” Phantom of the opera ..หนึ่งใน Opera Production ที่ดีและเยี่ยม สะกดใจที่สุดตั้งแต่ดู Broadway มา”

197657_10152782917505257_1439186940_n(Source : https://www.facebook.com/Rachadalai)

หลังจากการรอคอยอันยาวนาน ในที่สุด The Phantom of the opera ก็มาเปิดการแสดงที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก ที่เมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์ค่ะ วันนี้ 11 May 2013 พินนี่ได้มีโอกาส พาแม่ และน้องชาย มาดู Broadway version world tour ของ The Phantom of the opera ซะที หลังจากจองบัตรไว้ ตั้งแต่วันแรก ๆที่เขาเปิดขายตั้งแต่ปลายปี 2012 ก่อนหน้านี้ สองสามปี พินนี่ได้มีโอกาสไปดู เวอร์ชั่นที่นิวยอร์ค มาแล้วและประทับใจมาก อยากดูอีกหลายๆ รอบ เพราะนักแสดงแสดงได้ดีมากๆ จริงๆ ค่ะ จากวันนั้นก็คิดเสมอว่า จะต้องพาแม่ไปดูที่นิวยอร์คให้ได้ แต่พอดีได้ข่าวมาว่าจะมี เวิร์ลทัวร์มาเมืองไทยพอดี เลยรีบจองบัตรแบบไม่อิดออด เพราะอยากให้แม่ได้ลองสัมผัสประสบการณ์ประทับใจแบบที่พินนี่ประทับใจมาแล้ว ถึงแม้ว่าจะเป็นนักแสดงคนละชุดกันก็ตาม แต่ขึ้นชื่อว่า International World Tour ก็คงจะไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน นอกจากนี้พินนี่ยังเชื่อว่าหลายคนก็ชอบ ละครเรื่องนี้เหมือนพินนี่ แต่หลายคนก็ยังไม่ค่อยทราบว่า ตำนานของ Phantom of the opera มีตำนานเป็นมายังไงบ้าง พินนี่เลยมีข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากกันด้วยค่ะ

309045-162232-7
( Source : http://www.eventfinder.co.nz )

แต่ก่อนจะไปฟังข้อมูลที่น่าสนใจนั้น ขอบอกก่อนว่า การแสดง The Phantom of the opera world tour 2013 ครั้งนี้ เริ่มวันที่ 7 May -9 June 2013 ค่ะ แล้วก็ มีของที่ระลึกมาขายด้วยเยอะเลย น่าสนใจทั้งนั้น ค่ะ ทั้ง แก้ว Mug ลายหน้ากาก Phantom ที่พอเติมน้ำร้อน หน้ากาก Phantom จะเปลี่ยนเป็นสีขาว (ราคา 300 THB) หรือเสื้อ ยืด ตัวละ350 THB , พวงกุญแจ 250 THB ฯลฯ ถ้าใครสนใจก็ลองไปซื้อหากันได้ค่ะ

สำหรับใครที่ซื้อบัตรแล้ว แต่ยังไม่เคยได้ดูละครเวทีแบบนี้ ขอแจ้งก่อนว่า สำหรับ ละครเวทีที่เคร่งเรื่องลิขสิทธิ์มากๆ แบบ Phantom นั้น มีการห้ามบันทึกเทป เสียง และวีดีโอโดยเด็ดขาดค่ะ และ เคร่งมากเรื่องการนแสดงโชว์ตรงเวลา ดังนั้นกรุณาอย่าไปช้า นะคะ เมื่อการแสดงเริ่มแล้ว ด้วยมารยาทไม่ควรลุกไปไหนเลยแม้ว่าจะปวดเข้าห้องน้ำก็ตาม เพราะเมื่อการแสดงเริ่มไปครึ่งเรื่อง เค้าจะปล่อยให้พัก 15 นาที ให้อยู่แล้วค่ะ

การแสดง

ขอบอกว่าส่วนนี้พินนี่ออกจะขัดใจซักเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะว่านักแสดงไม่เก่งนะคะ แต่ประเด็นอยู่ที่มันมี ช่วงเวลา dead air ให้เห็นอยู่หลายครั้งเหมือนกัน อยู่ๆ ก็เงียบไปแบบไม่มีสาเหตุ อารมณ์ร่วมที่เกิด มันเลยขาดเป็นห้วงๆ กำลังจะเศร้าตาม อ้าวๆ เงียบไปเฉยๆ อารมณ์หยุดหลุดไปแบบโดนกระชากให้ดิ่ง และพลังของนักแสดงมันจะส่งต่อมาไม่ถึงคนดูค่ะ ถามๆ หลายๆ คนที่มาดูรอบเดียวกะพินนี่ ก็พูดเหมือนๆ กันว่า เฉยๆ ไม่ได้ประทับใจอะไรเป็นพิเศษ ตอนเค้าเศร้า เราก็ไม่อิน ตอนเค้ารักกัน เราก็ไม่อิน – -‘ ผิดกับตอนไปดูที่นิวยอร์ค อันนั้นน้ำตาเราไหลพรากๆ เลย อินสุดๆ สงสาร Phantom มาก ตอน Christine กับ Raoul จูบกันบนดาดฟ้าเราก็รู้สึกว่าเค้ารักกันจริงๆ น้ำตาไหล แถมตอนสุดท้ายที่ Christine เอาแหวนมาคืน Phantom นี่เราร้องไห้โฮ เลย

ประการสำคัญที่เห็นเด่นมากของ World Tour อันนี้ ที่เราคิดว่าเป็นช่องโหว่มากๆ คือ “ตัวละครหลัก ดูเป็นตัวละครรอง “และ “ตัวละครรอง ดันเด่นกว่าตัวละครหลัก” 

เพราะอะไร? อันนี้เราไม่ทราบ แต่ในเวอร์ชั่นนี้ 

Phantom ไ่ม่เด่นเอาซะเลย ออกจะเป็น Phantom ที่ดูออกแนวเก็บกดไปหน่อย ไม่ดู ลึกลับน่าค้นหา ไม่ดู Charisma เท่าไหร่ Christine ดูเฉยๆ แต่ที่กลับดูเด่นคือ Monsieur André , Monsieur Firmin เจ้าของโรงละคร กับ Meg Giry ลูกสาวของ ครูฝึกเต้นบัลเล่ต์ Madame Giry และ Carlotta กลับดูเด่นกว่ามากๆ และทุกคนน่าจะสัมผัสแบบนั้นได้เช่นกัน

พลังเสียง

อันนี้ให้ชนะเลิศค่ะ นักแสดงทุกคน พลังเสียงการันตีอยู่แล้วไม่มีคนไหนเสียงขี้เหร่เลยซักคนค่ะ ร้องตรงโน้ตกันหมด แผดเสียงกันแก้วแทบแตกทุกคน อันนี้ยืนยัน

ฉาก

อันนี้ให้ล้านคะแนน ฉากสวยและตอนเปลี่ยนแต่ละฉากก็ Smooth มาก เหมือนที่พินนี่ไปดูที่นิวยอร์คมาไม่ผิดเพี้ยนค่ะ ปรบมือค่ะ ปรบมือ (Bravo)

ดนตรี

อันนี้ยกนิ้วให้ สิบล้านนิ้ว แน่นอนว่าการมาฟังสดมันได้อารมณ์กว่ามากๆ และนักดนตรีเก่งมากๆ เล่นได้คิวเป๊ะๆๆๆๆๆๆทุกอย่าง อันนี้ต้องชมทั้งคนแสดง ทั้งนักดนตรีและฝ่ายดูแลฉาก ทำทุกอย่างได้ Flow และซ้อมมาดีมากค่ะ

หมายเหตุ : เนื่องจากห้ามถ่ายรูปนิ่งและภาพเคลื่อนไหวทุกอย่างเลยไม่มีรูปอะไรเก็บกลับมาฝากนะคะ แต่ภาพรวมของการแสดงค่อนข้างดีค่ะ แต่พินนี่เคยดูที่ NYC มาก่อน เลยค่อนข้างจะติดเวอร์ชั่น นั้น แล้วก็ได้ดู เวอร์ชั่นครบรอบ 25 ปีไปเมื่อปี 2011 มา ชอบสองเวอร์ชั่นนี้ มากกว่า เวอร์ชั่น World Tour ที่เพิ่งมาดูวันนี้ค่ะ อันนั้นดูแล้วอินกว่า คนแสดง ส่งพลังมาถึงคนดูได้ มีซึ้ง มีร้องไห้ สงสาร พระเอก สงสารนางเอก แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพินนี่ไปดู รอบแรกๆ หรือเปล่า นักแสดงเลยอาจจะยังจับจุด คนดูยังไม่ค่อยได้ แต่.. หรือเป็นเพราะพินนี่ติดกับเวอร์ชั่นที่ได้ดูมาก่อนหน้านี้ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เลยรู้สึกว่าเวอร์ชั่นนี้ไม่อินเท่าอันนั้น มันมีตัวเปรียบเทียบ แต่ยังไงก็แนะนำให้ไปดูค่ะ เพราะการดูผ่านภาพยนตร์กับการมาฟังสด ๆ ที่มีดนตรีวงออเคสคร้ามาเล่นบรรเลงสดๆ , การร้องสดๆ ไปด้วยเนี่ย มีนได้คนละ Feeling กันเลยจริงๆ ค่ะ

บรรยากาศ

ต้องขออภัยที่เก็บมาไม่ได้ค่ะ เพราะว่าเค้าห้ามถ่าย แต่ไปขอยืมมาจาก FB ของ https://www.facebook.com/potoworldtour ที่ถ่ายภาพวัน Gala มาให้ดูค่ะ

394323_157976361043474_1235320807_n(Source : https://www.facebook.com/potoworldtour )

260000_157976357710141_159077252_n

408385_157976447710132_893548156_n

375001_157976354376808_1080939608_n

954312_10151560580703670_1465259575_n-horz

ที่มาแห่งตำนาน Phantom

จุดเริ่มต้นของ The Phantom of the opera เกิดขึ้นจากนิยายเรื่อง Le Fantôme de l’Opéra ของนักเขียน ฝรั่งเศส Gaston Leroux ที่ตีพิมพ์ในช่วงปี 1909-1910 ว่าด้วยความรักสามเส้าในโรงอุปราการ โดยหนึ่งในนั้นเป็นชายหน้าตาอัปลักษณ์ผู้ที่ถูกเรียกว่า “ปีศาจแห่งโรงละคร”

90(Source : expositions.bnf.fr )

Leroux ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์จริง ทั้งความประทับใจในความสวยงามของโรงอุปรากรที่ปารีส และการค้นพบทะเลสาบที่ชั้นใต้ดินของโรงละคร รวมถึงเหตุการณ์พิศวงที่โคมระย้าตกลงมา นิยายของ Leroux จึงเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศลึกลับและสยองขวัญ

tumblr_lyrkt7GAYL1r2jhpbo1_400(Source : fr.wikipedia.org )

นิยายของ Leroux ถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์และละครเวทีอยู่หลายฉบับ แต่ที่เป็นรู้จักกันอย่างแพร่หลายคือหนังเงียบขาวดำ เรื่อง The Phantom of the opera (1925) ที่กำกับโดย รูเพิร์ต จูเลียน และนำแสดงโดยลอน เชนีย์

การดัดแปลงที่สำคัญอีกชิ้นหนึ่ง คือ ละครเพลงเรื่อง Phantom of the opera (1976) ของ เคน ฮิลล์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการดัดแปลงนิยายของ Leroux เป็นมิวสิคัล

Andrew+Lloyd+Webber+( Andrew Lloyd Webber ll Source : http://www.mirror.co.uk  )

หนังสือของ Leroux ยังสร้างแรงบันดาลใจให้ชายคนหนึ่งคิดอยากจะสร้าง Phantom of the opera ในแบบของตนเองบ้าง ชายคนนั้นคือ Andrew Lloyd Webber ในช่วงทศวรรษ 70-80 Webber มีชื่อเสียงจากการประพันธ์เพลงในมิวสิคัลยอดนิยมหลายเรื่อง เช่น Jesus Christ Superstar (1970), Evita (1976) และ Cats (1981) Webber ได้นิยายของ Leroux มาอย่างบังเอิญจากร้านหนังสือมือสองในนิวยอร์ค เขาเล่าถึงเหตุการณ์ตอนนั้นว่า “ผมอยากจะสร้างเรื่องราวโรแมนติกอันยิ่งใหญ่มาตั้งแต่ตอนที่เริ่มต้นอาชีพ และ Phantom คือสิ่งที่ใช่สำหรับผม”

หลังจากได้ใช้เวลาสร้างสรรค์ผลงานอยู่สองปี The Phantom of the opera ก็เริ่มแสดงเป็นทางการในปี 1986 ที่อังกฤษ เนื้อเรื่องว่าด้วย คริสติน หญิงสาวตัวประกอบในโรงละคร โอเปร่า เธอเรียนรู้การร้องเพลงจากชายลึกลับที่แอบซ่อนตัวอยู่ในโรงละคร นามว่า “Phantom” แต่เมื่อ Phantom รู้ว่า คริสติน รักกับ ราอูล เศรษฐีหนุ่ม เขาก็เจ็บปวดอย่างยิ่ง และนำไปสู่โศกนาฏกรรม ครั้งยิ่งใหญ่

The Phantom of the opera ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม จนกลายเป็นผลงานชิ้นเอกของ Webber นับจากปี 1986 เป็นต้นมา The Phantom of the opera ได้ทำการแสดงอย่างต่อเนื่องทั้งใน สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกาและ ประเทศอื่นๆ อีกทั่วโลก ละครเรื่องนี้เพิ่งจะฉลองครบรอบ 25 ปีไปเมื่อปี 2011 ที่ ลอนดอน และ ปี 2013 ที่นิวยอร์ค

เพลงประทับใจ

ทุกเพลงใน The Phantom of the opera ล้วนน่าประทับใจ แต่เพลงที่ผู้คนประทับใจและมักจะนึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ คงจะไม่พ้น สี่ เพลงนี้อย่างแน่นอน

947206_10152806124005257_1538011540_n

  • The Phantom of the opera เพลงเอกของละครเรื่องนี้ที่ทำนองโดดเด่นด้วยการผสมผสานกันระหว่างเสียงร้องโอเปร่า และทำนองกีต้าร์ไฟฟ้า เป็นเพลงที่ปรากฏขึ้นในฉากที่ แฟนธ่อม พา คริสติน ไปยังอาณาจักรของเขาที่อยู่ใต้โรงละคร โดยก่อนหน้านั้น คริสติน มองแฟนธ่อมในฐานะ “เทพแห่งเสียงเพลง” หรือ “คีตเทพ” ที่มอบเสียงวิเศษให้แก่เธอ แต่ในฉากนี้ เธอเริ่มรู้สึกว่า เขาอาจเป็นบุคคลอันตราย จุดเด่นของเพลงอยู่ที่การร้องดูเอท ระหว่าง แฟนธ่อม และ คริสติน และ แฟนธ่อมบอกให้คริสตินร้องเพลงเพื่อเขา และเธอก็เปล่งเสียงสูงขึ้นๆๆ จนแทบจะขาดใจ
  • Think of me  เพลงนี้อยู่ในโอเปร่าเรื่อง Hannibal ที่คณะละครของคริสตินทำการซ้อมอยู่ในช่วงต้นเรื่อง และถือเป็นฉากเปิดตัวของคริสติน หลังจากแฟนธ่อมทำให้ คาล็อตต้าดาวเด่นประจำคณะ ขวัญผวาไม่กล้าขึ้นแสดง ทำให้คริสตินถูกขอร้องให้รับบทแทน คาล็อตต้า และทำให้เธอได้แสดงพรสวรรค์ผ่านการร้องเพลงนี้ จากแรกเริ่มที่เธอร้องอย่างไม่มั่นใจนัก เธอก็เริ่มร้องอย่างแน่วแน่และเปล่งประกายในที่สุด เพลงนี้ยังน่าประทับใจที่เนื้อหาอันว่าด้วย หญิงสาวผู้ขอร้องให้คนรักที่ต้องจากไป ยังคงคิดถึงเธอ รวมถึงวันดีๆ ที่มีร่วมกัน ในฉากนี้ ราอูลเข้ามาเห็นคริสตินร้องพอดี เขาจึงจำได้ว่า เธอคือ เพื่อนในวัยเด็กของเขา และตกหลุมรักเธอในทันที
  • The Music of the night หลังจากแฟนธ่อมพาคริสตินมายังโลกใต้ดินของเขา เมื่อเห็นว่าเธอก็รู้สึกตื่นกลัว เขาก็ร้องเพลง The Music of the night ราวกับการขับกล่อมให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย สอดคล้องกับเนื้อเพลงที่ว่าด้วยการปลดปล่อยตัวเองไปกับราตรีและบทเพลงแห่งค่ำคืน ละทิ้งความทุกข์และความหนักหน่วงทั้งหมดที่เคยเจอมา หัวใจของฉากนี้คือการทำให้ผู้ชม รู้สึกถึงความอบอุ่นและงดงามของแฟนธ่อม แม้ว่าเขาจะอยู่ในชุดผ้าคลุมลึกลับ พร้อมกับหน้ากากปริศนา แต่คริสตินก็ยินดีกับทุกคำที่ได้ยินแฟนธ่อมร้องขับกล่อมราวกับโดนมนต์สะกด
  • All I ask of you หลังจาก แฟนธ่อมได้ทำสิ่งที่เลวร้ายลงไป คริสตินก็ตกใจจนหนีขึ้นไปบนดาดฟ้า และราอูลก็รีบตามมา ในฉากการดูเอทที่โด่งดังนี้ เขากล่าวว่า จะปกป้องเธอตลอดไป และบรรเทาความกลัวของเธอ กุญแจสำคัญของเพลงอยู่ที่คำว่า “ทั้งหมดที่ฉันขอจากเธอ” ตามชื่อเพลง ซึ่งจะมีพัฒนาการไปตลอดเพลง เริ่มแรก คริสตินเพียงแค่ขอคำยืนยันว่าราอูลพูดจริง จนสุดท้ายทั้งคู่ขอให้รักกันและกันตลอดไป ในท่อนสุดท้ายของเพลงนี้ คริสติน และราอูลจะจบกันอย่างดูดดื่ม เมื่อทั้งคู่เดินออกจากฉากไป แฟนธ่อมก็ปรากฏตัวขึ้นมา และร้องซ้ำ (Reprise) All I ask of you แต่ด้วยความหมายที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะเขากล่าวสาปแช่งความรักของคริสติน และราอูล

เรื่องน่ารู้ของ Phantom of the opera

225674_10152778011535257_1645947745_n

  • จากสถิติ ระบุว่า ในปี2011 ละคร เพลงเรื่อง The Phantom of the opera มีผู้ชมกว่า 130 ล้านคน จากการแสดงใน 145 เมือง 27 ประเทศ
  • The Phantom of the opera เป็นละคร บรอดเวย์ (ละครเวทีสหรัฐอเมริกา) ที่เล่นมานานที่สุดในโลก โดยแสดงที่ Majestic Theater มาตั้งแต่ปี 1988 จนถึงปัจจุบัน ละครฉลองการเล่นรอบที่ 10,000 ไปเมื่อวันที่ 11 Feb 2012
  • ส่วนในฝั่งอังกฤษ The Phantom of the opera ถือเป็นละครเพลงที่เล่นนานเป็นอันดับ สอง (เป็นรองเพลงแค่ Les Misérables เรื่องเดียว) โดยทำการเล่นที่โรงละคร Her Majesty’s Theater ตั้งแต่ปี 1986 จนถึงปัจจุบัน
  • ละครเรื่องนี้ชนะรางวัลมากกว่า 70 รางวัล รวมถึงชนะรางวัล Tony Awards (เปรียบได้กับออสการ์ของละครเวที) 7 สาขาในปี 1986
  • ในการแสดงรอบแรกๆ ของ  The Phantom of the opera ตัวละครของแฟนธ่อมยังใส่หน้ากากแบบเต็มใบหน้า ส่งผลให้การแสดงออกทางสีหน้าและเสียงของนักแสดงถูกลดทอน ภายหลังจึงมีการปรับเปลี่ยนหน้ากากให้เป็นแบบครึ่งหน้า ดังที่เห็นในปัจจุบัน
  • การแต่งหน้าตัวละคร แฟนธ่อมใช้เวลานานถึงสองชั่วโมง และใช้เวลาถึง 30 นาทีในการเอาเมคอัพออก อีกทั้งนักแสดงยังต้องสวมวิกถึงสองอัน
  • Chandelier ใน The Phantom of the opera สร้างจากลูกปัดถึง 6000 เม็ด มีความกว้างกว่าสามเมตร และหนักถึง หนึ่งตัน , เสื้อผ้าในละครมีทั้งหมด 230 ชุด , เทียนที่ใช้ประกอบฉากมีถึง  281 เล่ม และต้องใช้น้ำแข็งแห้งกว่า 250 กิโลกรัม พร้อมกับเครื่องสร้างหมอกควันอีก 10 ตัว

The Cast (World Tour 2013)

  • Phantom – Brad Little 
  • Christine Daaé – Claire Lyon
  • Raoul, Vicomte de Chagny – Anthony Downing
  • Alternate Christine – Kristi Holden

สำหรับใครที่กำลังจะได้ไปดูก็ ขอให้สนุกกับการชมละครโอเปร่า เรื่องนี้นะคะ นักแสดงเสียงพาวเวอร์มากค่ะ : )

ข้อมูลเพิ่มเติม

หมายเหตุ : เนื่องจากการแสดงเป็นการแสดงสด ดังนั้นอารมณ์ที่คนดูได้รับ รวมถึง Performance แต่ละรอบของนักแสดงจึงสดเ่ช่นกัน จึงอาจจะไม่ได้มีบรรยากาศเหมือนกันทุกครั้ง บางรอบอาจจะสนุกมาก บางรอบอาจจะสนุกน้อย เป็นสิ่งที่ควรคุมยาก

Disclaimer : เสียเงินไปดูเองค่ะ พินนี่ซื้อบัตรแบบ 3,000 บาททั้งหมด 3 ใบ แถวที่นั่งคือ EE 19 /EE20 / EE 21

แวะไปเยี่ยมหรือ มีคำถามอะไรฝากไว้ ได้ที่ Facebook Page ของพินนี่นะคะhttp://www.facebook.com/pinnynoy หรือถ้าชอบบทความที่พินนี่เขียนก็คอมเม้นต์ หรือกด like เพื่อเป็นกำลังใจให้พินนี่เขียนบทความดีๆ ต่อไปน้าา จุ๊บๆ

fb page banner copy

 

LX_728x90_MAR2013

View :9285