1. ฝ้าเป็นรอยคล้ำที่พบได้บ่อยในชาวเอเชียอย่างเรา มักจะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เชื่อว่าฮอร์โมนเพศหญิงที่ส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อฝ้า
2. หญิงไทยจำนวนไม่น้อยที่มีปัญหาฝ้า ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุแน่นอนว่าฝ้ามีเกิดจากอะไร ฝ้ามักเกิดขณะตั้งครรภ์ ขณะกินหรือฉีดยาคุมกำเนิด
3. แสงแดด และแสงจากเตาไฟก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่กระตุ้นให้เกิดฝ้าหรือทำให้ฝ้าที่เป็นอยู่มีสีเข้มขึ้น
4. อย่าเหมาไปว่ารอยคล้ำที่พบบนหน้าจะเป็นฝ้าเพียงอย่างเดียว ฝ้ามีลักษณะเป็นปื้นสีน้ำตาลที่ไม่นูน มักพบบนหน้าในลักษณะการกระจายตัวที่สมมาตรกัน
5. ตำแหน่งที่พบบ่อยได้แก่ หน้าผาก โหนกแก้ม คาง และบริเวณเหนือริมฝีปากบน ดังรูป
6. รอยคล้ำชนิดอื่น ๆที่พบบ่อยบนใบหน้าแต่ไม่ใช่ฝ้า ที่ทำให้เราสับสน เช่น กระแดด กระเนื้อ และกระลึก
7. หมอจำเป็นต้องแยกให้ออกว่ารอยคล้ำนั้น ๆเป็นฝ้า กระแดด กระเนื้อ หรือกระลึกเพราะแต่ละรอยคล้ำเหล่านี้มีวิธีการรักษาที่ต่างกัน
8. กระแดด เป็นจุดเล็กๆขนาด1-4มิลลิเมตร กระจายบริเวณหน้า ไม่เป็นปื้นใหญ่เหมือนฝ้าและไม่กระจายตัวแบบสมมาตรดังรูป
9.ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาฝ้าให้หายขาด อย่าเชื่อคำโฆษณาว่ารักษาฝ้าได้ การรักษาช่วยให้ฝ้าจางชั่วคราวเท่านั้น ฝ้ามักกลับเป็นซ้ำเมื่อหยุดรักษา
10. ในปัจจุบันวิธีมาตรฐานที่ใช้ในการรักษาฝ้าที่ได้ผลและปลอดภัยที่สุดคือ การทายา /ยาทารักษาฝ้ามีหลายชนิด
11. ยาทาบางชนิดออกฤทธิ์โดยการยับยั้งการสร้างเม็ดสี เช่น ไฮโดรควิโนน กรดอะเซลาอิก
12. ยาบางชนิดออกฤทธิ์เร่งให้หนังกำพร้าผลัดตัวหลุดลอกเร็วขึ้นเพื่อให้เม็ดสีส่วนเกินหลุดลอกไปด้วย เช่น กรดเรทิโนอิก (กรดวิตะมินเอ)
13. การใช้ยาทาฝ้าที่ว่ามานี้ควรใช้ภายใต้การติดตามดูแลของแพทย์ ไม่ควรซื้อมาใช้เองเพราะอาจเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยาได้
14. ยารับประทานหรือยาฉีดที่เรามักได้ยินว่าใช้รักษาฝ้ายังไม่มีข้อมูลผลงานวิจัยยืนผลการรักษาและความปลอดภัยในคนกลุ่มใหญ่พอ
15. การลอกหน้าด้วยน้ำยาเคมี (Chemical peel) เป็นอีกหนึ่งการรักษาที่มักใช้ร่วมกับการทายา
16. การกรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี (Microdermabrasion) การทำไอออนโตฟอเรซิส เป็นต้น แต่ก็ยังไม่มีวิธีใดที่ได้ผลดีและรักษาฝ้าให้หายขาดได้
17. ยังไม่มีเลเซอร์ระบบใดที่สามารถรักษาฝ้าได้ผลดี และสามารถทำให้ฝ้าหายขาดได้
18. ที่แย่ไปกว่านั้นคือ เลเซอร์อาจทำให้รอยคล้ำของฝ้ามีสีเข้มขึ้น หรือทำให้รอยฝ้ากลายเป็นสีกระดำกระด่าง ดูเด่นชัดมากขึ้น
19. ผู้ป่วยส่วนน้อยมากๆที่ฝ้าจางลงหลังเลเซอร์ และในรายที่ฝ้าดีขึ้นเกือบทุกรายฝ้าจะกลับเป็นซ้ำหลังหยุดการรักษา
20. ผลการรักษาฝ้ามักคงอยู่ชั่วคราว ฝ้ามักกลับเป็นซ้ำเมื่อหยุดการรักษา หรือบ่อยครั้งฝ้าก็อาจเข้มขึ้น ทั้ง ๆที่ยังรักษาอยู่
21. สิ่งที่ผู้ป่วยอาจช่วยตัวเองได้คือการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นให้ฝ้าเข้มขึ้น เช่น การตากแดด การรับประทานยาคุมกำเนิด
22. ท้ายสุดสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่งคือหลบแดดและทาครีมกันแดดเป็นประจำ
Source: @DrWoraphong ‘s Twitter
[FAQ] มารู้จัก ฝ้า กันให้ดียิ่งขึ้น , View :2857











30 Apr 2012
Posted by pinnynoy





