ต้องบอกก่อนว่า หัวข้อ เขียนบล็อกอย่างไรให้ได้เงิน นี้เป็นอะไรที่อยากเขียนมานานมากแล้วแต่ก็ไม่มีเวลามาเขียนซักที เนื่องด้วยตอนทำ IS จบตอนป.โท ก็ทำหัวข้อที่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะ เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ มีการสัมภาษณ์เชิงลึกกับบล็อกเกอร์ในแต่ละ Categories ด้วย ดังนั้นข้อมูลที่ได้จึงเป็นข้อมูลที่มาจากเรื่องราวจริงๆ และ มาจากผลวิจัยจริงๆ ที่ไม่ได้มาจากความคิดโดดๆ จากในหัวของพินนี่เอง (สำหรับใครที่สนใจอยากจะอ่านเป็นรูปเล่ม สามารถไปที่ห้องสมุดของ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ถ.วิภาวดีรังสิต แล้วอ่านดูก็ได้ค่ะ วิจัยของพินนี่และเพื่อนๆ ถูกเก็บไว้ที่นี่ค่ะ หัวข้อ “แนวทางการพัฒนาบล็อกเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ” )

problogger

เช้านี้พินนี่ได้อ่านบทความ “เขียนบล็อกอย่างไรให้ได้เงิน [ตอนที่1]” จากใน Website Thumbsup.in.th  ที่พี่ปอง @jakrapong เขียน มันเลยเป็นการกระตุ้นให้พินนี่อยากจะกลับมาเขียนบทความ เขียนบล็อกอย่างไรให้ได้เงิน นี้อีกครั้ง ต้องขอขอบคุณ @oxygenyoyo หรือน้องตอง สุดยอด Dev แห่ง Pantip.com มาก เมื่อวานพินนี่ได้อ่านบทความ “กินกบตัวนั้นซะ” ของน้องตอง เลยเลิกผลัดวันประกันพรุ่ง ลงมือเขียนบทความนี้ทันทีเพราะกลัวว่า อาจจะดองไว้จนไม่ได้เขียนอีกแล้วความทรงจำรวมถึงรายละเอียดต่างๆ ของเรื่องราวที่รู้มามันก็จะหายไปกับกาลเวลาด้วย

อันที่จริงพินนี่เคยคุยเรื่องหัวข้อนี้กับพี่ปองไปบ้างช่วงตอน IS ยังไม่เสร็จดี ส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้น่าสนใจเพราะ ตั้งแต่ 2 ปีที่ผ่านมา วงการเขียนบล็อก หรือ วงการบล็อกเกอร์ ค่อนข้างตูมตามมาก (ทั้งๆที่จริงๆ ก่อนหน้านี้ก็มีบล็อกเกอร์กันมานานแล้วนะ ยุคแรกๆ ที่คนรู้จักกันมากๆ ก็ต้องเป็นพี่เก่ง กติกา สายเสนีย์ หรือ keng.com  ) นักการตลาด นักพีอาร์ แบรนด์ เอเจนซี่ ต่างๆ ต่างก็ใช้ Blogger Marketing หรือ Influencer Marketing มาช่วยรีวิว หรือ Endorse สินค้าและบริการของตัวเองกันทั้งนั้น ดังนั้นคงไม่แปลก ที่มีหลายคนก็อยากที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวงการนี้ อยากจะเป็น “บล็อกเกอร์” แต่เชื่อมั้ยว่า หลายๆ คนที่ไม่เคยเขียนบล็อกมาก่อนเลยอาจจะไม่เคยรู้เลยว่า การเป็นบล็อกเกอร์นั้น “ไม่ง่าย” เลย จริงๆพินนี่อยากจะเขียนบทความเกี่ยวกับ How to be a blogger หรือ อยากเป็นบล็อกเกอร์ต้องทำอย่างไร? แต่ขอเก็บไว้ก่อนแล้วกัน เพราะคิดว่า การที่จะมาเข้าใจว่า เขียนบล็อกแล้วจะได้เงินเสมอไปมันคงไม่ใช่ ควรจะเข้าใจตรงนี้ก่อน แล้วอยากจะเป็นบล็อกเกอร์จริงๆ ก็ค่อยว่ากัน

จริงๆ ตอนทำ IS พินนี่ไม่ได้แค่หาข้อมูลเฉพาะของบล็อกเกอร์ไทยประเทศไทยเท่านั้นนะ แต่พินนี่ยังมีข้อมูลของบล็อกเกอร์จาก สิงคโปร์ และมาเลเซียด้วย อาจจะเป็นโชคดีของพินนี่พอดีที่ช่วงที่กำลังเลือกทำ IS หัวข้อนี้ได้มีโอกาสไป New York ด้วยการสนับสนุนจาก Microsoft Singapore ที่เลือกพินนี่ไปเป็น ตัวแทนคนเดียวในนามบล็อกเกอร์จากประเทศไทย ไปร่วมแคมเปญระดับเอเชียแปซิฟิกในครั้งนั้น ซึ่งก็มีบล็อกเกอร์จากหลายประเทศไปด้วยค่ะ พินนี่เลยได้มีโอกาสลิสคำถามเพื่อสัมภาษณ์ บล็อกเกอร์จาก สิงคโปร์ ซึ่งก็คือ Nicole Chen เป็น Model DJ, Miss Earth ปี 2007 ที่ค่อนข้างดังมากที่นั่น เขียนบล็อกชื่อ http://www.nicolechen.net และ Niki Cheong นักหนังสือพิมพ์และนักเขียนคอลัมน์ จาก มาเลเซีย เคยทำงานที่ The Bangsar Boy เขียนบล็อกอยู่ที่ http://nikicheong.com/ ตอนนีไปเรียนต่อที่ London แล้ว ดังนั้นพินนี่จึงมีมุมของการเขียนบล็อกอย่างไรให้ได้เงิน ของต่างประเทศมาแชร์ให้ฟังด้วยค่ะ

augustman2

poster-copy

อันนี้เป็นรูปตอนที่ไป New York แล้วได้ไปเจอกับ Nicole Chen และ Niki Cheong ค่ะ

261641_10150653855900321_715120320_18870404_7671504_n1

ตอนที่ 1 คงขอเริ่มที่ประเทศเพื่อนบ้านก่อนค่ะ เพื่อให้เข้าใจว่า เพื่อนบ้านเราประเทศอื่นนั้นเป็นยังไงบ้างในวงการนี้ ก่อนนหน้านี้พินนี่เคยสงสัยกันมานานมากว่าที่เมืองนอกเนี่ย บล็อกเกอร์มีรายได้กันยังไงและแบบไหน มีบล็อกเกอร์เยอะมั้ย ฯลฯ บลาๆๆๆ จนได้มากระจ่างเอาก็ตอนนี้นี่ล่ะ
จากการสัมภาษณ์ Nicole Chen และ Niki Cheong พินนี่พบว่า ที่เมืองนอกจะมีโมเดลในการหารายได้จากการเขียนบล็อกค่อนข้างจะชัดเจนค่ะ คือ

  • เค้าจะมี Community สำหรับ บล็อกเกอร์โดยเฉพาะ เลย ประมาณพวก สมาคม ชมรม Blogger Association  อะไรพวกนั้นเลยนะ ประโยชน์คือ จะมีอำนาจในการต่อรองกับผู้ว่าจ้างได้
  • สองประเทศนี้มี Nuffnang อยู่ค่ะ (อ่านว่า นัฟแนง ) ซึ่งเป็น อีก 1 โมเดลในการหารายได้ให้กับบล็อกเกอร์และค่อนข้างดังมากทีเดียว Nuffnang มีอยู่หลายประเทศค่ะ ล่าสุดก็มาเปิดในไทยด้วย ได้ประมาณ ปีกว่าๆ แล้ว มีออฟฟิสอยู่ตรงเพลินจิตเซ็นเตอร์ใจกลางเมืองนี่เอง ซึ่งโมเดลของนัฟแนงก็คือ เป็น Blog Advertising Community มีรายได้ให้บล็อกเกอร์ถึง2 ทาง คือ จาก Ads ของนัฟแนงที่เอามาติดในบล็อกเรา อารมณ์คล้ายๆ Adsense ของ google แต่Ads จะไม่มั่วเท่าไหร่เพราะเค้าจะคัดลูกค้านิดนึง ดังนั้นจะไม่มี Ads น้ำยาปลุกอารมณ์ทางเพศ โผล่ขึ้นมาที่หน้าบล็อกเราแน่นอน กับ เหมือนหางานเขียนบล็อกมาให้เรานั่นละค่ะ อยากทราบข้อมูลเพิ่มลอง search หาใน Google ต่อกันเองนะคะ / จริงๆ ก็มีเจ้าอื่นๆ ด้วยแต่เป็นเจ้าเล็กๆ Nuffnang เหมือนเครือข่ายจะใหญ่ที่สุดค่ะ
  • มีสปอนเซอร์ หรือผู้สนับสนุน ซึ่งไม่ใช่สนับสนุนแค่พวกสิ่งของมาให้รีวิว เท่านั้นนะคะ แต่สปอนเซอร์ที่เกิดขึ้นมีทั้งในรูปแบบของเงินเป็นก้อนๆ เลยล่ะ หรือสนับสนุน Hosting , Domain Name ให้ และอื่นๆ อีกมากมายค่ะ
  • Banner Ads ยังคงฮิตอยู่ค่ะ หลายคนสร้างรายได้จาก Ads ได้เยอะมากเลย
  • รับจ้างออก Event อันนี้ก็รายได้ดีค่ะ เพราะ ที่เมืองนอกเค้า Event เยอะมาก และ บล็อกเกอร์ก็มักจะเป็นคนสำคัญ เทียบชั้น ดารานักร้อง Celebrity ได้เลย งานไหนมีบล็อกเกอรืไปประชันกันมากๆ เนี่ยถือว่างานนั้นเด็ดมาก
  • เนื่องจากบล็อกเกอร์เป็นคนสำคัญ ดังนั้นที่เมืองนอกจะมีจัดประกวดบล็อกด้วย แต่ไม่ได้ประกวดแค่ภายในประเทศนะ เค้าประกวดกับประเทศข้างเคียงด้วย จริงๆ ก็คล้ายๆ กับ Thailand Blog Awards บ้านเรานะ แต่ของเมืองนอกทำดีกว่ามาก ยังกับงาน ประกาศรางวัลออสก้า เลยค่ะ เป็นงานที่มีเกียรติมาก ใครได้รางวัลนี่ถือว่าสุดยอดมากๆ แล้วงานวิ่งเข้าชมตูมตามๆ
  • รับจ้างเขียนบล็อกแบบ Advertorial อันนี้ ทำกันเป็นล่ำเป็นสันค่ะ หลายๆ คนได้รายได้ปีนึงหลักหลายล้านก็มี
  • เป็น Presenter หรือ Brand Ambassador อย่าง Nicole ก่อนหน้านี้ (ปี 2012) ก็ได้เป็น Brand Ambassador ของ HTC , Beats by Dr.Dre ฯลฯ ด้วยค่ะ
  • แต่………………………… สิ่งนึงที่พินนี่ต้องบอกคือ …. ทั้งสองคนนี้ยอมรับว่า บล็อกเกอร์ส่วนใหญ่ที่ดังๆ จริงๆ ในประเทศเค้ามีไม่เกินหลัก 20 คน ค่ะ จากจำนวนทั้งหมด หลายร้อย หลายพัน และ….. ส่วนใหญ่ เป็นคนดัง ด้านอื่นๆ มาก่อน ก่อนที่จะมาเขียนบล็อกค่ะ ดังนั้น แน่นอน คนเหล่านี้จะมีฐานแฟน ๆ ค่อนข้างเยอะอยู่แล้ว การจะมาบิ้วต่อเป็นเรื่องไม่ยากนัก ต่างกับในเมืองไทยที่เราเป็น Nobody ไม่มีใครรู้จักเลย แต่ต้องมานั่งสร้างแบรนด์ให้ตัวเอง (Personal Branding)

xiaxue1

จากการสัมภาษณ์ ทั้งสองคนได้เอ่ยชื่อของ Xiaxue หรือ Wendy ( http://xiaxue.blogspot.com ) ขึ้นมาด้วยซึ่งเป็นบล็อกเกอร์ที่ได้รับความนิยมมากๆๆๆๆๆๆในสิงคโปร์ค่ะ มีรายการทีวีเป็นของตัวเอง มีคนติดตามเยอะมาก หลักหลายแสนอ่ะ ทั้ง Youtube/ Twitter/ Facebook คนคนนี้ทำรายได้จากการเขียนบล็อกอย่างเดียวเลยนะเท่าที่ทราบมา (คนนี้เป็น IDOL พินนี่มากๆ แล้วตอนนี้นางท้องแล้วจ้าาาาาาาา ^^ ) แล้วก็เมืองนอกเนี่ย “บล็อกเกอร์” เค้าทำกันเป็นอาชีพ”หลัก” เลยค่ะ แต่…. อย่างที่บอกค่ะ ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ส่วนใหญ่ผ่านการเขียนมาแล้วมากกว่า 5 ปีโดยเฉลี่ยทั้งนั้น ต้องสั่งสมต้องสร้างชื่อ ต้องสม่ำเสมอ  ต้องๆๆๆ อีกหลายอย่างมากไม่งั้นเค้าคงไม่มีวันนี้กัน แต่…..ก็ต้องบอกอีกว่า ไม่ใช่ทุกคนค่ะที่จะมี “รายได้ดี” แต่ยอมรับค่ะว่าถ้าสามารถไปถึงตรงนั้นได้ “รายได้ดีมาก” อันนี้ไม่เถียงเลย แถมตอนนี้ Xiaxue ยังได้เป็น Brand Ambassador เป็น Product Presenter อีกเยอะแยะ เรียกได้ว่า มีโอกาสอย่างอื่นเข้ามามากมายจากการเขียนบล็อกนี่ล่ะ

Awards

อย่าง Xiaxue ตอนนี้จำนวนคน Follow ขอบอกว่าเข้าขั้นเยอะหลอน คนดูบล็อกเค้าไม่ต่ำว่า 40,000 view/วัน ในTwitter มีคนตามประมาณ 143K ใน Facebook มีคนตามประมาณ 129,833 Likes แถมพ่วงด้วยรางวัลของบล็อกอีกมายมายนับไม่ถ้วน ทั้งระดับประเทศและระดับเอเชีย

ที่มาเลเซียก็มีบล็อกเกอร์ดังๆ อีกรายคือ Beautiful Nara ถ้าจำไม่ผิดจะเป็น Parenting Blog ค่ะ เขียนเกี่ยวกับเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ แล้วก็ บลาๆ คนตามใน Facebook ประมาณ 150,000 like ได้มั้งคะตอนนี้

beautifulnara

แต่โดยรวมแล้วไม่ว่าจะเป็นบล็อกเกอร์แบบมีชื่อเสียงมาก่อนหรือไม่มี ของที่เมืองนอกมันมีอะไรคล้ายๆ กันอยู่ค่ะว่าต้องทำอย่างไรบ้างจึงจะได้เงินจากการเขียนบล็อก

  1. ขยันหมั่นเพียร เขียนอ่าน อันนี้สำคัญมากค่ะ ใครว่าเป็นบล็อกเกอร์ไม่เหนื่อย? เหนื่อยมากนะคะ ไหนจะหาข้อมูล (ต้องขยันอ่าน) ต้องสม่ำเสมอ (ขยันเขียน) แถมต้องเขียนให้ไม่ดูยัดเยียดมากไปเนี่ยมันค่อนข้างต้องใช้ทักษะเหมือนกันนะ ไม่ใช่อยู่ๆ จะเขียนก็เขียนได้เลย มันต้องฝึกฝนค่ะ แต่ที่เมืองนอกเค้ารับได้นะคะ ถ้าเขียนแบบ Advertorial เพราะคนอ่านเชื่อว่าเราเก่งจริงเป็นผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้นถ้าเราต้องใช้ความสามารถส่วนตัว หรือความเชี่ยวชาญส่วนตัวของเรา แล้วได้รับค่าจ้างในการเขียน คนอ่านรับได้ค่ะ เพราะเขาคิดว่าเราเก่งพอ และสมควรที่จะได้รับค่าตอบแทนนั้น แต่ในเมืองไทย เหมือนจะยังไม่ชินกันค่ะ เพราะยังมีบ้างมีมาค่อนขอด ว่า เห้ยเขียนให้เพราะได้เงินนี่หว่า! แต่เมืองนอกเค้าไม่แคร์กันนะคะ อย่างทีบอกค่ะ ถ้าเราเก่งพอในขั้นที่คนทั่วไปให้การยอมรับ คนเหล่านั้นรับได้และคิดว่าเราสมควร(อย่างยิ่ง) ที่จะได้ค่าเหนื่อยเหล่านั้นค่ะ
  2. ต้องสม่ำเสมอ รักษาระดับ สม่ำเสมอในที่นี้คือ ไม่ใช่ว่าเห้ย เปิดบล็อกมาคิดว่าจะได้เงินเลยนะไม่มีทาง เป็นบล็อกเกอร์ไม่ได้ฟรีไปทั้งหมดนะ แน่นอนว่ามันมีบล็อกฟรี ให้ใช้บริการมากมายทั้ง Blogger, WordPress แต่ถ้าอยากไต่ระดับให้ดูดีขึ้น คนจำ URL เราได้ง่ายขึ้น การจ่ายเงินซื้อ Domain Name และ เช่า Hosting ก็เป็นเรื่องที่ควรทำค่ะเพราะปรับแต่งอะไรได้มากกว่า แล้วก็เมื่อมีบล็อกแล้วควรขยันเขียนค่ะ ไม่ใช่เขียนบล็อกเดียวแล้วหายต๋อมไปเลย ไม่เคยอัพเดทอีกเลย หยากไย่ ขึ้น แบบนั้นไม่มีคนมาอ่านหรอกนะคะ (จริงๆ พินนี่ก็ไม่ค่อยมีเวลาเขียนเหมือนกันนะ อันนี้ต้องทำใจเพราะว่า งานเยอะ) เขียนไปเยอะๆ ค่ะ อย่าท้อ เดี๋ยวมีแมวมามองเอง (ใช้เวลาหน่อยนะ บางคนเร็ว บางคนช้า ขึ้นอยู่กับ หลายปัจจัย)
  3. คนจะเขียนบล็อกเป็นบล็อกเกอร์ได้จริงๆ ไม่ใช่เขียนวันเดียวแล้วเลิกแบบที่บอก สิ่งสำคัญที่ควรมีคือใจรักการเขียน การแบ่งปัน ถ้าไม่ชอบเขียนแล้ว ยังไงก็เขียนได้แป๊ปเดียวก็จะเลิกค่ะ ยังไม่ทันจะได้ฝึกอะไรเลย เงินยิ่งไม่ต้องพูดถึง ยังไม่ได้หรอกค่ะ
  4. ต้องทำใจในช่วงแรกว่า รายได้ไม่มีแน่นอน ทุกคนเป็นแบบนี้หมด มันต้องใช้เวลาค่ะ กว่าจะสร้างตัวเองขึ้นมาให้เป็นที่รู้จักได้
  5. เอา Ads มาติดเป็นค่าขนมไปก็พอไหวนะคะ ที่เมืองนอกก็ทำแบบนี้กันแต่อาจจะไม่ได้เป็นล่ำเป็นสันเท่าที่หวังไว้เท่านั้นเอง แต่ถ้าคนเข้าชมเยอะๆ โอกาสได้เป็นกอบเป็นกำมันก็มีค่ะ บางคนรายได้จาก Ads อย่างเดียวหลายหมื่นนะ เห็นมาแล้ว
  6.  ถ้าคุณมี Connection ที่ดีที่เขาพร้อมจะ Support คุณ หรือ เป็น Sponsor ให้คุณคุณสบายแน่นอน
  7. CONTEN IS KING & DRIVE EVERYTHING อันนี้เป็นเรื่องจริงเสมอค่ะ ไม่ว่าจะเมืองไทย เมืองนอก ถ้าคุณมีเนื้อหาที่ไม่เด่น ไม่โดนไม่เจาะลึก ไม่มีเอกลักษณ์ มันก็ยากนะ ที่จะให้คนมาสนใจอ่านบล็อกคุณ หรือทำให้เอเจนซี่ หรือแบรนด์หันมาสนใจคุณ ที่เมืองนอกเวลาเค้าเขียนอ่ะค่ะ เนื้อหาดีทั้งนั้นเลยนะ ยังไงแล้วเนื้อหาดีมีชัยไปกว่าครึ่งค่ะ เพราะนอกจากจะทำให้ผู้ว่าจ้างอยากจ้างให้เราเขียนบทความให้แล้ว หากเราติด Ads ด้วยมันก็มีโอกาสมากที่เราจะได้เงินจาก Ads เพราะว่าจำนวนคนเข้าชมของเราเยอะขึ้น ทำไมถึงเยอะขึ้นล่ะ? ก็นี่ไง เนื้อหาเราดี ถูกไหมคะ? ที่สำคัญจะเขียนอะไรต้องเป็นกลาง เพราะคนอ่านไม่โง่แล้ว แยกได้ค่ะว่าอันไหนพยายามยัด พยายามเนียน หรืออะไร ดังนั้นที่เมืองนอกจะแปะ “Advertorial” ไว้หัวมุมบนของ Content เสมอเพื่อบอกว่าเห้ย อันนี้ชั้นไม่ได้เขียนฟรีนะ ซึ่งคนอ่านเข้าใจ แต่ของเมืองไทยอาจจะต้องใช้เวลาในการ Educate อีกซักหน่อย – -‘
  8. ของเมืองนอกเค้ารวมตัวกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนในหมู่บล็อกเกอร์ด้วยกันเอง ถ้าคุณทำได้แบบเค้า สบายชัวร์
  9. หมั่นหาความรู้ใส่ตัวค่ะเพราะการเป็นบล็อกเกอร์ คือ เหมือนกับว่าเราต้องก้าวนำหน้าคนอื่นไป 1-2 ก้าวเสมอ ต้องมีเนื้อหาใหม่ๆ มาให้คนอ่านได้อ่าน และต้องหาข้อมูลแน่แล้วว่าเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ เพราะนอกจากตัวเราเองจะได้รับความน่าเชื่อถือจากแบรนด์ที่จะว่างจ้างเราแล้ว คนอ่านก็จะให้ความเชื่อถือในความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของเราด้วยค่ะ
  10. ลองใช้บริการ Blog Ads หรือ Blog Agency แบบนัฟแนง ดูก็ได้ถ้าคิดว่าการสร้างแบรนด์ให้ตัวเองอาจจะใช้เวลานานไป ที่เมืองนอกเขาใช้วิธีนี้กันค่ะ สมัครเข้าไปแล้วให้นัฟแนงป้อนงานให้ แต่ต้องย้อนอ่านข้อ 1-9 ใหม่ด้วยนะคะ เพราะถ้าทำ 1-9 ไม่ได้ มันก็ยากเหมือนกันที่เขาจะป้อนงานให้คุณค่ะ / แต่ นัฟแนงก็มีข้อจำกัดอยู่อีกหลายข้อ ที่อาจจะเหมาะกับต่างประเทศมากกว่าในเมืองไทย เช่น ระบบการจ่ายเงิน หรือจำนวน Credit Term หรือแม้แต่จำนวนงานที่ Commitment คือที่เมืองนอกมันจะมีแบบนี้ แต่ในเมืองไทยมันคงยัง Customized ได้ไม่ถึงจุดที่จะ balance เข้าหากันได้ อาจจะต้องใช้เวลาอีกซักหน่อย กว่าคนไทยจะชิน (หรืออาจจะไม่ชินเลยก็ได้)
  11. อันนี้ยากหน่อยในเมืองไทย แต่เมืองนอกคิดว่าคงหาง่าย – -” เพราะเห็นหลายคน มีสปอนเซอร์กันเยอะมากบล็อกเกอร์บางคนได้สปอนเซอร์กันทีนี่ เกือบ 10 สปอนเซอร์ต่อ 1 คน แล้วเมืองนอกเนี่ยส่วนใหญ่ สปอนเซอร์วิ่งเข้าหาบล็อกเกอร์ค่ะ น้อยมากที่บล็อกเกอร์จะวิ่งเข้าหา สปอนเซอร์ แต่ในเมืองไทยนี่…. เอิ่ม คิดว่ายากค่ะวิธีนี้ บล็อกเกอร์หน้าใหม่ยิ่งยากเลยเพราะคนเค้าไม่เห็นผลงานเรา จะบากหน้าไปขอสปอนเซอร์นี่ยากนะคะ ขนาดเขียนมานานแล้ว ยังต้องคิดนานเลย

น่าจะเริ่มเห็นกันบ้างนิดหน่อยแล้วว่า เมืองนอกกับประเทศไทย การหารายได้จากการเขียนบล็อกมันค่อนข้างต่างกันยังไง ตอนที่  2 เดี๋ยวพินนี่จะมาอัพเดทในส่วนของ การเขียนบล็อกอย่างไรให้ได้เงิน ในประเทศไทยค่ะ (แต่ขอไม่เปิดเผยชื่อของบล็อกเกอร์ที่ได้สัมภาษณ์ไปนะคะ  🙂

สำหรับใครที่มีอะไรมาแชร์ เกี่ยวกับเรื่องนี้สามารถมาแชร์กันได้นะคะ 🙂 เพราะอาจจะมีคนที่เห็นต่างกันออกไป น้อมรับความคิดเห็นทุกคนจ้า

แวะไปเยี่ยมหรือ มีคำถามอะไรฝากไว้ ได้ที่ Facebook Page ของพินนี่นะคะ

fb page banner copy

View :16463