ทริปเที่ยวตรัง ครั้งนี้ เป็นทริปที่พินนี่ มีการแพลนไว้ล่วงหน้าว่าจะมาตั้งแต่ เมื่อกลางปีที่แล้ว คือซื้อตั๋วเครื่องบินกันล่วงหน้าเป็นปีๆ หลังๆ ถ้าใครสังเกตเห็น พินนี่จะพาคุณแม่ไปเที่ยวบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ กระบี่ หัวหิน เชียงใหม่ และล่าสุดคือ ตรังค่ะ เพราะพินนี่รู้สึกว่า ยังอยากพาคุณแม่เที่ยวตอนที่ท่านยังคงมีแรงเดิน อันที่จริง จากที่ดูๆ คุณแม่ก็เริ่มจะเดินเยอะมากไม่ค่อยได้แล้วเหมือนกัน เลยพอเริ่มมีเงินเก็บ ก็รีบจัดทริปเที่ยวทันที

ด้วยความที่ “ตรัง” เป็นเมืองเกิด ที่คุณแม่โตมาในวัยเด็กและมีความทรงจำที่นั่นค่อนข้างเยอะ ถึงแม้ช่วงหลังจะย้ายไปเรียนต่อที่สงขลา แต่ตรัง ก็ยังคงเป็นบ้านเกิด ที่คุณแม่พูดเสมอว่า “อยากกลับไปบ้าน” ซึ่งถามว่า ตอนนี้ยังมีญาติเหลืออยู่มั้ย? นั่นเป็นคำถามที่เรายังไม่รู้คำตอบ แต่เราจะไปหาคำตอบกันค่ะ พร้อมกับไปเที่ยวด้วย

พินนี่จองโปร ของ แอร์เอเชีย ตั้งแต่กลางปีที่แล้ว จำไม่ค่อยได้ว่าราคาเท่าไหร่ แต่ได้เวลาของไฟลท์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ค่ะ คือเดินทางเย็นวันศุกร์ที่ 19 กค.2556 แล้วก็กลับตอนเย็นของวันจันทร์ที่ 22 กค. 2556 ค่ะ หนนี้พินนี่พาน้องชายไปด้วย เพราะอยากให้เขาได้มีเวลาพักผ่อนบ้าง เพราะเขาไม่เคยได้หยุดทำงานเลย นอนก็น้อย ทำงานเป็นกะ ถึงแม้ว่าตอนแรกเขาจะดูเหมือนไม่อยากไปเพราะลางานไม่ได้ก็ตาม แต่สุดท้ายเราก็ได้ไปด้วยกัน 3 คนค่ะ

air asia booking

คุณพ่อ ทำหน้าที่เป็นสารถี ไปส่งที่สนามบินให้ พวกเราถึงสนามบินดอนเมืองกันตั้งแต่ประมาณ บ่ายโมงนิดๆ และเชคอินกันมาก่อนแล้วผ่านทาง Mobile App. ที่ต้องทำคือ โหลดกระเป๋าอย่างเดียว แต่รอเครื่องนานเหลือเกินค่ะ เพราะมาถึงก่อนเวลาค่อนข้างนานค่ะ เครื่องออก 15:20 น. เราได้ Gate 77 ซึ่งเป็น เกทสุดท้ายของสนามบินดอนเมือง และเดินไกลมากค่ะ (ได้เกทเดิม กับครั้งตอนไปกระบี่กับคุณแม่คราวก่อนเป๊ะๆ ค่ะ) แถมยังต้องนั่งรถต่อไปขึ้นเครื่องอีกทีเพราะว่า เป็นเครื่องลำเล็กไม่สามารถจะเทียบงวงช้างกับตัวลำได้

เมื่อผ่านการ Scan กระเป๋า ฯลฯ มาได้เรียบร้อยแล้ว เราก็เดินเล่น Duty Free แป๊ปนึงเข้าห้องน้ำแล้วก็อ้าววว เจอของเล่นที่แรก ถ่ายรูปด้วยกันหน่อย สามคนแม่ลูกค่ะ

IMG_3454_resize1

 จากนั้นเราก็แวะซื้อ กาแฟ กับนมกล้วย ที่ร้านกาแฟสร้างอาชีพ ของ CP Retailink ที่ตั้งอยู่ติดๆ กับ Starbucks ค่ะ พินนี่เคยไปอบรมทำกาแฟกับที่นี่มาก่อน คุณแม่กับน้องชายก็ไปด้วย ร้านนี้อร่อยนะคะ ไม่แพงด้วยขอบอก วันนี้คุณแม่ใช้กดรหัสรับสิทธิ์ได้กาแฟฟรี ของ ทรูการ์ดค่ะ พินนี่กินนมกล้วย 40 บาท แฮปปี้กันก่อนขึ้นเครื่อง

IMG_3458_resize

เสร็จแล้วเราก็รีบเดินมาที่ Gate 77 ค่ะ แล้วรอ เวลา Boarding ซึ่งรู้สึกว่ามันนานมากเลย 55 จะมาสายก็ไม่ได้กลัวจะตกเครื่อง ก็นั่งรอกันไปค่ะ จน 15:00น. ก็ได้ Boarding ซะทีค่ะ รถที่มารับไปขึ้นเครื่องขับวนแล้ววนอีกจนมึนหัวไปหมดไม่ถึงรถซะที 555 จองไว้ทั้งขาไปและขากลับที่ 6A, 6B, 6C ค่ะ นั่งสามคนติดกัน ตามธรรมเนียมก็ต้องถ่ายรูป วิวสวยๆ กับปีกเครื่องบินกันซะหน่อย

cover_trangtrip copy

แล้วก็ต่อด้วย วิว ด้านล่างสวยๆ ค่ะ

IMG_3480_resize

แน่นอนว่าไม่ลืมชักภาพเป็นที่ระทึกบนเครื่องด้วยกันสามแม่ลูกด้วยค่ะ อิอิ
IMG_3464_resize
ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงครึ่งค่ะ ระหว่างนี้ของีบซักหน่อย

IMG_3589_resize

การเดินทางขาไปนั้น แอบมีสภาพอากาศแปรปรวนเล็กน้อย ทำให้มีการ Turbulence บ้างค่ะ แต่ก็ไม่อันตรายอะไร หลับไปตื่นนึงตื่นมาอีกที ก็ถึงสนามบินตรังแล้วค่ะ ก้าวแรกที่คุณแม่ถึงสนามบิน คุณแม่ถึงกับน้ำตาไหลเลย แล้วบอกว่า “แม่ได้กลับมาแล้ว ได้กลับมาแล้วจริงๆ ” หน้าตาแม่ดูดีใจมากค่ะ ขอเก็บภาพไว้ซักหน่อย ถึงแล้วนะเมืองตรัง

IMG_3495_resize
IMG_3494_resize

IMG_3492_resize

สนามบินตรังเป็นสนามบินที่เล็กมากกกค่ะ พอเดินเข้าไปก็จะเจอสายพานกระเป๋าเลย มีแค่สายพานเดียวเท่านั้น โอ้จอร์จ – -‘ แต่รอไม่นานนะคะ แป๊ปเดียวก็ได้แล้ว

IMG_3499_resize
หลังจากได้กระเป๋าครบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เดินออกมาก็เจอ กับเจ้าหน้าที่ของโรงแรมเรือรัษฎาเลยค่ะ พนักงานน่ารักมากเป็นผญ ใส่ชุดกะลาสีเรือ เก๋ไก๋ไม่เบาค่ะ พินนี่ซื้อ แพ็คเกจของที่นี่ไว้ ตั้งแต่ช่วงงานไทยเที่ยวไทยเมื่อต้นปี เป็นแพ็คเกจ 3 วัน 2 คืน + ทัวร์ 4 เกาะ + City Tour แล้วพินนี่ก็ ซื้อ เพิ่มคืนนึง พร้อมกับเพิ่มเตียงเสริม 3 วันด้วย เพราะมีน้องชายไปด้วยอีกคนนึง ทั้งหมด จำราคาเป๊ะๆไม่ได้แต่คุ้มมากค่ะ ประมาณ 11,xxx บาทเท่านั้นเอง สำหรับ 4 วัน 3 คืน พร้อม รถมารับส่งจาก สนามบินไปโรงแรม และ จากโรงแรมไปสนามบิน รวมอาหารเช้า ทุกวัน และ อาหารกลางวันที่เป็นบุฟเฟ่ต์สำหรับวันที่ไปเที่ยวเกาะด้วยค่ะ

ทางโรงแรมเอารถเก๋งอย่างดีมารับเราค่ะ ย้ำค่ะ ว่ามารับแค่เราสามคนแม่ลูก : ) VIP มากจริงเชียว จากสนามบินไปโรงแรมเรือรัษฏา หรือที่คนตรังเรียกกันสั้นๆ ว่าโรงแรมเรือ จะใช้เวลาประมาณ 10-15 นาทีเท่านั้นค่ะ ไม่นานเท่าไหร่ โรงแรมเรือรัษฎานั้นไม่ได้อยู่ในตัวเมืองเป๊ะๆ ห่างออกมาหน่อยแต่ก็ไม่ไกลมากค่ะ สะดวกกับการเดินทางเหมือนกัน การเดินทางที่นี่ จะไม่มีรถเมล์ ไม่มีแท็กซี่ แต่จะใช้ รถหัวกบ หรือ ที่คนกทม.เรียกว่าตุ๊กตุ๊ก กับรถสองแถว เดินทางเท่านั้นค่ะ ตรังเป็นเมืองเล็กๆ เงียบๆ มากๆ เดี๋ยวจะรีวิว โรงแรมเรือรัษฎา แยกต่างหากให้อีก รีวิวนึงค่ะ ส่วนตัวแล้วชอบโรงแรมนี้มากค่ะ มีอะไรหลายอย่างที่น่าสนใจค่ะ

โรงแรมมีขนาดค่อนข้างใหญ่และมีรูปทรงแบบเรือเดินสมุทร ประมาณไททานิคค่ะ สวยงามมากทีเดียว ขออนุญาตนำภาพจาก Facebook ของ โรงแรมเรือรัษฏา https://www.facebook.com/ruarasada มาโพสท์นะคะ เพราะพินนี่พยายามเก็บภาพ ทั้งโรงแรมแล้วแต่ไม่สามารถทำได้เลยค่ะ ด้วยความอ่อนด้อยทางการถ่ายภาพและเหตุผลอื่นๆอีกมากมาย

63203_463241963735462_684703345_n
พอมาถึง เราก็ได้รับการต้อนรับด่านแรก จาก Bell Boy ค่ะ น่ารักมาก ใส่ชุดกะลาสีเรือเหมือนกัน โรงแรมใหญ่มากค่ะ ทราบมาว่าเป็นโรงแรม  4 ดาวของที่ตรังเลย เปิดมา 20 กว่าปีแล้วค่ะ เพิ่งปรับปรุงไปเมื่อไม่นานมานี้ เลยยังดูใหม่มากทีเดียวค่ะ พินนี่ได้พัก ห้อง 9022 ชั้น  9 ค่ะ ก่อนจะ ขึ้นห้องพัก ทางพนักงาน ที่ Front ก็หยิบถุงขนม จ่าหน้าชื่อถึงพินนี่มาให้ แล้วบอกว่ามีคนมาฝากให้ค่ะ อ้อออ พี่หมอจุ๊บ @DrJoop คุณหมอคนเก่งแห่งจังหวัดตรัง มาฝากขนมไว้ให้พินนี่นี่เอง ตอนแรกนึกว่าจะได้เจอกัน แต่พอดีสวนทางกันพินนี่มาตรัง พี่จุ๊บขึ้นกทม. แต่พี่จุ๊บก็ยังน่ารักฝากขนมไว้ให้ค่ะ คนตรังใจกว้าง น่ารักจริงๆ ค่ะ ขนมที่พี่จุ๊บมาฝากไว้ให้ก็ไม่ธรรมดาค่ะ มีแต่ของอร่อยขึ้นชื่อของที่นี่ทั้งนั้นเลยค่ะ ทั้งเค้กท่าปาบ (เค้กมะพร้าวอ่อน) หอมนุ่มเด้ง อร่อยอย่างรุนแรงค่ะ แต่เก็บได้แค่วันเดียวเลยต้องรีบยัดให้หมด 555 , ทั้ง ขนมปั้นขลิบ , ขนมอื่นๆ จากร้านขนมเปี๊ยะ ซอย 9 , ขนมจีบสังขยา , หมูฝอย ฯลฯ อีกมากมายค่ะ กินกันท้องกาง 5555 แต่อร่อยทุกอย่างเลยค่ะ ต้องขอบคุณพี่จุ๊บมากๆ มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ที่ช่วยขุน สามแม่ลูกให้อิ่มหนำค่ะ 555

IMG_3515_resize

พอขึ้นห้องได้ พวกเราก็พักผ่อนกันเล็กน้อย โดยก่อน จะพักผ่อน ก็ได้ถามน้อง Bell Boy ว่า แถวนี้มีร้านอร่อยๆ ที่เราจะสามารถไปฝากท้องมื้อเย็นสำหรับวันนี้ได้มั้ย น้องเขาก็แนะนำร้าน “ปูนิ่ม เกาะเคี่ยม” เป็นสาขาของสาขาจริงมาอีกทีค่ะ เพราะของจริงอยู่เกาะเคี่ยมไม่ได้อยู่แถวนี้ แต่น้องเขาบอกว่า ไปติดต่อ Reception ให้เขาโทรเรียก รถหัวกบ มารับไปทานข้าวได้ ไม่ไกลจาก โรงแรมมากเท่าไหร่ค่ะ ด้วยความที่กว่าเราจะได้ขึ้นห้องได้พักนิดหน่อยก็ห้าโมงกว่าแล้ว เลยต้องตาลีตาเหลือก ลงไปข้างล่างบอก Reception ให้เรียก รถหัวกบให้ จะได้ไปถึงร้านเร็วๆ เพราะหิวหน้ามืดกันทั้งสามคน รอไม่ถึง 10 นาทีค่ะ เจ้าหน้าที่โรงแรมก็มาเรียก บอกว่า รถมาแล้ว ค่าเดินทางไปกินข้าวหนนี้ คนละ 30 บาทค่ะ ทั้งหมด 90 บาทไม่แพงเท่าไหร่ แล้วก็ขอเบอร์พี่คนขับไว้ วันแรกนี่ได้ โกแดง มาขับพาไปกินข้าวค่ะ แจ้งไว้ว่า กินข้าวเสร็จจะโทรเรียกให้เขามารับที่ร้าน และพาไปเดินถนนคนเดินตรงสถานีตำรวจ ติดกับสถานีรถไฟตรัง เขาก็โอเคค่ะ แต่ก็คิดเงินเพิ่มนะ และนี่คือ รถตุ๊กตุ๊กหัวกบที่ว่าค่ะ หน้าตาน่ารักแปลกดี น่าจะมีแถวที่ตรังที่เดียว

20130719_180357_resize
เมื่อพร้อมแล้วก็ไปซิ่งหาไรกินกันดีกว่าค่ะ
20130719_180409_resize
คุณแม่ทำหน้าตาดีใจจะได้กินข้าวแล้ว
20130719_180857_resize
นั่งมาไม่นาน ประมาณ 5-10 นาทีก็ถึงร้านปูนิ่ม เกาะเคี่ยมแล้วค่ะ หน้าร้านจะอยู่ติดถนนใหญ่เลย มีทั้งด้านนอกแบบไม่ติดแอร์ กับด้านใน ที่ติดแอร์ค่ะ

20130719_181059_resize

20130719_181202_resize
20130719_181134_resize
สรุปคือเลือกนั่งข้างนอกชิวๆ กันค่ะ เมนูที่นี่มีเยอะมาก เลยค่ะ แต่ก็มีเมนู เด่นๆ ที่เขาแนะนำอยู่หลายเมนู เช่น ปูนิ่มทอดกระเทียม ปลากระพงทอดน้ำปลา  แกงส้มฯลฯ ที่สำคัญที่นี่ยังมี Wifi ให้ใช้แบบฟรีๆ ด้วยค่ะ บอก Password เสร็จสรรพเลย เป็นเบอร์โทรศัพท์ของที่ร้านนั่นเอง ที่นี่เปิด 15:00-22:00 น. นะคะ จะมากินดึกหน่อยก็ได้ แต่ที่ตรัง เนี่ย 20:00 น.ก็เงียบหมดแล้วค่ะ แทบไม่มีคนเดินแล้ว

20130719_181218_resize

20130719_181813_resize
สั่งกับข้าวมา 3-4  อย่างอร่อยทุกอย่างค่ะ แนะนำมากๆ ร้านนี้ อร่อยทุกเมนูจริงๆ ค่ะ ราคาก็ไม่แพงมากด้วย แต่ยังไง เมนูที่ต้องสั่งให้ได้เลยคือ ปูนิ่มทอดกระเทียมนะคะ มันเทพ มากๆ ค่ะ เดี๋ยวรีวิว ร้านนี้จะแยกต่างหากให้อีกทีค่ะ : )

กินเสร็จ ก็รอรถมารับหน้าร้านค่ะ แล้วไปซิ่งกันต่อที่ ถนนคนเดินค่ะ ไหนดูซิ ที่ตรังเค้าเป็นยังไงบ้างถนนคนเดิน จะคนยั้วเยี้ยเหมือน เชียงใหม่มั้ย? พอไปถึงพี่คนขับเขาก็บอกว่าไปเดินได้เลย เดี๋ยวจะรอรับกลับเลยค่ะ ตอนเราเดินเสร็จแล้ว ส่วนใหญ่ถนนคนเดินของที่ตรัง จะเป็นเสื้อผ้า กับของกินค่ะ พอดีอิ่มมาแล้ว เลยแทบไม่ได้ซื้ออะไรเลยค่ะ แต่เสื้อผ้าที่นี่ แบบสวยๆ ทั้งนั้นค่ะ และราคาถูกมาก เริ่มตั้งแต่ 50, 100,150 ค่ะ ไม่ค่อยมีแพงๆ เท่าไหร่เลย อยากซื้อเหมือนกัน แต่ถ่อมาซื้อเสื้อผ้าถึงที่ตรัง คงไม่ใช่ 555 ขามากระเป๋าก็แน่นแล้ว ถ้าขากลับซื้อไปเพิ่มอีก สงสัยต้องจ่ายค่าน้ำหนักเพิ่มค่ะ เลยไม่เอาดีกว่า เดินดูเล่นๆ พอ ของกินนี่ก็มีตั้งแต่ น้ำปั่น ซูชิ ชิ้นละ 5 บาท , กะโป๊ะ ปลาสดทอด, น้ำจรวด, มังคุดคัดเสียบไม้, ข้าวเหนียวปิ้ง ฯลฯ เยอะค่ะ ถ้าใครหาร้านอร่อยๆ กินไม่ได้ ก็แนะนำให้มาเดินถนนคนเดินแล้วซื้อเดินกินมันที่นี่เลย ก็ได้ รับรองว่าอิ่มแน่นอนค่ะ แต่ปิดเร็วหน่อยนะคะ 20:00 น.ก็วายแล้วค่ะ ต้องรีบมา

IMG_3558_resize
IMG_3575_resize
IMG_3577_resize

 

IMG_3578-horz1

ดูจนเหนื่อยแล้วก็กลับห้องนอนค่ะ เก็บแรงไว้ทัวร์ 4 เกาะ สำหรับวันพรุ่งนี้ต่อ ค่ะ สำหรับค่ารถ หัวกบขากลับ คือ 150 บาทค่ะ (ไป ถนนคนเดิน , จากถนนคนเดิน กลับโรงแรม ) : ) จะมีภาค สอง สามสี่ ตามมาอีกแน่นอนค่ะ ไม่ต้องห่วง : ) นี่เป็นแค่วันแรกเท่านั้นค่ะ

สำหรับภาคแรกนั้นคงต้องขอตัดเพียงเท่านี้ : P เก็บไว้เจอกันภาคสองเร็วๆนี้ค่ะ รับรองว่ามันส์พะย่ะค่ะ 😛

Disclaimer : จ่ายเงินเองทั้งหมดค่ะ ไม่ได้รับการสนับสนุนใดๆ จากใคร (Customer Review) 

แวะไปเยี่ยมหรือ มีคำถามอะไรฝากไว้ ได้ที่ Facebook Page ของพินนี่นะคะhttp://www.facebook.com/pinnynoy หรือถ้าชอบบทความที่พินนี่เขียนก็คอมเม้นต์ หรือกด like เพื่อเป็นกำลังใจให้พินนี่เขียนบทความดีๆ ต่อไปน้าา จุ๊บๆ

fb page banner copy

 

LX_728x90_MAR2013

View :12718