ผ่านช่วงรับปริญญากันไปได้ซักพักแล้วนะคะ แต่ก็ยังมีบางมหาวิทยาลัยก็ยังรับปริญญากันอยู่บ้างประปราย พินนี่เชื่อว่า ทุกคนต้องเคยผ่านช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจและความสุขแบบนี้ มาแล้วแน่นอนค่ะ เพราะวันรับปริญญานั้นเป็นวันที่แสดงให้เห็นว่าเราสามารถสร้างความสำเร็จได้ด้วยตัวเราเองและด้วยความพยายามและมีมานะ ของเราเอง รวมทั้งยังเป็นช่วงเวลาที่เราได้ทำให้ “ครอบครัว” หรือ คนที่บ้านอย่างพ่อ แม่ พี่น้อง ได้ภูมิใจกับความสำเร็จของเราที่เราอาจจะให้คำมั่นสัญญากับเค้าไว้ว่าเราจะทำให้ได้

 

8761974199_683258a8a1_b

พอเห็นคลิปนี้แล้วก็ทำให้นึกถึงสมัยตัวเอง รับปริญญาเหมือนกันค่ะ พินนี่เลือกเรียนปริญญาโท ในสาขาที่คิดว่าตัวเองชอบและต่อยอดความรู้ในแวดวงที่เราชอบและจะหางานทำได้หลากหลายและไม่ยากนัก ตอนนั้นเลือกเรียนการตลาด และพูดกับตัวเองว่า ฉันจะเก็บเงิน จ่ายค่าเรียนเอง ฉันจะตั้งใจเรียนให้จบ แม้ไม่ได้ให้คำสัญญาโดยตรงกับที่บ้าน แต่พินนี่ให้สัญญากับตัวเอง ว่าจะต้องทำให้ได้ จำได้เลยว่า ตอนนั้น มีหลายครั้งมากที่ท้อ อยากลาออกมาทำงานอย่างเดียวและจะไม่เรียนต่ออีกแล้ว ทั้งๆที่มันเหลืออีกแค่เทอมเดียว (3 เดือน) แต่สุดท้ายแม่ ก็มาให้สติ จนกลับไปตั้งหน้าตั้งตาเรียนต่อจนจบค่ะ ตอนจบเนี่ยอยากหลั่งน้ำตามาก แต่ก็ร้องไห้ไม่ออก มันจุกๆ อยู่ที่คอ แต่พินนี่ภูมิใจนะ เพราะเป็นปริญญาโท คนแรกของที่บ้าน (มีน้องชายอีกคนค่ะ ) และก็ยังจำได้ว่า ตอนนั้นยุ่งวุ่นวายมากเลย 555555 หาข้อมูลเยอะมากๆเกี่ยวกับเรื่องการเตรียมตัวก่อนวันงานรับปริญญา เพราะพินนี่ถือว่าเป็นวันที่ค่อนข้างสำคัญมากที่สุดในชีวิต พินนี่หาทั้งวีธีบำรุงหน้า ทรงผมที่อยากจะทำ การแต่งหน้ารับปริญญา และก็การดูแลเส้นผม… แต่ผลสุดท้าย…ไม่ได้ใช้เลยค่ะ 555555 เพราะยุ่งมากจนไม่มีเวลาเตรียมตัวค่ะ

8761986339_7e5d8f3b2b_b-horz

จะว่าไปสำหรับพินนี่เองผ่านช่วงเวลาที่ว่านี้มาแล้วถึงสองครั้ง ขอเล่าเกริ่นหน่อยว่าครั้งแรกเมื่อช่วงสมัย จบปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ค่ะ และช่วงที่สอง คือช่วงที่เรียนจบปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยมหิดล สำหรับช่วงปริญญาตรีนั้นแทบไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย อย่างที่บอก และงง งวยมาก ได้เพียงแต่หาข้อมูลเฉยๆ ตอนนั้นยังแต่งหน้าไม่ค่อยเป็นด้วย แต่เริ่มทำงานที่ Emirates แล้ว แต่ถึงยังไงก็ตามก็ยังงงๆ อยู่ดีค่ะ สุดท้ายไปจ้างช่างแต่งหน้าทำผม ซึ่งออกมาไม่ค่อยถูกใจเราเท่าไหร่ แล้วตอนนั้นทำงานไปด้วย เพิ่งเลิกไฟลท์มา ไม่มีเวลาเตรียมตัวอะไรเลย ………. ที่หาข้อมูลมาก็ไม่ได้ใช้ (โธ่)

8761966735_1e2d245b5d_b-horz

ซึ่งจริง ๆ แล้วขอบอกว่า การเตรียมตัวก่อนวันรับปริญญาเนี่ยเป็นเรื่องสำคัญมากเลยนะคะ เพราะว่าเราควรจะดู หน้าตาสดใส สวย และดูดีที่สุดตั้งแต่หัวจรดเท้า เพราะเราต้องถ่ายรูปเยอะมากกกกกกกกกกก (โดยเฉพาะรูปนั้นจะอยู่กับเราไปอีกนานแสนนานเลยล่ะ ) และไหนยังจะต้องซ้อมรับปริญญาอีกหลายๆ วันติดกัน ดังนั้นเราก็ควรจะมีวิธีดูแลตัวเอง ค่ะ ซึ่งพินนี่ เน้นมากที่สุดคือเรื่องใบหน้า และ “เส้นผม”ค่ะ เพื่อนๆ ตั้งแต่สมัยเด็ก ๆจะ ทราบเลยว่าพินนี่รักผม “ยาวๆ “ของตัวเองมาก จะไม่ตัดผมสั้นเลย ดังนั้นก็จะมีวิธีดูแลเส้นผม ให้สวยที่สุด สำหรับในวันงานค่ะ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เราก็ต้องเลือกทรงผมที่เหมาะสมไม่ผิดระเบียบและเข้ากับใบหน้าของเรามากที่สุดด้วยนะคะ พินนี่ก็เลยมีเคล็ดลับที่เคยทำ และเคยอ่านมา เอามาฝากกันค่ะ หวังว่าจะมีประโยชน์กับว่าที่บัณฑิตทุกๆ คนไม่มากก็น้อยค่ะ

การเตรียมผิวหน้าและผิวกาย

557123_10150994255248670_1116300031_n

  1. สำหรับการเตรียมผิวหน้านั้น ปกติ บอกตรงๆ ว่าพินนี่เป็นคนขี้เกียจทาครีมบำรุงมากเลยค่ะ จะขยันทาแต่กันแดด เพราะกลัวฝ้าถามหาแล้วก็กลัวดำ แต่ครีมบำรุงเนี่ยนานๆ ทาที ถ้าผิวไม่แห้งจนเป็นขุยก็จะไม่ทาเลยค่ะ แต่……………….. ทำแบบนี้ตอนช่วงก่อนรับปริญญาไม่ได้นะคะ จำไว้เลยว่า 2 สัปดาห์ก่อนรับปริญญาเป็นอย่างน้อย ใครที่ไม่เคยบำรุงผิวเลย ก็เริ่มซะตั้งแต่วินาทีนี้ โบกทาเข้าไปค่ะ เพราะนอกจากจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นแล้ว ยังช่วยให้ รองพื้น และเครื่องสำอางอื่นๆ ติดทนนานมากขึ้น เกลี่ยรองพื้นง่ายขึ้น แต่งหน้าง่ายขึ้นมาก ๆค่ะ
  2. ถัดมาก็คือ กันแดด ค่ะ อันนี้ขยันทาทุกวันเลยนะคะ ไม่ใช่ช่วงก่อนรับปริญญาหรือรับปริญญาก็ควรจะทาให้ติดเป็นนิสัยค่ะ บ้านเราแดดแรง หน้าเราจะได้ไม่กระดำกระด่าง เวลาถ่ายรูปออกมาก็จะได้สวยใส ไร้ที่ตินะคะ
  3. งดยาทาทุกชนิดที่คุณหมอให้ สำหรับใครที่หาหมอสิวอยู่ ช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนจะรับปริญญา หรือ อย่างช้าที่สุด 2-3 วันก่อนวันงานควรจะงด ยาของคุณหมอไปเลยค่ะ เพราะยาสิวส่วนใหญ่ จะทำให้หน้าแห้ง ลอกเป็นขุย ทำให้เกลี่ยรองพื้นลำบาก แต่งหน้าลำบาก และเครื่องสำอางไม่ติดหน้าเลยค่ะ ที่สำคัญคืออาจทำให้หน้าเป็นคราบๆ ระหว่างวันด้วย อันนี้น่ากลัวมาก (เพราะถ่ายรูปออกมาจะเห็นชัดมากกกกก ยิ่งถ้าตากล้องไม่ Retouch ให้นี่จบกัน)
  4. พักผ่อนให้เพียงพอ และ ดื่มให้ให้ “มาก ๆ” ย้ำว่ามากๆ ค่ะ ชุ่มชื้นจากภายนอกอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องชุ่มชื้นจากภายในด้วยค่ะ ดังนั้นดื่มน้ำให้เยอะๆ นะคะ
  5. Mask หน้าบ้างค่ะ สัปดาห์ละสองครั้งก็ยังดี จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และบำรุงผิวไปด้วยในตัวนะคะ เดี๋ยวนี้มีหลายตัวให้เลือกใช้ ลองเลือกแบบที่ชอบได้เลย
  6. Scrub หน้า หรือกำจัด สิ่งอุดตันบนใบหน้าบ้างค่ะ เช่น สิวเสี้ยน เซลล์ผิวที่ตายแล้ว ฯลฯ เพื่อให้ใบหน้าของเราสดใสเปล่งปลั่งค่ะ
  7. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ งามจากภายนอกแล้วอย่าลืมงามจากภายในนะคะ
  8. แนะนำให้ออกกำลังกายและซาวน่า บ้างด้วย จะช่วยในเรื่องของผิวพรรณได้ดีค่ะ

การเตรียมตัวเรื่องเส้นผม และทรงผม

972714_10151577335708670_26573010_n-horz

  1. สำหรับการเตรียมตัวเรื่องเส้นผมและทรงผมนั้น พินนี่ค่อนข้างให้ความสำคัญมาก เพราะถ้าเลือกทรงผิด คิดจนตัวตาย ไม่บำรุงผมเลย ผมก็จะออกมาไม้กวาด ไม่น่าดูเลยค่ะ บางคนไม่เคยบำรุงเส้นผมเลย นานๆ สระทีด้วยซ้ำ ต้องเปลี่ยนใหม่นะคะ ช่วงก่อนจะรับปริญญาซัก 2 สัปดาห์ พยายามสระผม และ “บำรุง” ให้มากๆ นะคะ จะใช้ Treatment (แบบล้างออกหรือไม่ล้างออกก็ได้) หรือครีมนวดผม บำรุง ก็ได้ค่ะ หรือจะหมักผมที่บ้านก็ได้ และหากมีเวลา สามารถไปอบไอน้ำให้เส้นผม หรือไปทำ Treatment ที่ร้านทำผมก็ได้ค่ะ เลือกเอาตามสะดวก ทั้งร้านและช่างที่ถูกใจนะคะ เพราะสุดท้ายแล้ว ตอนวันงานถ้าเส้นผมเราสุขภาพดีแล้วล่ะก็ อยากจะทำทรงไหนคงไม่เป็นอุปสรรคอย่างแน่นอนค่ะ และที่สำคัญคือ การทำ Treatment ต่างๆ ยังช่วยฟื้นฟูและลดปัญหาผมเสีย 10 ประการอีกด้วยค่ะ เช่น ผมพันกัน ผมไม่เงางาม ผมเปราะขาด ผมแตกปลาย ผมแห้ง ผมหยาบ ผมอ่อนแอ ผมชี้ฟู ผมลีบแบน และผมจัดทรงยาก
  2. ถึงแม้จะบำรุงผมหรือสระผมยังไงก็ตาม แต่พอถึงวันงานแนะนำ ว่าไม่ควรสระผมตอนเช้าเป็นอันขาดนะคะ เพราะจะทำให้ช่างทำผม ทำผมให้เราได้ยากมากค่ะ แถมยังต้องเสียเวลามาเป่าให้แห้งอีก ที่สำคัญ วันงาน “ห้ามใส่ครีมนวดผม” เป็นอันขาดค่ะ เพราะจะทำให้ผมลื่น จัดทรงลำบาก และผมไม่อยู่ทรงเลยโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าทำทรงปล่อย แล้วม้วนเกลียวด้วยแกนไฟฟ้าค่ะ (ต่อให้จะพยายามพ่นสเปรย์จัดแต่งทรงผมเพื่อให้อยู่ทรงก็ตาม แต่ทั้งแดด ทั้งเหงื่อ ทั้งอากาศ จะทำให้ผมเราคลายตัวเร็วขึ้นค่ะ ) สำหรับคนที่เกล้าผมเรียบร้อยนั้น ก็เช่นเดียวกันค่ะ อย่าสระผมตอนเช้านะคะ ด้วยเหตุผลเดียวกัน (หรือถ้าสระคืนก่อนหน้านั้น สามารถสระได้นะคะ แต่อย่าใส่ครีมนวดนะ เดี๋ยวผมไม่อยู่ทรงไม่รู้ด้วยยย)
  3. สำหรับคนทำผมสี ต่างๆ นะคะ แนะนำให้รีบทำให้เป็นสีดำ ถ้าจะย้อม ควรย้อมล่วงหน้าก่อนซัก 1 สัปดาห์ เผื่อในกรณีว่า สีที่ย้อมมันตก เดี๋ยวจะไปเลอะปกคอเสื้อชุดนักศึกษาได้ค่ะ (เจอมาแล้ว ไม่งามมมมอย่างแรง ซักออกยากด้วยค่ะ) และยังเผื่อว่าเราอาจจะแพ้สารเคมีใดๆ ก็ตามในสีย้อมผมด้วย จะได้รักษาได้ทันนะคะ ส่วนใครที่ทำสีแต่ไม่อยากจะย้อมดำเลย ก็มีอีกวิธีค่ะ คือการ ใช้น้ำยาเคลือบผมสีน้ำตาลเข้ม หรือดำน้ำเงินก็ได้ค่ะ พวกนี้จะมีขายที่วัตสันหรือร้านอุปกรณ์ทำผมทั่วไปค่ะ สระๆ ไปเดี๋ยวสีจะหลุดออกไปเองแล้วก็จะได้ผมทำสี สีเดิมกลับคืนมาค่ะ ยังไงก็ตามแนะนำให้ทำตามกฏระเบียบของการเป็นบัณฑิตที่ทรงเกียรตินะคะ : ) เอาให้เรียบร้อยที่สุดค่ะ แต่ไม่แนะนำให้ใช้สเปรย์เปลี่ยนสีผมนะคะ เพราะจะทำให้ดูไม่ธรรมชาติ ผมจะดูด้านๆ ไม่สวยและไม่เงางามเลยค่ะ
  4. การเลือกทรงผม อันนี้ยากหน่อย เพราะบางทีเราอาจจะชอบทรงนี้ แต่รูปหน้าเราเวลาทำออกมาอาจจะไม่สวยค่ะ แนะนำให้ลองให้ช่างทำให้ดูก่อน ก่อนวันงาน หากไม่ชอบจะได้มีเวลาเปลี่ยนและเลือกทรงใหม่ค่ะ
  5. ถ้าอากาศร้อนชื้นมากไม่แนะนำให้ดัดหรือม้วนผมนะคะ ผมจะคลายเร็วมากค่ะ
  6. ควรทำทรงผมที่ไม่มีผมมาบังหน้า เพราะผมส่วนนั้นหากโดนเหงื่อจะลีบแบนเร็วมากค่ะ และทำให้เสียทรงเร็วดูกระเซอะกระเซิงค่ะ และทำให้เราร้อนและรำคาญด้วย
  7. ถ้าช่างทำผม ม้วนผมให้เป็นลอนแบบพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 อย่าไปคิดว่ามันตลก และไม่สวยค่ะ ห้ามให้ช่าง “สางผม” โดยเด็ดขาดนะคะ เพราะเดี๋ยวเมื่อถึงเวลามันโดนอากาศร้อนๆ เหงื่อเยิ้ม ๆ ลอนมันจะคลายตัวเอง ถ้าเราไปสางตั้งแต่หัววัน รับรองว่าอยู่ไม่ถึงเย็นแน่ๆ จะกลายเป็นคุณเพิ้งค่ะ

8763100378_915bd7b787_b

นี่ก็เป็นเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่เอามาฝากกันค่ะ หากเราใส่ใจที่จะดูแลตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้าโดยเฉพาะใบหน้าและ “เส้นผม” แล้ว พินนี่เชื่อว่า ว่าที่บัณฑิตทุกคนต้องออกมาดูสวย หล่อ งาม สง่ากันทุกคนอย่างแน่นอนค่ะ รู้อย่างนี้แล้ว ก็อย่าลืมใส่ใจดูแลตัวเองกันเป็นประจำตั้งแต่เนิ่นๆ นะคะ : ) สู้ๆ พินนี่เชื่อว่าทุกคนทำได้ค่ะ เป็นกำลังใจให้ ว่าที่บัณฑิตทุกๆ คนเลยค่าาา พินนี่หวังว่าบล็อกนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกๆ คนไม่ใช่แต่เฉพาะกับว่าที่บัณฑิตเท่านั้นนะคะ 🙂 แล้วพบกันใหม่บล็อกหน้าค่า

Activities and Rewards

8763139884_df55421c76_b

ใครก็ตามที่มีความทรงจำดีๆ เกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนรับปริญญาแบบพินนี่ก็อย่าลืมมาร่วมกิจกรรม“Moment to shine Moment to share” กับ Pantene กันนะคะ ลองส่งเรื่องราวช่วงเวลาสุดพิเศษของคุณมาที่ https://apps.facebook.com/pantenemoment/ หรือบอกเล่าเรื่องราวสุดพิเศษของคุณเอง อัพโหลดขึ้น  Instagram และใส่ hashtags #PanteneMoment ก็ได้เช่นกันค่ะ
เพื่อร่วมลุ้นชิงรางวัลรวมมูลค่าแล้วเกือบ 200,000 บาท เชียวนะคะ พลาดได้ไง

– รางวัลชนะเลิศ คือ รางวัลเครื่องเพชร จาก Jubilee จำนวน 1 รางวัล พร้อมผลิตภัณฑ์จากแพนทีน มูลค่า 1,000 บาท รวมมูลค่า 101,000 บาท
– รางวัลประจำสัปดาห์ คือ iPad Mini ขนาด 16 GB มูลค่า 10,900 บาท จำนวน 8 รางวัล (1 เครื่อง/1 สัปดาห์) พร้อมผลิตภัณฑ์จากแพนทีน มูลค่า 1,000 บาทอีก 8 รางวัล รวมทั้งหมด 8 รางวัล รางวัลละ 11,900 บาท รวมมูลค่า 95,200 บาท
จำนวนรางวัลตลอดกิจกรรมทั้งสิ้น 9 รางวัล มูลค่ารวม 196,200 บาท”

ระยะเวลาร่วมกิจกรรมคือ ตั้งแต่ วันที่ 15 กรกฎาคม – 13 กันยายน 2556

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://apps.facebook.com/pantenemoment/ ค่ะ

Disclaimer : (Advertorial )

แวะไปเยี่ยมหรือ มีคำถามอะไรฝากไว้ ได้ที่ Facebook Page ของพินนี่นะคะ http://www.facebook.com/pinnynoy หรือถ้าชอบบทความที่พินนี่เขียนก็คอมเม้นต์ หรือกด like เพื่อเป็นกำลังใจให้พินนี่เขียนบทความดีๆ ต่อไปน้าา จุ๊บๆ

fb page banner copy

 

LX_728x90_MAR2013

View :4273