท้อง มีพุง เพิ่งคลอดลูก หรือคนที่อยากลด สะโพก ต้นขา ปีกหลังใต้วงแขนที่ห้อยๆ (ใต้บรา – แต่ส่วนนี้ดูดยากมากและเจ็บถ้าไม่ได้มีเนื้อมากพอ) แต่ควรออกกำลังกายและเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เหมาะสมต่อร่างกายควบคู่กันไปด้วยจะทำให้เซลล์ไขมันที่ถูกขจัดไปแล้วจะไม่กลับมาอีกนะจ๊ะ ปล. คนอ้วนเกินไปแบบย้วยๆ (ผลที่ได้อาจจะไม่ได้เห็นผลชัดเจนจนรู้สึกว่าคุ้มกับที่ลงทุนไป ถ้าทำ Trilipo จะทำให้ Texture overall ดีกว่า) หรือผอมเกินไปจนไม่มีอะไรจะดูด ไม่แนะนำ Zeltiq จ้ะ นอกจากนี้แล้ว คนที่ประจำเดือนมาช่วงนั้นพอดี แพทย์แนะนำว่า อย่าทำทั้ง Trilipo และ Zeltiq จะดีกว่าเพราะจากปวดท้องอยู่แล้วอาจจะไปทำให้ยิ่งปวดท้องมากขึ้นก็ได้ แต่จริงๆ แล้วทำได้นะคะ แต่อาจจะปวดท้องได้เท่านั้นเอง/ แนะนำว่า Zeltiq สามารถทำได้ทั้งผู้หญิงผู้ชายนะคะ ผู้ชายมาทำกันเยอะทีเดียวไม่น่าเชื่อ

เคล็ดลับสำคัญของเครื่อง ZELTIQ ไม่ได้อยู่ที่ว่าเย็นเท่าไร อุณหภูมิเท่าไร แต่อยู่ที่อัตราการปลดปล่อยความเย็นและระบบสูญญากาศต่างหากค่ะที่เป็นตัวช่วยในการให้ความเย็นนั้นมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นนะ

สนนราคา??

สำหรับที่อื่นพินนี่ไม่ทราบราคานะคะ แต่สำหรับที่ iSKY Center http://www.iSkycenter.com ราคาอยู่ที่ตำแหน่งละ ประมาณ 30,000 บาท (ตำแหน่งละนะคะ หมายความว่า แปะเข้าไป1จุ๊บ ก็คือสามหมื่น แปะอีกหนึ่งจุ๊บ ก็อีกสามหมื่นนะคะ) แต่ขึ้นอยู่กับสรีระด้วยค่ะ ว่าจะต้องทำกี่ตำแหน่ง ยังไงก็แล้วแต่ต้องให้แพทย์มาประเมินก่อนจะดีกว่าว่าเราควรจะทำกี่ตำแหน่งค่ะ เพราะว่าบางทีเราอาจจะคิดว่าเห้ย อ้วนๆ แบบเราทำสองตำแหน่งแล้วกัน จริงๆ พอไปประเมินกับแพทย์ แพทย์อาจจะบอกว่า ทำตำแหน่งตรงกลางตำแหน่งเดียวก็พอ แบบนี้เป็นต้นอ่ะค่ะ

 

แล้วต่างยังไงกับเทคโนโลยี RF ( Radio-Frequency)?

กลไกของRF จะต่างกับกลไกของเทคโนโลยี การนำความเย็นในระดับจุดเยือกแข็งลงไปใต้ชั้นผิวหนังเข้าสู่ชั้นไขมัน ซึ่งแบบหลังจะเป็นการลดจำนวนเซลล์ของไขมัน เช่น ถ้ามีอยู่ 200% ลดลงไป 25% ก็จะเหลือ 175%เแบบนี้เป็นต้น แต่กับเทคโนโลยี RF จะเป็นการใช้ความร้อน แต่มันไม่ได้ลดจำนวนเซลล์ไขมันลงไปถ้าพูดให้เห็นภาพคือเซลล์ไขมันยังคงมี 200% อยู่ แต่เป็น”การรีดไขมันออกจากเซลล์ไขมัน” ทำให้เซลล์ไขมันมีขนาด “เล็กลง” เพราะฉะนั้น 200% จะเป็นเซลล์ไขมัน 200% เท่าเดิมแต่แค่อาจจะเล็กลง ดังนั้น Size จึงเล็กลงได้ทันที เพราะนี่คือการรีดเซลล์ไม่ใช่การฆ่าเซลล์แบบเทคโนโลยี การนำความเย็นในระดับจุดเยือกแข็งลงไปใต้ชั้นผิวหนังเข้าสู่ชั้นไขมัน ที่ต้องทำแล้วกว่าจะเห็นผลต้องรอ 2-4 เดือน เพราะต้องรอการ rearrange ใหม่ของเซลล์ไขมันให้เข้าที่เหมือนเดิม ถ้าให้นึกภาพตามก็อารมณ์แบบเล่นเกมส์ Tertris แบบนั้นเลยค่ะ

สมมติว่าถ้ามีคนอยากทำทั้งสองเครื่องที่ว่ามาล่ะ?

แนะนำ : สิ่งที่ควรจะทำก็คือ ต้องทำตัวที่เป็น เทคโนโลยี การนำความเย็นในระดับจุดเยือกแข็งลงไปใต้ชั้นผิวหนังเข้าสู่ชั้นไขมัน หรือ Zeltiq ก่อน ทำเสร็จแล้วหลังจากสองสัปดาห์การอักเสบขึ้นสูงสุด แล้วมาทำ RF (TriLipo) เพราะว่าเซลล์ไขมันกลุ่มแรกจะตายไปก่อนแล้ว พอเซลล์ไขมันกลุ่มแรกตายไปแล้ว เราสามารถเอาเซลล์ไขมันที่เหลืออยู่อีก 75% มารีดให้เล็กลง แต่ถ้าสมมติมีการทำ Trilipo มาก่อนแล้ว เซลล์ไขมันพวกนี้มันถูกรีดออกไปหมดแล้ว โดนรีดให้เล็กลงไปแล้วบางส่วน การที่จะทำ Zeltiq เข้าไปตรงกลาง อาจจะทำให้เกิด Injury ได้ คือเราไม่มีทางรู้ได้ว่า Injury ของเซลล์ที่เกิดจากอันแรกแล้วเราไปทำให้เกิด Injury อันที่สองเพิ่มเข้าไปมันจะไปส่งผลอะไรที่ไม่ดีหรือเปล่า ไม่เคยมีใครบอกแต่หากคิดตามหลักทฤษฏี มันไม่น่าจะไปด้วยกันได้เพราะว่า Timing มันต่างกันไป แต่ คอร์ส ของ Trilipo มันจะประมาณ 4 weeks ซึ่งถ้าทำ Zeltiq ก่อน 2 weeks แล้วมาทำ Trilipo มันจะไปพอดีกับตอนที่จะไปสวย Max ตอนสามเดือนพอดีเป๊ะ

แต่ถามว่าในปัจจุบัน ยังไม่มีใครที่มีเครื่องเหล่านี้พร้อมกันสองเครื่อง ดังนั้นจึงยังไม่เคยมีคน Combine Package Zeltiq ก่อนแล้วค่อยมาทำ Trilipo ค่ะ

อยากหาความรู้เรื่องเทคโนโลยี RF และเทคโนโลยี การนำความเย็นในระดับจุดเยือกแข็งลงไปใต้ชั้นผิวหนังเข้าสู่ชั้นไขมันจะหาฟังได้จากไหนอีก?

ที่ iSKY Center จะจัดงานสัมนาเกี่ยวกับหัวข้อนี้พอดีค่ะ เรียกว่า Patient Seminar คือจะจัดในโรงแรมCentara แล้วมีการให้ความรู้กับประชาชนทั่วไปและมีการวาง Package แบบที่ว่าค่ะ คือ Combine Zeltiq + Trilipo เข้าด้วยกัน คือ ถ้าคนไข้ซื้อ Zeltiq 1 Cycle ทาง iSKY จะแถมการทำ Trilipo อีก 5 ครั้งทันทีค่ะ เพราะฉะนั้นคนไข้ที่ซื้อสองเซ็ตก็จะได้ทำตำแหน่งนั้นถึง 10 ครั้ง ทำให้จะมีคนไข้กลุ่มหนึ่งที่จะสามารถติดตามผลของการ Combine package แบบนี้ได้ค่ะ ว่าดีไหม Work ไหม เพราะถ้าหากมามองตามหลักการแล้ว Combination แบบนี้น่าจะเป็น Combination ที่ดีค่ะ เพราะมันออกฤทธิ์กันคนละกลไก สิ่งที่ต้องทำคือการจัด Sequence ให้ดีแล้วมันน่าจะมีประสิทธิภาพที่น่าทึ่งค่ะ (พินนี่ก็คิดว่างั้นนะ แต่พอดีทำ Trilipo ยังไม่ครบคอร์สเลย ดันไปทำ Trilipo ก่อนเลยไปทำ Zeltiq ไม่ได้กลัว Injury อะไรต่อ Fat Cell ที่จะเกิดขึ้นเหมือนกัน เพราะ Trilipo มันยังไม่มีคนตัดชิ้นเนื้อมาดูเซลล์ไขมัน ดังนั้นจึงไม่มีหลักฐานทางการแพทย์มายืนยันว่ามันจะดีหรือปลอดภัยกับคนไข้ แพทย์จึงไม่แนะนำให้ทำ Trilipo แล้วมาทำ Zeltiq )

หวังว่าข้อมูลทั้งหมดนี้จะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังชั่งใจ หรือตัดสินใจอยู่ว่าจะทำอะไรดีนะคะ 🙂
อย่าลืมออกกำลังกายมาก ๆแล้วก็ กินอาหารมีประโยชน์และพักผ่อนเยอะๆด้วยนะคะ


“เพราะผิวของคุณไม่เหมือนผิวของใคร….ความสวย …ต้องเริ่มอย่างถูกวิธี”

Website – http://www.iskycenter.com/ สอบถามปัญหากับคุณหมอได้นะคะ ในเว็บไซต์

Fanpage – http://www.facebook.com/iSKYcenter หรือหากสะดวก FB ก็สามารถปรึกษาผ่าน หน้า Wall ได้เช่นกัน ไปคลิ๊ก LIKE กันได้เลยจ้า

หรือใครมีคำถามอยากฝากพินนี่ก็สามารถฝากได้ที่ FanPage นะคะ :)http://www.facebook.com/pinnynoy

 

หรือหากอยากติดต่อสอบถามปัญหาผิวพรรณกับ พี่หมอรังสิมา กับพี่หมอวงพงษ์ก็ได้เช่นกันนะคะ ที่ Twitter ค่ะ :) (CLICK ทีรูปเพื่อเชื่อมต่อไปยัง Twitter ของพี่หมอทั้งสองคนได้เลยค่ะ)

View :27457