“บางครั้งการลาออกก็ไม่ได้มีสาเหตุมาจากความเบื่อหน่ายเพียงอย่างเดียว” มาดูกันค่ะว่า มันจะมีสาเหตุอะไรได้มากไปกว่านี้ได้อีกบ้าง แล้วลองถามใจคุณเองดูว่า คุณกำลังรู้สึกแบบนี้อยู่หรือเปล่า

cover resign copy

1. Boring

มันเป็นเรื่องปกติมากๆ เลยนะของทุกคนเลยที่เมื่อพอทำงานไปซักพักก็จะเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายกับงานที่ทำอยู่ มันอาจจะเพราะ งานที่ทำอยู่ไม่ใช่งานที่เรามี Passion ด้วยซักเท่าไหร่นัก หรืออาจจะงานมันล้นจนเกินไปไม่มีใครช่วยทำ จากอาการเหนื่อย ก็เลยเปลี่ยนเป็นอาการเบื่อกันได้ง่ายๆ

2. Colleague

สภาวะแวดล้อมในการทำงาน หรือบรรยากาศต่างๆ ในการทำงานเป็นเรื่องสำคัญมากระดับนึงเลยค่ะ มุมมองส่วนตัวเท่าที่เจอมา หากที่ทำงานที่ไหนเราได้เพื่อนดีๆ เชื่อมั้ยว่า ต่อให้เงินเดือนจะน้อย ต่ำเตี้ย เรี่ยดินแค่ไหน แต่เพื่อนเราดีมาก ๆๆๆๆ เราจะไม่อยากลาออกเลย แต่กลับกัน ถ้ารู้สึกว่าเพื่อนที่ทำงานไม่ให้การต้อนรับที่ดีพอ หรือเป็นเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่กลั่นแกล้ง ทับถม ไม่มีน้ำใจไม่ช่วยเหลือในเรื่องงานเลย แบบนี้หลายคนอาจจะมีปฏิกริยาว่า ไม่อยากมาทำงานซักวันเพราะไม่อยากเจอเพื่อนร่วมงาน แถมไม่สามารถเลี่ยงได้ด้วย หากยังไม่ยอมคุยกันหรือปรับความสัมพันธ์เข้าหากัน แต่ส่วนใหญ่แล้ว ด้วยวัฒนธรรมและนิสัยของคนไทย ที่ไม่เหมือนชาวต่างชาติ คนไทยจะเก็บความรู้สึกเหล่านี้เอาไว้ แล้วเอาไปนินทาหรือเล่าให้เพื่อนอีกกลุ่มฟัง แต่ไม่ยอมคุยกันเคลียร์กันให้เข้าใจ ไปๆ มาๆ งานก็ไม่เดิน เสียการเสียงานเพราะแยก เรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันไม่ได้ ในขณะที่ต่างชาติ มีอะไรจะคุยกันเลย คุยกันจนรู้เรื่องเคลียร์กันไป เรื่องงานคือเรื่องงาน เรื่องส่วนตัวคือเรื่องส่วนตัว

3. Traffic Jam

ปัญหาใหญ่ของคนในเมืองหลวงอย่าง กรุงเทพ ค่ะ พบปัญหานี้กันทุกคนโดยเฉพาะคนที่ทำงานไกลๆ บ้าน และมีรถขับเป็นของตัวเอง ต้องฝ่ารถติดไปทำงานทุกๆ วัน เสียพลังงานกับตรงนี้ไปมาก แทนที่จะได้เอาเวลาไปทำงานแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย กว่าจะถึงออฟฟิสก็หมดแรงจะทำอะไรแล้ว เพลียเหลือเกิน หลายๆ คนใจสู้ในปีแรกๆ บอกตัวเองว่า ไกลก็ไม่เป็นไร ฉันอยากทำ แต่เอาเข้าจริงๆ ไปๆมาๆ ทำไปเรื่อยๆ ซัก สามสี่ปี จะรู้เลยว่า การเดินทางที่เจอรถติดทุกวันนั้นมันดูดพลังงานชีวิตให้ซูบเซียวไปมากทีเดียว

4. Non-Promotion / Non-Salary increase

ทำงานมาหลายปีดีดัก เงินเดือนก็ไม่ขึ้น ตำแหน่งก็ไม่ได้ปรับ แบบนี้เชื่อว่าหลายๆ คนเริ่มเบื่อแน่ๆ ค่ะ เพราะ ว่า เมื่อเราหันไปมองเพื่อนๆ ในสายงานเดียวกัน หรือคนละสายงานแต่อายุไล่เลี่ยกัน เขาไประดับ Manager , Director ระดับ Management Level กันไปแล้ว แต่ถ้าลองหันกลับมามองตัวเองแล้วยังอยู่ในระดับ Operation ทั้งๆที่เริ่มงานมาพร้อมๆ กัน แน่นอนว่าต้องมีคิดบ้างแหละ ยิ่งถ้าส่งงานตรงเวลาตลอด ผลงานดี มาไม่เคยสาย ตั้งใจทำงาน คาดว่าอาจจะมีอะไรผิดปกติในกอไผ่ เบื้องต้นแนะนำให้ เดินเข้าไปหาเจ้านายและคุยกับเจ้านายตรงๆ ค่ะ ว่าเพราะเหตุใด เพราะเราเชื่อว่า มันจะเป็นการดี ที่จะทำให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้นมากว่า เราจะอยู่หรือไป ลองถามดูว่า เรามีโอกาสในการก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้มากน้อยแค่ไหน หรืออาจจะไม่มีอีกแล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ไม่แปลกถ้าเราจะตัดสินใจออกไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ ที่อื่นๆ ดู

5. Something Else (Way Better) Comes Along

เมื่อคุณเริ่มได้รับการติดต่อ หรือ การโดน Head Hunter มาติดต่อ พร้อม Benefit และตำแหน่งงานที่ดีกว่า เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะปฏิเสธโดยเฉพาะถ้าตำแหน่งนั้นๆ น่าสนใจ และมีความท้าทายในการทำงานมากกว่า อีกทั้งอาจจะได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่า เชื่อว่าหลายคนพร้อมที่จะรู้สึกเบื่อกับงานที่ทำอยู่ประจำ เพราะอาจจะไม่น่าท้าทาย แบบเมื่อก่อนแล้ว หรือ คุณอาจจะเจอช่องทางทำธุรกิจของตัวเอง อยากเป็นเจ้านายตัวเองไม่อยากทำงานประจำแล้ว ก็เป็นไปได้ค่ะ ที่คุณอาจจะเบื่อแล้วจริงๆ

6. 9-5

การทำงานตอกบัตร เข้าตอนเช้าออกตอนเย็นตรงตามเวลา อาจเป็นความทรมานของใครหลายๆ คนที่ไม่ชอบทำงาน Routine ตอกบัตรเข้า ตอกบัตรออก หลายๆ คนพยายามเลือกตั้งแต่ต้นเลย ว่า บริษัทไหนบ้างที่ไม่ต้องมีตอกบัตร เชื่อเถอะว่า หลายคนที่ผ่านการตอกบัตรเข้า ตอกบัตรออกมาแล้ว จะเข้าใจดีว่า การตอกบัตรเข้าออกนั้น ไม่ใช่เรื่องสนุกเท่าไหร่เลยค่ะ

7. Bossy

สังเกตมั้ยคะว่า หลายคนอยากลาออกจากงานเพราะเจอกับเจ้านายที่ไม่ดี ไม่เคยสอนงานลูกน้องเลย ไม่เคยดูแลเอาใจใส่ เอาแต่ชี้นิ้วสั่ง ไม่ฟังความเห็นใคร ฯลฯ ซึ่งอันนี้แทบจะเป็นปัจจัยสำคัญมากในการที่อยากจะให้คนอยู่หรือไป เพราะถ้าเจ้านายดี ลูกน้องที่ไหนก็รักค่ะ อยากอยู่ด้วย อยากสู้ไปด้วยกันแน่นอน แต่ก็นั่นแหละไม่ใช่ใครทุกคนที่จะโชคดีได้เจอเจ้านายดีๆ แต่เชื่อเถอะว่า เจ้านายดีๆ น่ารักๆ ก็มีอยู่เยอะเหมือนกันค่ะ  ต้องลองดูก่อนว่าจริงๆ เราทนเจ้านายแบบนี้ได้มั้ย เพราะจริงๆ เจ้านายที่จู้จี้ขี้จุกจิกเขาผ่านอะไรมาก่อนเรา มากมาย เขาจุกจิกจู้จี้ บางทีเขาก็อยากให้เราเก่งเหมือนเขา เขาอาจจะหวังดีกับเราแต่อาจจะไม่รู้จักวิธีการแสดงออกที่นุ่มนวลพอ อันนี้ก็ต้องพยายามเข้าใจและปรับตัวเข้าหากันค่ะ

แถมให้อีก 3 ข้อค่ะ

8. You’re Undervalued

ความรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่ามันมักจะโผล่มาเสมอ  ๆ เวลาที่พยายามตั้งใจทำอะไรซักอย่างอย่างดีที่สุดเพื่อให้ผลงานมันออกมาดี ทั้งอดหลับ อดนอน ข้าวไม่ได้กิน แต่กลับไม่มีใครเห็นความดี หรือความพยายามที่เราทำเลย ทั้งเพื่อนร่วมงาน ทั้งเจ้านาย เชื่อว่าใครโดนแบบนี้ ก็ต้องรู้สึกหมดคุณค่าในตัวเองอย่างแน่นอนค่ะ ความรู้สึกมันจะเกิดอัตโนมัติเลยว่าเราเป็น “มนุษย์ล่องหน” ที่ไม่มีใครมองเห็น ซึ่งตรงนี้อาจจะเป็นส่วนอย่างมากในการพิจารณาดูอีกครั้งว่า “หรือที่นี่ไม่เหมาะกับเรา เราอาจจะต้องย้ายไปที่อื่นที่เขาเห็นคุณค่าของเรามากกว่านี้หรือเปล่า” หรือ “ตำแหน่งงานที่เราทำอยู่มันอาจจะไม่ใช่ส่วนหลักในการขับเคลื่อนองค์กร ก็เป็นได้ จะลองย้ายไปในส่วนที่ต้องขับเคลื่อนองค์กรมากกว่านี้มั้ย?”

9. You’re Not Learning and Growing

เมื่อหมดความท้าทาย เรียนรู้ทุกอย่างจนรู้สึกว่า อาจจะเติบโตในหน้าที่การงานมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้วหรือ Career Path ของที่นั่นอาจจะตันแล้วสำหรับตำแหน่งนี้ ไม่มีตำแหน่งให้ขึ้นต่ออีกแล้ว อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อยากออกไปหาความก้าวหน้า มั่นคง และท้าทายจากที่อื่น ที่เขายังพอมี Career path ให้ได้เราก้าวขึ้นไปอีกได้

10. It’s Not the Right Fit

เคยรู้สึกมั้ยคะ ว่า “นี่ไม่ใช่ตัวฉัน”

ทั้งหมดที่ว่ามาเป็นปัญหาในการทำงานที่อาจจะทำให้เบื่อหน่ายอยากลาออกก็จริง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัญหาต่างๆ เหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการพูดคุยกัน ให้เข้าใจ ทั้งเพื่อนร่วมงาน และ เจ้านาย หรือแม้แต่ต้องเริ่มที่การปรับทัศนคติของตัวเองให้มีความสุขกับการทำงานซะก่อน แล้วอะไรๆ ก็จะดีขึ้นค่ะ เพราะไม่ใช่ทุกคนบนโลกใบนี้จะได้มีโอกาสได้ทำงานที่ตัวเองชอบ ถูกใจและตรงกับที่เรียนมา บางครั้งมันก็เป็นเรื่องของโชคชะตาหรืออะไรหลายๆ อย่างเหมือนกัน เช่น บางคนอยากเป็นแอร์โอสเตส แต่สุดท้ายอาจจะได้ไปทำงานโรงแรม ก็ได้ ชีวิตมันไม่ได้ง่ายเหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบ ดังนั้น เริ่มจากปรับทัศนคติที่ตัวเรานี่ล่ะค่ะ ดีที่สุดแล้ว เพราะพินนี่เชื่อว่า ปัญหาทุกๆ อย่างมันมีหนทางแก้ไข หากเราพยายามที่จะเรียนรู้ เข้าใจ และพยายามปรับตัวให้เข้ากับมัน เพราะไม่มีทุกอย่างที่เราจะได้มาดังใจเรา และถึงแม้ว่าคุณอาจจะไม่ชอบงานที่คุณทำอยู่เลย แต่ลองหันกลับมามองอีกทีสิคะ งานที่คุณทำอยู่อาจทำให้คุณได้มีความรู้ใหม่ๆ มากมาย แบบที่คุณอาจจะหาที่ไหนไม่ได้ ก็ได้ค่ะ พินนี่เคยทำงานที่นึง พินนี่ได้ทำทุกอย่างเลย รวมถึงทำบัญชีด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่พินนี่ไม่ชอบเลย ทรมานมาก แต่สุดท้ายก็ผ่านมันมาได้ พอออกมาก็นึกขอบคุณเจ้านายและเพื่อนร่วมงานอยู่ในใจนะ ที่ทำให้เราแกร่งขึ้น ทำอะไรหลายอย่างเป็นมากขึ้น เป็นประโยชน์กับชีวิตพินนี่มากๆ ในเวลาต่อมา เพราะทำให้เราเป็นคนที่มี Skill ค่อนข้างเยอะกว่าคนอื่น มีประสบการณ์มากกว่าคนอื่น : ) บางที การเป็นมนุษย์เงินเดือนมันก็ไม่ได้แย่เสมอไปนะคะ : )

ลำบากตอนนี้ เพื่อสบายในวันข้างหน้า

View :63165