เชื่อว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์แห่งความสูญเสียอย่างที่หาอะไรมาเปรียบเทียบไม่ได้เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙  ที่ผ่านมา ทำให้หลายๆคนถึงกับนอนไม่หลับและร้องไห้อย่างไม่อายใคร (เราเองหนึ่งในนั้น)

อย่างที่เรารู้ๆกันว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่9 ทรงมีพระราชดำริให้สร้างโครงการมากมายเพื่อช่วยเหลือประชาชน  ๔,๐๐๐ กว่าโครงการ หนึ่งในนั้น คือโครงการลูกพระดาบส จังหวัดสมุทรปราการค่ะ

วันนี้พินนี่ขออนุญาตพาทุกคนมารู้จักกับโครงการลูกพระดาบสให้มากขึ้น

“โครงการลูกพระดาบส”

1477145380092_800_r

เป็นโครงการตามแนวพระราชดำริซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชานุญาติให้จัดตั้งขึ้นเมื่อ ๑๕ มิ.ย. ๒๕๔๑ ตั้งอยู่เลขที่ ๘๙ หมู่ ๑๔ ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ บนที่ดินราชพัสดุและที่ดินพระราชทาน จำนวนทั้งหมด ๔๗๕  ไร่ ซึ่งได้ดำเนินกิจกรรมการเกษตรแบบผสมผสานในลักษณะที่พึ่งพาตัวเองและพอเพียง ตามแนวพระราชดำริเพื่อพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเกษตร การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร สมุนไพร การใช้พลังงานทดแทนอื่นๆ เพื่อสนับสุนนการเรียนการสอนของศิษย์พระดาบสหลักสูตรการเกษตรพอเพียงและช่างไม้เครื่องเรือน ของโรงเรียนพระดาบส การศึกษาค้นคว้าวิจัยและพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน การท่องเที่ยวเชิงเกษตร ตลอดจนใช้เป็นสถานที่ฝึกอบรม ปฏิบัติงานและศึกษาดูงานของนักเรียน นักศึกษา เกษตรกร และประชาชนทั่วไป โดยให้อยู่ในความรับผิดชอบร่วมกันของสำนักพระราชวัง และมูลนิธิพระดาบส

ทรงเคยมีพระราชดำริเกี่ยวกับโครงการลูกพระดาบสไว้ว่า

“…ให้คงวิธีการศึกษานอกระบบเกี่ยวกับโครงการ พระดาบสเป็นแม่แบบตลอดไป ควรสำรวจที่ดินไว้เพื่อการเกษตรดำเนินการควบคู่ไปกับโรงเรียนช่างเครื่องยนต์การเกษตร…”

“…ลูกพระดาบส ที่เข้ารับการศึกษาที่โครงการลูกพระดาบสจะต้องมีชั่วโมงเรียน บังคับเกี่ยวกับวิชาเกษตรนอกเหนือจากหลักสูตรเตรียมช่างเพื่อทดสอบ ความศรัทธา อดทน หลักสูตรศีลธรรม จรรยาและหลักสูตรวิชาชีพเฉพาะ เพื่อให้ลูกพระดาบสสามารถเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรควายเป็นอาหารแก่พระดาบส และเป็นอาหารเลี้ยงตนเอง..”

โดยปรัชญาของโครงการคือ สนองพระราชดำริ ให้โอกาสที่สอง สร้างคนดี มีวิชาชีพ กลับคืนสู่สังคม และมีการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ โดยดำเนินงานภายใต้หลักการพึ่งพาตนเองแบบค่อยเป็นค่อยไป สอดคล้องกับแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ดังนี้

  1. หลักความพอประมาณ คำนึงถึงศักยภาพของตนเอง ยึดหลักประหยัด เรียบง่ายและได้ประโยชน์สูงสุด
  2. หลักความมีเหตุผล ยึดหลักวิชาการ มีการศึกษาวิจัยแต่ไม่ละเลยภูมิปัญญาท้องถิ่น
  3. หลักมีภูมิคุ้มกัน มีการวางแผนระยะยาว มีเงินออมไว้ลงทุน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่รู้รักสามัคคี

ภายใต้เงื่อนไข

  • ความรู้ นำหลักวิชาความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ ด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง
  • คุณธรรม ให้เจ้าหน้าที่ยึดมั่นคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต
  • การดำเนินชีวิต ส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ มีความขยัน อดทน และประหยัด

โครงการลูกพระดาบสมีหลักสูตรอะไรบ้าง?

  1. หลักสูตรเกษตรพอเพียง
  2. หลักสูตรช่างไม้เครื่องเรือน
  3. กิจกรรมการเกษตร เช่นการประมง การเลี้ยงกุ้ง การเลี้ยงปลาสลิด การเลี้ยงปลานิลในบ่อและกระชัง การขยายเพาะพันธุ์ปลา การเลี้ยงปลาดุก การเลี้ยงกบ
  4. การปลูกผักและผลไม้ เช่น การปลูกผักไฮโดรพอนิกส์ การปลูกผักบนดิน การปลูกมะม่วง การปลูกแก้วมังกร การปลูกมะนาว การเพาะเห็ด
  5. การปลูกไม้ดอก เช่นการปลูกกล้วยไม้
  6. การปลูกไม้ประดับ
  7. การปลูกสมุนไพร
  8. การปศุสัตว์ เช่น การเลี้ยงโคเนื้อ การเลี้ยงไข่ไก่ การเลี้ยงไก่ชนไทยเชิงอนุรักษ์

ทางโครงการก็มีทำวีดีโอแนะนำโครงการในแบบง่ายๆ ไว้ด้วยค่ะ

นอกจากนี้ยังเคยได้ออกรายการ “ร้อยเรื่องเมืองไทย” ตอน “ลูกพระดาบส” ออกอากาศวันที่ 6 ก.ค. 2557 ซึ่งมีคำบรรยายไว้ว่า “แม้เกษตรกรรมจะเป็นอาชีพสำคัญของชาติ แต่เกษตรกรไทยส่วนใหญ่ยังฐานะยากจน ขาดโอกาสที่จะส่งเสริมการศึกษาแก่บุตรหลาน พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชดำริให้นำความสำเร็จจากโครงการพระดาบสมาต่อยอดการเกษตร ที่มาของโครงการ “ลูกพระดาบส””

ปัจจุบันโครงการลูกพระดาบสมี คุณเอกสิทธิ์ วัฒนปรีชานนท์ เป็นผู้อำนวยการโครงการอยู่ค่ะ

นอกเหนือจากงานช่างไม้ และงานการเกษตรแบบพอเพียงแล้ว ทางโครงการก็ยังมีการเรียนการสอนหลักสูตรเพื่อวิชาชีพระยะสั้นให้กับประชาชนทั่วไป รวมไปถึงเกษตรกรต่างๆ อีกด้วยค่ะ

และทั้งหมดนี้ “เป็นการเรียนการสอนที่ฟรีทั้งหมด ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ” ค่ะ เป็นพระราชประสงค์ของในหลวง ที่อยากจะให้พวกเราชาวไทย ได้ทำกินเองเป็น ช่วยเหลือตัวเอง และประกอบอาชีพอย่างสุจริตและพอเพียงเองได้

ตัวพินนี่และคุณแม่เองได้มีโอกาสสัมผัสกับโครงการนี้โดยตรง เพราะสนใจในหลักสูตรบางตัว และตัวพินนี่เองตั้งแต่กลับมาจากดูไบ ก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะเดินตามหลักเศรษฐกิจแบบพอเพียงของในหลวงและหันมาใช้พืชผักสมุนไพรมากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เราใช้หรือรับประทาน จริงๆ ลงไว้หลายคอร์สค่ะ มีให้เลือกเยอะมากๆ วันที่ไปเรียน ทางโครงการจะให้เดินไปสักการะ ไหว้รูปปั้นของพระอาจารย์สุุริจิดาบส สวดมนต์และปฏิญาณตนเพื่อจะเป็นลูกศิษย์ที่ดี และเมื่อเสร็จแล้วก็จะให้ถ่ายรูปรวมด้านหน้ารูปปั้น ก่อนที่จะเริ่มการเรียนการสอนค่ะ

IMG20161020085158_800_r

9

ทีนี้อาจจะสงสัยกันว่า พระสุรุจิดาบส นั้นคือใคร ?

พระสุรุจิดาบส นั้นเป็นพระอดีตชาติของพระสารีบุตร พระอัครสาวกเบื้องขวาของพระพุทธเจ้าซึ่งมีความ
เอคะทัตทะหรือเป็นเลิศในทางปัญญา ค่ะ

ส่วนตัวรูปปั้นนั้น ปั้นโดยพระศิริพงษ์ ติสสาภรโณ วัดสุทธารามซอยเจริญนคร ๔๖แขวงบางลำพูล่าง เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร ซึ่งปั้นจากผงจันทร์หอมขนาดหนึ่งเท่าครึ่งของคนได้น้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ เพื่อโปรดเกล้าฯพระราชทานแก่ มูลนิธิพระดาบสไปประดิษฐานที่โครงการลูกพระดาบส สมุทรปราการตามพระราชดำริโดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ-เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครรากุมารี ผู้แทนพระองค์เป็นผู้รับมอบ ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา และพระราชทานต่อให้จังหวัดสมุทรปราการต่อมาในปี ๒๕๔๕ ได้นำมาประดิษฐาน ณ อาศรมพระดาบส ภายในโครงการลูกพระดาบสฯ โดยจะมีพิธีบูชาพระสุรุจิดาบสทุกวันที่๑๕ มิถุนายนของทุกปี  อันเป็นวันคล้ายวันพระราชทานโครงการฯ

10

จากรูปพระศิริพงษ์ ติสสาภรโณ ทูลเกล้าฯ ถวายพระสุรุจิดาบส(ภาพถ่าย)
แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ผู้แทนพระองค์ (ที่ทูลเกล้าฯถวายแต่เพียงรูปถ่ายนั้นก็เป็นเพราะว่า ตัวรูปปั้นเองนั้นมีน้ำหนักมาก ไม่สามารถที่จะยกมาได้ เลยทูลเกล้าฯ เป็นภาพถ่ายแทนแต่ได้นำตัวจริงไปประดิษฐานที่โครงการลูกพระดาบสค่ะ) เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๔
ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา เพื่อโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่มูลนิธิพระดาบสไปประดิษฐาน
ณ โครงการลูกพระดาบส สมุทรปราการตามพระราชดำริ (ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.monnut.com นะคะ)

หลังจากไหว้พระสุรุจิดาบสแล้ว ทางโครงการก็มีเลี้ยงเบรคเช้าด้วยค่ะ เป็น ข้าวเหนียวสังขยา ข้าวเหนียวปลาปิ้ง กับกาแฟ หรือโอวัลติน ดีมากๆ เลย อร่อยด้วยค่ะ

IMG20161020100159_800_r

สำหรับสถานที่ทำการเรียนการสอนนั้น ทางโครงการได้ใช้อาคารเอนกประสงค์เป็นหลักค่ะ อาคารเล็กๆ มีห้องสอนสองห้องใหญ่ ห้องเจ้าหน้าที่โครงการ (มีแค่ 2-3 คน เท่าที่เห็น แล้วก็คุณยายอีกคนช่วยงานทั่วไป) อาคารเล็กๆ แต่คุ้มค่าประโยชน์ใช้สอย อยู่แบบพอเพียงเหมือนที่ในหลวงสอนไว้ค่ะ ด้านหลังเป็นลานมีหลังคา เอาไว้ทำกิจกรรมได้ ใกล้ๆ จะเป็นโซน ล้านจาน เดินเลยไปอีกจะเป็นห้องน้ำค่ะ

IMG20161020075414_800_r

IMG20161020075428_800_r

IMG20161020075440_800_r

อันนี้เป็นด้านในห้องเรียนค่ะ

IMG20161020075505_800_r

ตอนไปถึงเจ้าหน้าที่เปิด พระราชกรณียกิจของในหลวงวนไปวนมาให้ดูตลอดเลยค่ะ รู้สึกเศร้ามากๆเลย คนที่มาเรียนก็ใส่สีดำมา เป็นห้องเรียนที่เศร้าที่สุดตั้งแต่เคยเข้าห้องเรียนมา

IMG20161020075528_800_r

อันนี้เป็นห้องเรียนอีกห้องหนึ่ง ไม่แน่ใจว่าเป็นห้องสมุดด้วยมั้ยเพราะหน้าตาแอบเหมือนห้องสมุดเหมือนกันค่ะ

IMG20161020104122_800_r

ก่อนจะเข้าเรียนก็ต้องลงทะเบียนกันก่อนค่ะ และรับเอกสารประกอบการเรียน

IMG20161020080934_800_r

สำหรับผู้เข้าร่วมอบรมแต่ละท่านในคอร์สอบรมวิชาชีพระยะสั้น นี่มีตั้งแต่เด็กที่ยังใช้เด็กหญิงนำหน้า ไปจนถึงอายุเยอะ ๆ เลยก็มีค่ะ

เอกสารประกอบการเรียนก็ดีมากๆ ค่ะ ถึงแม้จะไม่ได้ดูเริ่ดหรู แต่นี่ให้มาทั้งแฟ้มเลยนะคะ มีสมุดจด กับปากกาแจกให้พร้อมแฟ้มเลยด้วยค่ะ (นี่มาอบรมฟรีนะคะ ข้าวเหนียว โอวัลตินก็กินแล้ว ยังได้สมุด ปากกา กับแฟ้มอีก)

IMG20161020081200_800_r

ส่วนอาจารย์ที่มาทำการสอนนั้นก็เป็นอาจารย์โดยหัวจิตหัวใจจริงๆ ค่ะ อาจารย์ส่วนใหญ่ที่นี่มาสอนฟรี ไม่รับค่าจ้างใดๆ ค่ะ แถมยังต้องแบกวัสดุ อุปกรณ์มาเองทั้งหมดด้วย รูปข้างล่างนี้อาจารย์ก็แบกมาเองหมดเลยค่ะ (จริงๆ มีหม้อ ไห กะทะ เตา ถ่าน ทุกอย่างอาจารย์เอามาเองหมดเลย) แถมยังสอนลูกศิษย์แบบไม่กั๊กเลยอีกด้วย ส่วนใหญ่อาจารย์ที่มาสอนก็จะมาจากพวกมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ค่ะ

IMG20161020100802_800_r

สงสัยตรงไหนมีคำถามอะไรถามได้หมดเลยค่ะ

เรียนไปซักพัก ชนเวลาทานข้าวกลางวันพอดี ทางโครงการก็มีอาหารเที่ยงเลี้ยงอีกค่ะ (ยังไม่พอ มีแบบว่า ถ้าเป็นเด็กเล็ก เขาจะทำข้าวไข่เจียวแยกต่างหากไว้ด้วย แถมมีแกงจืดเต้าหู้ให้อีกต่างหาก ยังค่ะ ยังไม่หมด มีแตงโมให้กินตบท้ายด้วยนะคะ) (ย้ำอีกรอบนี่มาเรียนฟรีนะคะ กินไปกี่อย่างแล้ว…. )

IMG20161020121805_800

IMG20161020121812_800_r

IMG20161020121818_800

เนื่องจากเราอยู่กันแบบพอเพียง พนักงานน้อยมากค่ะ ที่นี่ส่วนใหญ่เงินเดือนไม่มาก รู้สึกว่าบางคนไม่มีเงินเดือนด้วยซ้ำ แต่ก็มาทำกันด้วยใจค่ะ ดังนั้นเวลาทานข้าวเสร็จแล้วก็เลย ต้องล้างจานเองนะจ๊ะ ทุกคนล้างเองเหมือนกันหมดจ้า

IMG20161020124042_800_r

ล้างเสร็จก็ต้องเอาไปเก็บใส่ตะกร้าสีน้ำเงินเองนะจ๊ะ (ก่อนไปล้างจานต้องเทข้าวที่เหลือลงในถังสีเขียวที่เตรียมไว้ค่ะ ก็จะเห็นน้องหมา เดินมาทานอาหารในถังตรงนั้น น้องหมาที่นี่เยอะมากค่ะ ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ไทย)

IMG20161020124048_800_r

ยังค่ะ ยังยังไม่จบ เรียนๆ ต่ออีกซักพักอ้าว พักเบรคบ่ายอีกค่ะ มีขนมมาให้ทาน พร้อมกับน้ำใบเตย (ผสมเนื้อว่านหางจระเข้)

IMG20161020141535_800_r

IMG20161020141547_800_r

เฝ้าถามตัวเองตลอดการเรียนว่า นี่เรามาเรียนฟรี จริงๆ หรอ ทำไมเค้าดูแลเราดีมากๆ เลย หาดีกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว รักในหลวงมากขึ้นไปอีก อาจารย์ที่มาสอนก็ดีมากๆ ค่ะ กราบหัวใจหัวใจ ทุกคนในโครงการ เจ้าหน้าที่ อาจารย์ รวมไปถึงในหลวง รัชกาลที่9 ที่ริเริ่มโครงการในพระราชดำริ แบบนี้ให้พวกเรา

แอบเกิดคำถามว่า แล้วทางโครงการเอาเงินจากไหนมาจับจ่ายใช้สอยให้พวกเรา?

อันนี้ตามที่สืบมานะคะ

การบริจาค – สำหรับโครงการลูกพระดาบสนั้น สำหรับใครที่ต้องการจะบริจาคจะสามารถบริจาคได้ค่ะ สำหรับการบริจาคนั้นมี 2 แบบ ค่ะ

  • การบริจาคเงินเพื่อโดยเสด็จพระราชกุศลสมทบทุน มูลนิธิพระดาบส โดยการ เช็คขีดคร่อมสั่งจ่ายในนาม “มูลนิธิพระดาบส” ธนาณัติ สั่งจ่าย เลขาธิการมูลนิธิพระดาบส ปณ. วังเทวะเวสม์ รหัสไปรษณีย์ 19250
  • โอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ชื่อ “สำนักงานมูลนิธิพระดาบส” ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาเทเวศร์ เลขที่บัญชี 020-2-54900-4 หรือ
  • โอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ชื่อ “โรงเรียนพระดาบส โครงการให้ 1 ได้ 2” ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาสวนจิตรลดา เลขที่บัญชี 067-2-11963-3

ทั้งนี้ ผู้บริจาคสามารถนำใบเสร็จรับเงินมาหักลดหย่อนภาษีประจำปีได้ด้วยค่ะ

การขายสินค้าในโครงการ – อย่างที่สองคือการขายสินค้าที่เพราะปลูก หรือผลิตได้จากทางโครงการค่ะ มีขายหลายอย่างมาก ที่ติดใจและชอบที่สุดซื้อมาทานหลานครั้งแล้วคือ “ปลาสลิด” ค่ะ ปลาสลิดที่นี่อร่อยจริงๆ จังๆ พินนี่เป็นคนไม่กินปลาสลิดเลย มาเจอ ของที่นี่เข้าไปกินไม่มีเบื่อเลยค่ะ ท้าให้ลอง ราคาไม่แพงด้วยค่ะ ที่นี่ขายไข่ด้วยนะคะ แล้วก็โครงการลูกพระดาบสรับจัดกระเช้าอวยพรในเทศกาลต่าง ๆ ในราคาย่อมเยาว์ ประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของโครงการ อาทิเช่น ผักไฮโดรโพนิกส์ ข้าวกล้อง ไข่ไก่ ปลาสลิด เป็นต้น หากสนใจติดต่อสอบถามได้ที่ โทร 02 –174–4111 หรือ คลิกที่นี่  ราคาถูกมากๆ เลยเอาตัวอย่างสินค้ามาให้ดูนะคะ (หรืออยากดูผลิตภัณฑ์ ทั้งหมดที่ขายอยู่ คลิกที่นี่ )

IMG20161020100316_600

IMG20161020100323_600

ที่พินนี่ไปเรียนมาจะเป็นการฝึกอบรมตามโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน ค่ะ มีหลักสูตรน่าเรียนมากมายเลย อยากจะยกตัวอย่างมาให้ดูนะคะ

  • การปลูกพืชไม่ใช้ดิน
  • การทำสลัดผักไฮโดรพอนิกส์และน้ำสลัดต่างๆ
  • การทำน้ำนมข้าวโพดพร้อมดื่มและน้ำสมุนไพร
  • การทำปลานิลหยอง น้ำพริกนรกปลานิล และเสต็กปลานิล
  • การทำน้ำยำเอนกประสงค์และน้ำจิ้มต่างๆ
  • การนวดกดจุด
  • การทำอาหารไทยจานเดียว
  • การทำซาลาเปาไส้ต่างๆ
  • การทำน้ำข้าวกล้องงอก และไอศกรีมข้าวกล้องงอก
  • ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกาแฟ
  • การทำซูชิ
  • การทำผลไม้ดอง
  • การทำซีซาร์สลัดและแซนวิชไส้ต่างๆ
  • การทำเค้กกล้วยหอมและเค้กลูกเกด
  • การปลูกกล้วยไม้
  • การทำคานาเป้กุ้ง กุ้งพล่าและ กุ้งอบซอส
  • การจัดดอกไม้
  • การซักอบรีด
  • การเพาะเห็ดแบบครบวงจร
  • ฯลฯ

มีเยอะมากค่ะ หากสนใจก็ลองเปิดเข้าไปในเว็บ http://lukphradabos.org นะคะ หรือโทร 02-174-4111 ค่ะ

1477145368801_800

เห็นมั้ยคะว่า ในหลวงของเราเก่งแค่ไหน (อยากบอกว่า พื้นที่ของโครงการลูกพระดาบสเนี่ยใหญ่มากค่ะ แต่เต็มไปด้วยต้นไม้ ดอกไม้ เต็มไปหมดเลย เดาว่าแทบทุกพื้นที่ในโครงการนี่ใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าแน่ๆ โครงการนี้เป็นโครงการในพระราชดำริที่ดีมากๆ ค่ะ ช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้ใครอีกหลายๆ คน อยากให้ช่วยกันมาบริจาคกันนะคะ เดี๋ยวจะไปบริจาคเหมือนกัน เค้าดูแลเราดีมาก ไม่รู้จะตอบแทนยังไงดี ใจจริง อยากไปช่วยสอนด้วยซ้ำ แต่ยังไม่เก่งขนาดไปสอนใครได้ ขอฝึกวิชาอีกซักพักแล้วจะกลับไปตอบแทน จะกลับไปช่วยถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชนตามปณิธานที่ในหลวงได้สอนเอาไว้

ข้อมูลที่ควรทราบ:

คณะกรรมการมูลนิธิ

คณะกรรมการกิตติมศักดิ์และคณะกรรมการบริหารมูลนิธิพระดาบส

  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

ประธานกรรมการกิตติมศักดิ์

  • สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
View :3606