เมื่อซัก สัปดาห์ก่อนนู้นนนนนน พินนี่ได้มีโอกาสไปลองชิม อาหารบุฟเฟต์มื้อกลางวัน Sunday Brunch ของ ห้องอาหาร Latest Recipe โรงแรม Le Meridien สุรวงศ์ มาค่ะ จริงๆ ก่อนหน้านี้ก็ได้มีโอกาสมาทานที่นี่แล้ว หนนึง แต่เป็น บุฟเฟ่ต์ มื้อเย็น แล้วก็ไม่ได้พกกล้องถ่ายรูปไปด้วย แสงก็มืดๆ เลยถ่ายอะไรออกมาไม่ได้เลย (ใช้ไอโฟนถ่าย) เลยไม่ได้มีรูปอะไรมาลง รีวิวให้ดูกัน คราวนี้เอาอีก อาจจะด้วยว่า จัดรายการวิทยุ “ชิมแชทกับบอย” FM102 กับพี่บอย @macroart หนนี้ทางโรงแรมเลยเชิญไป เชลล์ ชวน ชิม ค่ะ แต่เป็นมื้อกลางวัน แทน ที่เรียกว่า Sunday Brunch ซึ่งก็น่าสนใจมากๆ งานนี้พก หม่าม้า พก พี่บอยไปด้วย จะได้เอา Content กลับมาออกรายการวิทยุต่อได้อีก

พอมาถึง Le Meridien ก็ขึ้นลิฟท์ตรงดิ่งไปที่ชั้น 2 ของโรงแรมค่ะ ซึ่งห้องอาหาร Latest Recipe อยู่ชั้นนั้นพอดี ทางห้องอาหารจัดโต๊ะ ไว้ให้อย่างดี จองโต๊ะไว้ให้ด้วยค่ะ เขียนว่า EXCLUSIVELY RESERVED  แล้ววันนั้นก็ได้เจอบล็อกเกอร์หลายคนค่ะ มีแป้ง Kirari , พี่ว่านน้ำ @wan_nam, น้องเตย @toeysk ฯลฯ หลายคนเลยค่ะ นอกนั้นบางคนไม่รู้จักนะไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน

ที่นี่มีอาหารหลากหลายแนวค่ะ มีทั้งฝรั่ง International อาหารไทย (แต่ไม่ไทยจ๋านะ) แล้วก็พวกก๋วยเตี๋ยว (Noodle) ทั้งหลาย พาสต้า (Pasta) อาหารญี่ปุ่นก็มีบ้างค่ะแต่ไม่เยอะมาก พินนี่ก็เลยพยายามลองแยกๆ อาหารแต่ละประเภทดูเอาเอง ว่ามันน่าจะเป็นแบบ อาหารเรียกน้ำย่อยเก๋ๆ ธรรมดาๆ แล้วก็เป็นพวก หนักขึ้นมาหน่อยก็เป็นเนื้อหมู วัวไก่ อะไรแบบนั้น แบบที่เป็นขนมปัง ก็มีค่ะ แต่ที่นี่จะมีเด่นๆ อยู่สองอย่างถ้าเป็นอาหารคาว คือ พาสต้า กับ พิซซ่า ค่ะ ถ้าเป็นของหวานเนี่ยของขึ้นชือที่ต้องกินเลยคือ Teppan ice cream กับ Spaghetti ice cream ค่ะ ขนมหวานที่นี่หลากหลายมากอลังการงานสร้าง จริงๆ อยากบอกว่าเห็นแล้วแบบอยากกินทุกอย่างเลยอ่ะ แต่กระเพาะมีอยู่หน่อยเดียวก็เลยต้องกินอย่างละหน่อยแค่พอให้รู้ว่าอะไรอร่อย T w T เสียใจกินได้ไม่ครบ สงสัยต้องมีไปซ้ำ

APPETIZER

จานแรกเป็นสลัด แซลมอน เค็มๆ ปะแล่มๆ ของไข่ปลา บวกกับ แซลม่อนหวานๆ แล้วมีพริกหวานใส่ปนมานิดหน่อยอร่อยกำลังดีเลยค่ะ > <

จานที่สอง สำหรับคนรักสุขภาพ แอปเปิ้ลสลัดค่ะ (ไม่ได้กินนะจานนี้ถ่ายมาเฉยๆ)

จานที่ สามคือ ซัลซ่า ค่ะ เอาไว้ใส่กับ พวก สลัดอโวคาโด สลัดมะเขือเทศ มีซัลซ่าพริกตุ๋น , ซัลซ่าเวิร์ล, ซัลซ่าข้าวโพด น่ากินทั้งนั้นเลย แต่ถ้าทางกินแล้วอาจจะคอแห้งนิดหน่อยค่ะ (อันนี้ไม่ได้ลองเก็บท้องไว้กินของโปรดอิอิ)

จานที่ 4 สลัดผักเห็ดทอด เหมาะสำหรับคนที่กินมังสวิรัติมากค่ะเพราะนอกนั้นจะออกแนวเนื้อๆ หมดเลย ที่นี่อาหารเมนูผักจะไม่ค่อยเยอะมาก แต่ก็มีสลัดบาร์นะคะ ถ้าใครกินมังสวิรัติ จุดนี้อาจจะไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่

จานที่ 5 อันนี้อะไรก็ไม่รู้จำชื่อไม่ได้ ไม่ได้ชิมด้วยแต่คิดว่าคงอร่อยแหละ อิอิ

 

THAI & INTERNATIONAL FOOD

 

ถัดมาเป็นอาหารไทยกันบ้างค่ะ มีพวกยำๆ วุ้นเส้นทะเล พวกลาบหมู แล้วก็ยำส้มโอด้วย ซึ่งยำส้มโอนี่อร่อยมากกกกถึงมากที่สุดค่ะ เป็นเมนูที่พินนี่มาทีไรก็จะต้องทานเพราะ ส้มโอมันหวานมาก หอมมาก จริงๆ สูตรนี้ อร่อยดีอยู่แล้วแต่อยากให้เพิ่มมะพร้าวคั่วนิดหนึ่งจะยิ่งอร่อยมากกว่านี้หลายเท่าตัวเลยค่ะ

รูปด้านล่างเป็นสลัดบาร์ค่ะ

แล้วก็มีพวกเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อแกะ ด้วยนะคะ ถ้าอยากกินก็แค่เดินไปบอกให้เชฟช่วยหั่น ๆ สับๆ ให้ เลือกได้ด้วยว่าอยากทานส่วนไหนเป็นพิเศษ เชฟใจดีมากค่ะ

นอกจากนี้แล้วก็ยังมีพวก ก๋วยเตี๋ยว เส้นต่างๆ ด้วยค่ะ มีทั้งเส้นเล็ก เส้นใหญ่ เส้นหมี่ เส้นบะหมี่ เส้นบะหมี่หยก มีครบเลย แล้วก็มีน้ำซุปเป็นต้มกระดูกหมูด้วย อันนี้แม่พินนี่ทาน บอกว่าอร่อย น้ำซุปหวานอร่อยทีเดียวค่ะ แต่พินนี่ไม่ได้ลองนะอันนี้ ท้องแน่นไปหมดแล้ว 55

PASTA

 

มาถึงฝั่งของโปรดพินนี่้บ้าง พวกพาสต้า สปาเก็ตตี้เป็นอะไรที่เป็นของโปรดพินนี่มาอย่างยาวนานมาก ไม่ว่าจะไปที่ไหนถ้าอยากรู้ว่า ของที่ไหนอร่อย พินนี่จะสั่ง คาโบนาร่ามาทดลองก่อนเลย ถ้าใช้ได้แปลว่าผ่าน ซึ่งที่ทำ คาโบนาร่าทำอร่อยมากค่ะ ก็จะไม่อร่อยได้ไง เชฟระดับพ่อครัวใหญ่มาทำให้กินเองเลย อ๊าาาา แถมหน้าตาหล่ออีกด้วย (ละลาย) พินนี่สั่งเส้นดำ คาโบนาร่าค่ะ เชฟ ก็ทำให้เลยทันที ลีลา ท่วงท่าน่ากินมาก เห้ย! ไม่ใช่ หมายถึง คาโบนาร่าน่ะค่ะ น่ากินมาก กลิ่นหอมลอยมาเลย

คุณเชฟ สุดหล่อของเรา ตั้งใจทำให้กินสุดๆ

จริงๆ ก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้จักเชฟคนนี้เลยค่ะ มา search ดูถึงได้รู้ว่าเห้ย ! ดังมากนะ คนนี้ ชื่อ เชฟ อรรถพล ถังทอง หรือ เชฟ เอ๊กซ์ ค่ะ ตัวจริงหล่อมาก มีสเน่ห์มากที่สำคัญ ทำอาหารอร่อยมากกกก  ซึ่งเชฟเอ๊กซ์ เป็น Executive Chef หัวหน้าพ่อครัวใหญ่ เชฟผู้มากประสบการณ์จากโรงแรมห้าดาวและร้านอาหารชื่อดังหลายแห่งทั้งในไทยและต่างประเทศ ตอนนี้ประจำอยู่ที่ Le Meridien นี่ล่ะค่ะ

และนี่คือโฉมหน้า คาโบนาร่าเส้นดำ ที่เชฟเอ๊กซ์ ทำให้ทานค่ะ ขอบอกว่า หอมเย้ายวน อร่อยละมุนลิ้น เป็นที่สุดค่ะ กินแล้วก็อยากกินอีก กินอีก กินอีก ค่ะ

SEA FOOD

 

มีซีฟู้ดต่างๆ ด้วยค่ะ ที่ Latest Recipe เนี่ย มีซีฟู้ดเด็ดๆ อยู่สองอันที่ขึ้นชื่อคือ กั้ง (Rock Lobster) กับ กุ้งแม่น้ำ ค่ะ อร่อยเด้ง เนื้อหวานมาก กินแล้วเหมือนขึ้นสวรรค์เลย ตัวโตมากด้วยค่ะ เดินไปหยิบนี่แทบไม่เหลือให้กินแล้ว จกมาได้แค่อย่างละตัวสองตัวเองค่ะ ขายดีมากๆ อยากให้ลองค่ะ ส่วนอันอื่นพินนี่ไม่ได้ลองเลย เช่น ปูอะไรแบบนี้ไม่ได้กิน ขี้เกียจแกะ 5555 หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวใหญ่ดีค่ะ จิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ด (ที่อร่อยโค่ด) เข้ากันดีกลมกล่อมมากๆ ค่ะ

 

และนี่คือโฉมหน้าของพินนี่ที่ตักมากินทั้งหมดค่ะ อร่อยโฮกๆๆๆ กุ้ง 2 ตัว กั้ง 1 ตัว หอยแมลงภู่นิวซีเแลนด์ 1 ตัว แล้วก็สลัดแซลมอน

BREAD

 

ของเด็ด อีกอย่างที่พลาดไม่ได้คือกลุ่มของ ขนมปังและ พิซซ่า (ซึ่งพิซซ่าเป็นยอดนิยมมากค่ะ อร่อย) ที่ใครๆ มาแล้วก็ต้องชิมโดยเฉพาะพิซซ่า ส่วนขนมปังก็มีให้เลือกหลายแบบค่ะ เนยที่เอาไว้ใช้ทา ก็มีให้เลือกหลายแบบอีกเหมือนกัน เสียดายมากที่อิ่ม ซูชิไปก่อนแล้ว ไม่งั้นก็คงได้มีโดนกันมั่ง T w T

 

FRUITS

 

ตบท้ายกันด้วย ผลไม้ค่ะ ที่นี่มีผลไม้ ประมาณ 4-5 อย่าง มีแตงโม , เมล่อน, แก้วมังกร, ส้มเช้ง ถือว่าค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับขนมหวานที่มีให้เลือกละลานตามาก แตงโมหวานดีค่ะ เห็นสีอ่อนๆ ตอนแรกนึกว่าไม่หวาน แต่แก้วมังกรเปรี้ยวไปนิดนึง แอบจืดๆ ด้วย แต่ส้มเช้ง อร่อยค่ะ คลุกเกลือนี่นัวเลย

 

DESSERT

 

ดาวเด่นอีกอันของที่นี่มีทั้งเค้กชอคโกแลต แพชชั่นฟรุ๊ตเค้ก มูสมะม่วง พานาคอตต้า ขนมไทยๆ เช่นขนมชั้น ลูกชุบ ฝอยทอง ทับทิมกรอบ แต่ที่เด็ดสุด คือ พุดดิ้งกลิ่นตะไคร้ผสมเหล้าแม่โขง (ใครมันคิดเมนูนี้ฟระ)= =” แต่ไม่ได้ชิมนะไม่กล้าชิม อ่ะกลัวเหล้าแม่โขง >< กลัวกินแล้วเบลอ 555

 

ICE CREAM

 

ของหวานที่แทบจะเป็นปัจจัยหลัก ที่ทำให้พินนี่ตัดสินใจอยากมาลองชิม เพราะที่นี่เลื่องลือมากเรื่อง ขนม ค่ะโดยเฉพาะ ไอศกรีม ที่มีทั้งแบบ เทปปัน คือแบบเอาไอศกรีมที่มีอยู่แล้ว เอามาผัด รวมกันกับท็อปปิ้งที่เราอยากใส่ เช่น มาชเมลโล่ ลูกเกด จอลลี่แบร์ บลาๆๆๆๆ แล้วก็เรายังสามารถนำเอา โอโจ้ จอลลี่แบร์ ชอคโกแลตรูปต่างๆ ชอคโกแล็ตขูด เยลลี่ ฯลฯ นำมาตกแต่ง ใส่เป็นท็อปปิ้งบนไอศกรีมของเราได้อีกด้วยค่ะ น่ากินโค่ด พินนี่ใส่โขลกไปหมดเลย 5555

คราวก่อนตอนมาทานมื้อเย็น มันไม่มี Spaghetti ice cream ค่ะ เจ้าตัวนี้มันมีแค่เฉพาะมื้อกลางวันเท่านั้น พอมาหนนี้พินนี่เลยล่อซะเลย สั่งแบบ สปาเก็ตตี้ค่ะ Spaghetti ice cream คือการนำเอา ไอศกรีม (กี่รสก็ได้ที่เราจะเลือกนำมาผสมกัน ส่วนใหญ่จะเลือก 2 รส) แล้วนำไปเข้าเครื่องอัดแล้วปั๊มออกมาเป็นเส้นๆ ให้เหมือนกับสปาเก็ตตี้ค่ะ เก๋มากทีเดียว แล้วหลังจากนั้นเราก็เอาท็อปปิ้งราด ตกแต่ง Customized กันได้อย่างสนุกสนาน อร่อย และมีความสุขอีกด้วยค่ะ

มีไอศกรีมให้เลือกหลายรสชาติค่ะ สตรอเบอร์รี่ , ชาเขียว, บลูเบอร์รี่, วนิลา, ช็อคโกแลต, แพชชั่นฟรุ๊ต ฯลฯ ก็เลือกเอาโลด ตามสบาย

เอาไอศกรีมใส่กระปุกแบบนี้ค่ะ

แล้วก็เอาเข้าไปบีบอัดในเครื่องเพื่อให้มันดันออกมาเป็นเส้นๆ แบบสปาเก็ตตี้

อันนี้ของคุณแม่ค่ะ เป็นรสชาเขียว ล้วนๆ อร่อยเหมือนกัน หอมชาเขียวมาก อันนี้แม่พินนี่ตกแต่งเองนะ เก๋มะ เหมือนสวนผักแล้วมีพริกเลย อิอิ ใส่ จอลลี่แบร์กับ แมคคาเดเมียด้วยน้า

อัดออกมาเป็นเส้นๆ แบบนี้ค่ะ พินนี่เลือก ไอศกรีมบลูเบอร์รี่ กับวนิลาผสมกัน แล้วตกแต่งหน้าด้วย โอโจ้ , M& M แล้วก็เวเฟอร์รสบลูเบอร์รี่ มาชเมลโล แมคคาเดเมีย แล้วก็โรยชอคโกแลตเม็ด ๆ เอาไว้เคี้ยวๆ ด้วย อร่อยมากกกกกหวานนนอร่อยยยยสุดๆ

อันนี้ของพี่บอยค่ะ รสวนิลาอย่างเดียวเลย แล้วก็ตกแต่งด้วย เยลลี่มาชเมลโล่ มะม่วงหินมพานต์ โอโจ้ และเวเฟอร์ต่างๆ

 ขอปิดท้ายด้วยภาพพินนี่กับ แป้ง Kirari ขอหลบหลังแป้งหน่อย เพราะพินนี่ตัวต่วมมากตอนนี้ 555 ไม่ไหวจะเคลียร์ค่ะ ขอหลบมุมกล้องนิดนึงด้วยการให้แป้งช่วยบังให้ 5555

โดยรวมอาหารที่นี่จัดว่า อร่อยใช้ได้ค่ะ แต่ก็ไม่ใช่ทุกเมนูนะคะ หมายถึงมันอร่อยนะ แต่บางเมนูเหมือนยังอร่อยไม่สุด มันน่าจะต้องเพิ่มนั่นนิดนี่หน่อยอะไรแบบนี้ แต่ก็เข้าใจเค้านะว่า เค้าทำให้ต่างชาติทานเป็นหลัก รสชาติอาหารบางอย่างเลยอาจจะไม่ได้จัดจ้านแบบที่คนไทยเราๆ กินกัน ทำรสชาติไว้กลางๆ คนไทยอาจจะถูกปากเป็นบางอย่าง แต่ข้อดีคือ อาหารบางประเภทเช่น พาสต้า เราสามารถสั่งเชฟได้ว่าจะเอารสชาติแบบนั้นแบบนี้ แต่อันที่ทำไว้สำเร็จแล้วมันแก้ไม่ได้แต่ว่า คิดในอีกแง่ก็ดีนะคะ อาหารรสจัดมากทานบ่อยๆ ก็ไม่ดี ถึงมันจะอร่อยก็เถอะนะ อ้อ ขอพูดเรื่องราคานิดนึง ถ้าพูดถึงค่าหัว ต่อ หนึ่งคน สำหรับที่นี่ ถือว่าค่อนข้างแพงค่ะ 1,200++ ต่อคน แต่ถ้าเทียบว่า มีเชฟเจ๋งๆ ระดับ มิชลิน (มื้อเช้า) มาทำให้ทานก็โอเคนะ (เพียงแต่เราไม่ได้ทานมื้อเช้ากันเท่านั้นเอง) แต่เชฟเอ๊กซ์ก็เจ๋งแล้วล่ะค่ะ อร่อยเหาะ ส่วนความหลากหลายของอาหารก็ถือว่าเยอะระดับปานกลาง เคยเจอที่หลากหลายมากกว่านี้มาแล้ว แต่สรุปรวมๆ คืออร่อยค่ะ ควรค่าแก่การมาลองชิมดูซักตั้ง เหมือนกัน แต่กินบ่อยๆ ก็ไม่ไหว ทรัพย์จางแน่นอน ค่ะ (ฮาาา) แต่ตอนนี้ เค้ามีโปรโมชั่นมื้อเที่ยงอยู่นะคะ เป็นราคา จันทร์- เสาร์ ราคา 499++ ส่วนวันอาทิตย์ก็จะราคา 800++ ค่ะ

ใครมีโอกาสได้แวะเวียนไปแถว สุรวงศ์ ก็อย่าลืมไปลอง กันนะคะ กับ Sunday Brunch ที่ห้องอาหาร Latest Recipe ชั้น 2 โรงแรม Le Meridien ค่ะ

RATING

♥ ♥ ♥ ♥

LUNCH-PROMOTION

(OCTOBER 2012 ONLY)

จันทร์ – เสาร์ = 499++ บาท

อาทิตย์ = 800++ บาท

 

INFORMATION

 

Latest Recipe อยู่ชั้น 2 โรงแรม Le Meridien

มื้อเที่ยงเวลา : 12:00-14:30 น.

มื้อเย็นเวลา : 17:00 เป็นต้นไป

ประเภทอาหาร : International Food

Serving Style : Buffet/ A la carte

Normal Price:  1,200++ THB

 

RESERVED SEAT

ส่วนถ้าใครกลัวที่จะเต็มอยากจะลองโทรไปจองโต๊ะก่อนก็ลองโทรไปได้นะคะ ที่
โทร 02 232 8888
Email: fdadmin.lmbkk@lemeridien.com
Website: http://www.lemeridienbangkokpatpong.com

 

โรงแรม เลอ เมอร์ริเดียน กรุงเทพ / Le Meridien Bangkok
40/5 ถนนสุรวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500 [เขตบางรัก]
40/5 SURAWONG ROAD, BANGRAK, BANGKOK 10500 THAILAND
โทร : 0-2232-8888
Website : http://www.lemeridienhotelbangkok.com

 

LE MERIDIEN-BKK-MAP

 


View Le Meridien Bangkok in a larger map
 

Source: 

http://www.starwoodhotels.com/lemeridien/property/dining/attraction_detail.html?propertyID=1946&attractionId=1001571622

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=close-to-heaven&month=21-08-2012&group=25&gblog=4

http://doisontheway.com/?m=201208

 

แวะไปเยี่ยมหรือ มีคำถามอะไรฝากไว้ ได้ที่ Facebook Page ของพินนี่นะคะ

fb page banner copy

Disclaimers:  Sponsored Content

View :10198