จะบอกว่าจริงๆ พินนี่ผูกพันกับร้านอาหารญี่ปุ่นมากนะเพราะทั้งครอบครัวชอบทานอาหารญี่ปุ่น และคนรอบข้างก็ชอบทานอาหารญี่ปุ่น โดยเฉพาะร้านอาหารญี่ปุ่นที่ชื่อ โอโตยะ หรือ OOTOYA เนี่ยล่ะ ชอบมาก ตอนสมัยเรียนป.ตรี เวลานัดเพื่อนๆ เจอหน้ากินข้าวกันก็ไม่พ้นร้านนี้ แถมต้องสาขาพารากอนเท่านั้นด้วย เพราะรถไฟฟ้าถึงมันมาง่าย มากแต่ร้านตอนนั้นก็ไม่ใหญ่เท่าไหร่นัก เป็นร้านเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ติดกับร้านกาแฟ สตาร์บัคส์ สาขาที่พินนี่ทานประจำกับที่บ้านก็จะมี สาขา J Avenue ทองหล่อ , ตรงโรงพยาบาทสมิติเวช สุขุมวิท แล้วก็สาขาบิ๊กซี เอกมัย

IMG_6414_resize1

คุณพ่อพินนี่เคยเล่าว่าสมัยเรียนหนังสือที่ญี่ปุ่น จำร้านนี้ได้แม่นยำเมื่อก่อนจะเป็นร้านแบบเล็กๆ อยู่ตามสถานีรถไฟ ต้องเอาหัวมุดเข้าไปในผ้าที่บังหน้าร้านมีเก้าอี้ให้นั่งแค่สองสามตัว แล้วก็รีบๆ กินรีบๆไป แต่รสชาตินั้นอร่อยอย่าบอกใคร แถมราคาไม่แพง จนตอนหลังๆ ร้านก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ อันนี้คือที่คุณพ่อเล่าให้ฟัง ลองมาฟังประวัติสั้นๆ ของร้านกันหน่อยมั้ยคะ ว่าเหมือนที่พ่อพินนี่เล่ารึเปล่า

เรื่องมันก็มีอยู่ว่า ปี ค.ศ. 1958 นั้น โอโตยะ สาขาแรกก็กำเนิดขึ้นค่ะ ที่สถานีรถไฟที่ชื่อว่า อิเคบุคุโระ ที่โตเกียว โดย คุณเออิจิ มิตซูโมริ  (Mr. Eiichi Mitsumori )  กับชื่อร้านชื่อแรกที่ยาวๆ ว่า “OOTOYA Shokudo” ค่ะ โดยร้านนี้จะขายอาหารราคาเดียวกันทุกเมนู คือ ราคาเพียง 50 เยน ร้านนี้เลยโดนเรียกกันแบบติดปากว่า  ¥50 Shokudo หรือ ร้าน 50 เยน นั่นเองค่ะ โดยมีคอนเซปง่ายๆ ว่า ถึงแม้จะข้าวยากหมากแพงเพราะเพิ่งจะผ่าน สงครามโลกครั้งที่ 2 มาหมาดๆ แต่ คุณ มิตซูโมริ ก็อยากให้ทุกๆ คนได้กินอาหารที่ดี อร่อย ครบถ้วนด้วยสารอาหาร และ”ราคาไม่แพง” ค่ะ

คำว่า โอโตยะ มาจากชื่อ สวนองุ่น ของ คุณพ่อของคุณมิตซูโมริ และยังมีความหมายในภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า ประตูใหญ่ด้วยค่ะ ซึ่งก็เหมือนกับร้านอาหารโอโตยะที่เปิดกว้างต้อนรับลูกค้าทุกคนในการเข้ามาทานอาหารที่อร่อย ดีต่อสุขภาพนั่นเองค่ะ

โอโตยะ ตอนนี้เปิดมาร่วมๆ 55 ปีแล้วค่ะ มีมากกว่า 250 สาขาในประเทศญี่ปุ่น สำหรับประเทศไทยนั้นก็เปิดมานานเหมือนกัน ช่วงๆ พินนี่เรียนป.ตรีปลายๆ ใกล้ๆ จบละ จำแม่น เพราะกินบ่อยมากตอนนี้ น่าจะประมาณ 9 ปีมาแล้วค่ะ ส่วนสาขาแรกที่เปิดก็คือ สาขา J Avenue ที่ทองหล่อค่ะ (ใกล้บ้านมาก ทานบ่อย) ปัจจุบันในประเทศไทยมีสาขากว่า 40 สาขา คุณภาพอาหารของทุกสาขาเป็นมาตรฐานเดียวกันมีเชฟคนญี่ปุ่นคอยควบคุมคุณภาพให้ด้วยค่ะ

สำหรับ ร้านโอโตยะ นั้นเค้าก็จะเน้นในเรื่องของความใส่ใจในการทำอาหารค่ะ ชูจุดเด่นคือ ทำอาหารด้วยใจราวกับมีคุณแม่คนญี่ปุ่นมา่ทำให้ทานเลยทีเดียว เพราะทุ่มเทปรุงสุดใจ ดังสโลแกนอันคุ้นเคยว่า “โอโตยะ ปรุงสุดฝีมือด้วยหัวใจ แบบฉบับคุณแม่ชาวญี่ปุ่น เพื่อให้คุณสุขภาพดี” หรือ Japanese Mom-Made Cooking Style ค่ะ นอกจากรสชาติจะอร่อยล้ำแล้ว ทุกรายละเอียดก็พิถีพิถันมากด้วยค่ะ ถ้าสังเกตจะเห็นว่า ส่วนประกอบวัตถุดิบแต่ละอย่างนั้น “ดูทานแล้วสุขภาพดี” ทั้งนั้นค่ะ และยอมรับจริงๆ ว่ามันอร่อยกว่า ร้านอาหารญี่ปุ่นประเภทเดียวกัน มากๆ และรสชาติก็ไม่ได้ทำรสชาติแบบเอาใจคนไทยนักแต่ก็ยังอร่อยแบบญี่ปุ่นอยู่ (แอบบอกว่า รสชาติคล้ายแม่พินนี่ทำ เอากันจริงๆ นะ บางเมนูรสชาติเหมือนกันมากด้วย) ที่สำคัญคือทำสดใหม่ทุกวัน ค่ะ

ร่ายมายาวจะบอกว่า ทานร้านนี้มา 9 ปี จะ 10 ปีแล้ว ไม่เคยเบื่อไม่เคยเปลี่ยนใจเลย มีเมนูโปรดด้วย โดยเฉพาะขนมหวานค่ะ ถึงขนาดที่ว่าบางทีเดินเข้าร้านเพื่อที่จะสั่งขนมหวานทานอย่างเดียวแล้วเดินจากไปแบบเงียบๆ ก็มี (บ่อยด้วย) อย่าง วาราบิโมจิ , พุึดดิ้งน้ำเต้าหู้, ไอศกรีมในน้ำเต้าหู (ชาเชียว และวนิลา) (เมื่อก่อนช่วงเปิดร้านใหม่ๆ มีไอศกรีมน้ำเต้าหู้ด้วยค่ะ อร่อยเหาะมากแล้วที่อื่นก็ไม่มีขายด้วย แต่เดี๋ยวนี้เค้าไม่ทำขายแล้วเสียใจ T T )  เพราะขนมรสชาติแบบนี้ วัตถุดิบแบบนี้ สไตล์แบบนี้ พยายามหาทานมาหลายที่ค่ะ แต่สุดท้ายก็กลับมาซบอกที่ร้านนี้เหมือนเดิมเพราะไม่มีที่ไหนทำได้อร่อยเหมือนที่นี่เลยจริงๆ ค่ะ ร้านอื่นพยายามทำเลียนแบบก็ไม่ได้อร่อยขนาดนี้เลย ส่วนอาหารมีหลายเมนูที่เป็นย่างถ่านที่พินนี่ชอบมาก เช่น ปลาอาจิย่างถ่านหมักซอสโชยุโคจิ, ปลาชิมาฮอกเกะหมักซอสย่างถ่าน,สึคุเนะย่างถ่าน, ปลาแซลมอนย่างถ่าน เพราะเวลาย่างด้วยถ่านมันจะอร่อย และหอมกว่าปกติมากค่ะ ฟินสุดๆ จริงๆ เดี๋ยวนี้หาน้อยแล้วร้านที่ใช้ถ่านในการทำอาหาร แต่โปรดสุดเลยต้อง ข้าวหน้าปลามากุโระ กับข้าวหน้าหมูซูมิบูตะ  ค่ะ อร่อยโฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก > < อร้ายยยยคิดแล้วก็หิวอีกแย้วววววง่าาาาาาาา

 IMG_6353_resize

หนนี้ได้รับเชิญจากทางร้านให้ไปลองเมนู ใหม่ๆ แล้วก็ ไปสาขาพารากอนที่เพิ่งจะ Renovate ใหม่กว้างกว่าเดิม อลังการงานสร้างกว่าเดิมด้วยค่ะ ตะลึงไปเลยเพราะสาขานี้ไม่ได้มานานมากแล้ว หลังๆ จะไปแต่บิ๊กซีตลอดเพราะใกล้บ้าน อึ้งไปเลย การตกแต่งร้านเปลี่ยนสไตล์ไปมากๆ ค่ะ ออกแนวสไตล์ creative craft ตามแบบที่ห้างพารากอนเค้าอยากให้หลายๆ ร้านเป็น แต่ก็ยังมีกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นอยู่ อย่างกำแพงกระจกที่มีลายซากุระงี้

เข้าไปถึงร้านก็จัดเลยค่ะ เอาใหญ่ๆ ห๊ะ ไม่ใช่ละ 555 เลือกเอาแต่อร่อยๆ ค่ะ วันนั้นสั่ง 3 อย่างนี้ค่ะ

  1. คัตซึโทจิ
  2. สลัดไก่กรอบ
  3. ข้าวหน้าปลาแซลมอน ซอสโคยุโคจิ (ขอบอกว่าเมนูนี้มีเฉพาะในประเทศไทยนะคะ ประเทศอื่นไม่มีค่ะ)

สำหรับ 3 เมนู นี้ พินนี่กินบ่อยๆ ก็แค่เบอร์ 3 แต่สองเมนู ข้อ1-2 พินนี่ไม่เคยลองทานเลย เพราะมันใหญ่ ไม่เคยสั่งมาปกติเป็นคนทานน้อยกลัวกินไม่หมด แต่หนนี้มีคนมานั่งกินเป็นเพื่อนด้วย เลยสบาย จัดมา แต่ก็กินไม่หมดอยู่ดีมันเยอะ 55555

มาบรรยายอารมณ์กันนิดนึงค่ะ ว่าทานไปแล้วรู้สึกยังไงบ้างเริ่มทีละเมนูเลยดีกว่า

คัตซึโทจิ

สำหรับชามนี้ รสชาติจะออกหวานๆ นิดนึงค่ะ ใช้เนื้อหมูสันนอกอย่างดีของ  S-Pure เนื้อนุ่มมาก คลุกกับเกล็ดขนมปังทอด แล้วเอามาต้มในน้ำซอสสูตรพิเศษ (อยากจะขอสูตรไปทำเองที่บ้านเหลือเกินอร่อยล้ำจริงๆ) ที่มีรสชาติหวานกลมกล่อมจากหอมหัวใหญ่ ราดด้วยไข่ไก่ค่ะ รสชาติโดยรวมกลมกล่อมมาก ๆ ค่ะ สั่งเป็นเซ็ตคุ้มฝุุดๆ แต่จะกินหมดหรือเปล่านั้น เป็นอีกเรื่องนึง 55555

IMG_6367_resize1

IMG_6373_resize1

Price : Set 289 Baht / Alacarte 229 Baht (ถ้าเป็นเซ็ต จะมีซุป มาพร้อม ไข่ตุ๋นด้วยนะคะ ไข๋ตุ๋นนี่อร่อยเก๋ยูเรก้ามากค่ะ ต้องโดนค่ะ แนะนำ)

สลัดไก่กรอบ

สำหรับเมนูนี้พินนี่ไม่ได้ทานเยอะนัก แต่ชิมๆไปนิดๆ (เพราะอิ่มข้าวหน้าแซลมอนแล้ว) แต่ยอมรับว่าน้ำสลัดเค้าอร่อยมากค่ะ และผักก็สดมากๆ ทีเดียว คนชอบทานสลัดแบบพินนี่แทบจะขอซื้อน้ำสลัดกลับไปทานเองที่บ้านเลย เพราะอร่อยมากค่ะ ทุกอย่างดูกลมกล่อมเข้ากันดีค่ะ เนื้อไก่นุ่มๆ นะคะ ไม่ได้กรอบแบบชื่อ อาจจะเป็นเพราะว่า โดนน้ำสลัดไปเยอะแล้วก็ได้ แต่ก็อร่อยอีกแบบค่ะ สำหรับเมนูนี้ใช้วัตถุดิบอย่างดีอย่าง ไก่ S-Pure ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยดำ นำไปย่างในกระทะร้อน จนหนังเหลืองกรอบ รับประทานกับผักสดหลากหลายชนิด ราดด้วยน้ำสลัดซีซ่าร์และซอสเบซิล ที่มีกลิ่นหอมและรสชาติหวานมันค่ะ นัวววว และแน่นอนว่าสั่งเป็นเซ็ตคุ้มกว่าเป็นไหนๆ ค่ะ

 IMG_6364_resize1

Price : Set 259 Baht / Alacarte 199 Baht (ถ้าเป็นเซ็ต จะมีซุป มาพร้อม ไข่ตุ๋นด้วยนะคะ ไข๋ตุ๋นนี่อร่อยเก๋ยูเรก้ามากค่ะ ต้องโดนค่ะ แนะนำ)

ข้าวหน้าปลาแซลมอน ซอสโคยุโคจิ

อันนี้เป็นเมนูที่สุดแสนจะกินบ่อยรองลงมาจาก ข้าวหน้าปลามากุโระ ค่ะ แต่ความพิเศษของเมนูนี้คือ มันมีเฉพาะที่เมืองไทยเท่านั้น เชฟคิดมาเฉพาะเลย เนื่องจากร้าน โอโตยะ ไม่ใช่ร้านซูชิ จึงไม่มีเมนูพวกซูชิค่ะ แต่คนไทยอ่ะนะ ก็ชอบกินพวกเมนูซูชิกัน เชฟ เลยดัดแปลงอาหารเล็กน้อย ให้ออกมาเป็นรูปแบบคล้ายๆ จะเป็นซูชิแต่เป็นข้าวแทน อร่อยไปอีกแบบค่ะ แต่ยังไงก็ยังรักเดียวใจเดียวกับปลามากุโระนะ สำหรับซอสที่ช่วยเพิ่มรสชาติปลาก็เป็นซอสโชยุวาซาบิ รู้มาว่าใช้โชยุจากญี่ปุ่นที่บ่มให้โอโตยะโดยเฉพาะ มีรสเค็มละมุน และหอม (ส่วนใหญ่โชยุที่ร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองไทยจะเป็นโชยุที่ปรุงรสด้วยน้ำตาล เพราะถูกปากคนไทยมากกว่า) เมื่อนำปลาแซลมอนสดมาคลุกเคล้าจนน้ำซอสแทรกซึมเข้าเนื้อปลา จะได้ความหอม และรสชาติที่กลมกล่อม ลงตัวเป็นที่สุดเมื่อทานคู่กับข้าวซูชิ จึงเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ขอแนะนำโลด

IMG_6355_resize1

IMG_6362_resize1

Price : Set 299 Baht / Alacarte 269 Baht

FREE DESSERT  : OOTOYA GAME

นอกจากนี้แล้วพินนี่ยังไม่พลาดรายการขนมแน่นอนค่ะ เพราะเรียกร้องตั้งแต่เดินเข้าร้านว่าจะทานขนมก่อนด้วยซ้ำไป แต่เหลือบไปเห็นที่โต๊ะ ว่าเค้ามีให้สแกน QR Code เพื่อดาวน์โหลด OOTOYA GAME จาก AppStore สำหรับคนที่ใช้ iOS แล้วก็ถ้าใครเล่นเกมส์ชนะ ก็จะได้กินขนมฟรี ๆ ด้วย

IMG_6374_resize1-horz
เอาแล้ว กินฟรี จัดไปจ้ะ เล่นด้วยความเมามันส์ อยู่ 3 ตา สุดท้ายก็….ได้กินฟรีค่ะ เย้!! เกมส์เล่นไม่ยากเลย ตั้งสติดีๆ ก็พออย่ากดมั่ว 5555 แล้วจะได้กินฟรีค่ะ

IMG_6379-horz

IMG_6415_resize1-horz

 

IMG_6387_resize

ดูจากภาพน่าจะพอเดาออกว่า ตั้งใจเล่นมากจริงๆ (เพื่อของฟรี ) 55555 จริงๆ ต้องได้ทาน พุดดิ้งน้ำเต้าหู้ ค่ะ แต่มีคนมาใช้สิทธิ์ของทรู วันนั้นเยอะมาก เลยหมด เลยได้เป็น ไอศกรีมชาเชียวในน้ำเต้าหู้แทนแล้วก็สั่ง วาราบิโมจิมาเพิ่มค่ะ บ่องตง ฟิเนเล่มากกกกกกกกกกกกก เพราะถ้าไม่ตบท้ายด้วยขนมเนี่ย ถือว่ามาไม่ถึง โอโตยะเลยนะ ที่นี่น่ะ เผลอๆ ขนมอร่อยกว่าอาหารอีก บอกเลยยยยยย

IMG_6413_resize1

IMG_6396_resize1

สำหรับใครที่อยากทานขนมฟรี แบบพินนี่ก็ไม่ยากค่ะ ลองทำตามนี้ดู

Download APP: https://itunes.apple.com/th/app/ootoya-kitchen-game/id691111205?mt=8
(ถ้าเข้าผ่าน iPhone / iPad จะเข้าไปที่หน้า Download Application)
แต่ Application ใช้ได้เฉพาะกับคนที่ใช้ iOS เท่านั้น คนที่ใช้ Android คุณไม่ผ่านเข้ารอบต่อไปค่ะ แป่ววว

  • Download Application เปิดใช้งานครั้งแรกจะได้รับส่วนลด 15%
  • Voucher ที่ได้รับมีอายุการใช้งาน 14 วัน

วิธีการใช้ Voucher

  • แจ้งกับพนักงานเสิร์ฟว่าต้องใช้การ Voucher
  • กดใช้ Voucher แล้วจะได้รับรหัส แจ้งรหัสกับพนักงานเพื่อใช้ Voucher
  • ได้รับ Voucher สามารถกดใช้ หรือส่งให้เพื่อนก็ได้
  • ส่งให้เพื่อน จะมี List Friends ใน Facebook มาให้เราเลือกส่งให้เพื่อน

นอกจากนี้แล้ว หน้าร้านที่สาขาพารากอน ยังมี Digital Menu เป็นหน้าจอ Touch Screen สามารถเปิดดูเมนูอาหารผ่านหน้าจอดูได้เลยค่ะ เหมือนดูเมนู เปิดหนังสืออยู่จริงๆ สามารถซูมดูรายการ เมนูอาหารได้ด้วย มีราคาโชว์ ด้วยค่ะ เจ๋งมากกกกกกกกกก แต่คนยังเหมือนไม่ค่อยรู้กันว่ามัน Touch Screen ได้ ถ้าอยากเก๋ก่อนใคร เดินไป Touch เล่นเลยค่ะ เราจะดูเป็นสาวชิค ทันสมัย ใช้เป็นก่อนชาวบ้าน แล้วคนอื่นจะมาเล่นตามเราเองค่ะ 55555555555555555555555555555555

IMG_6419_resize1

สำหรับใครที่อยากไปลิ้มลองเมนู อร่อยๆ ใหม่ๆ หรือบรรยากาศใหม่ๆ ของโอโตยะ สาขาพารากอนก็แวะไปกันได้นะคะ แล้วอย่าลืมโหลด แอพพลิเคชั่นมาเล่นเกมส์ด้วยล่ะ จะได้ได้กินขนมฟรีด้วยนะคะ อย่าหาว่าพินนี่ไม่บอกนะ เพราะบอกแล้ว 5555555

CONTACT INFORMATION

Siam Paragon (ชั้น G)
991/1ถ.พระราม1 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Tel : 02-610-7521 Fax: 02-610-7522
เวลาเปิด-ปิด : 10.00 น.- 21.00 น. ( ออเดอร์สุดท้ายเวลา 21.30 น. )
การจอง : จองที่นั่งได้ทุกวัน ไม่มีห้องPrivate

ดูเมนูอาหารได้จาก : http://www.ootoya.co.th/menu-ootoya-gohandokoro/teishoku/

 

Disclaimer : (Sponsored Review )

แวะไปเยี่ยมหรือ มีคำถามอะไรฝากไว้ ได้ที่ Facebook Page ของพินนี่นะคะ http://www.facebook.com/pinnynoy หรือถ้าชอบบทความที่พินนี่เขียนก็คอมเม้นต์ หรือกด like เพื่อเป็นกำลังใจให้พินนี่เขียนบทความดีๆ ต่อไปน้าา จุ๊บๆ

fb page banner copy

 

LX_728x90_MAR2013

View :30888