FAQ

[FAQ] การแพ้เครื่องสำอาง

  1) เมื่อใช้เครื่องสำอางใหม่ ๆ แล้วเกิดผื่นขึ้น ต้องแยกให้ได้ก่อนว่า เป็นการระคายเคืองจากเครื่องสำอาง หรือเป็นการแพ้เครื่องสำอาง 2) ถ้าเป็นการระคายเคืองจากเครื่องสำอาง ผู้ใช้จะมีอาการคัน คันยิบ ๆ หรือปวดแสบปวดร้อน เป็นช่วงสั้น ๆ ไม่เกิน 10 นาที หลังทาเครื่องสำอาง 3) การระคายเคืองจากเครื่องสำอางส่วนใหญ่เกิดจากส่วนผสมในเครื่องสำอางที่มีฤทธิ์เป็นกรด หรือแอลกอฮอล์ คนที่ผิวแห้งจะเกิดการระคายเคืองได้ง่าย 4) การแพ้เครื่องสำอางมักเกิดภายหลังการใช้เครื่องสำอางนั้นต่อเนื่องกันอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ช่วงแรกอาจไม่มีอาการ แต่พอใช้ไปนาน ๆ ถึงมีผื่นขึ้น 5) ผื่นจากการแพ้เครื่องสำอางมีอาการหลายแบบ เป็นได้ตั้งแต่ ผื่นแดงคัน ตุ่มน้ำ ขุย ลมพิษ ผื่นดำ ผื่นขาว หรือเป็นสิว 6) เครื่องสำอางที่ถือว่ามีอัตราการแพ้สูง ได้แก่ น้ำยายืดผม ครีมทำให้ผิวขาว ครีมรักษาฝ้า น้ำยาหรือครีมขจัดขน 7) สารในเครื่องสำอางที่ทำให้เกิดการแพ้อันดับ 1 คือ น้ำหอม และอันดับ […] Read more…

[FAQ] เคล็ดลับสวยเร่งด่วน

  ถ้าเป็นคนงานยุ่ง ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง หรือมีเวลาน้อย แล้วยังอยากดูแลผิวให้สวยสดใสในเวลาเร่งด่วน มีเคล็ดลับง่าย ๆ ดังนี้ ถ้ามีเวลาเพียง 5 นาที ให้ใช้ไปกับการทา moisturizer และตามด้วยครีมกันแดด ผิวที่ชุ่มชื้นจะดูใสขึ้น ส่วนกันแดดจะช่วยป้องกันริ้วรอยและจุดด่างดำ ถ้ามีเวลา 10-15 นาที ให้ใช้ intensive moisturizer หรือผลไม้ในตู้เย็นมาปั่นหรือสับละเอียดทำเป็นมาส์คพอกหน้า เพื่อความชุ่มชื้นและผลัดเซลล์ผิว ถ้ามีเวลา 30 นาที ให้เอาผ้าชุบน้ำอุ่นจัดมาประคบหน้าทิ้งไว้ 5 นาที ตามด้วยมาส์คหน้าอีก 10-15 นาที และใช้ผ้าชุบน้ำเย็นจัดประคบตาทิ้งไว้ 5 นาที การประคบหน้าด้วยน้ำอุ่นก่อนการมาส์คหน้า จะช่วยให้ผิวรับความชุ่มชื้น หรือการบำรุงจากมาส์คได้ดีขึ้น ส่วนการใช้น้ำเย็นจัดประคบตาทำให้ตาไม่บวม ถ้ามีเวลา 1 ชั่วโมง ควรบำรุงผมด้วยการหมักผม โดยใช้ครีมหมักผมทาผมและหนังศีรษะให้ทั่ว ใส่หมวกคลุมอาบน้ำทิ้งไว้ 30 นาที ก่อนสระออกตามปกติ ถ้ามีเวลา 2 ชั่วโมง และมีคลินิกหรือสถานพยาบาลที่ให้บริการดีอยู่ใกล้บ้าน ไปทำ treatment […] Read more…

[FAQ] เทคนิคการทาครีมรอบดวงตา

  แนะนําให้ใช้ครีมขนาดเท่าเม็ดถั่วเขีียวต่อตา1ข้าง ทารอบดวงตาด้วยปลายนิ้วกลางหรือนิ้วนางอย่างเบาๆ จะวนทิศทางไหนก็ได้ จนเนื้อครีมซึมหมด การใช้นิ้วกลางหรือนิ้วนางทาครีมรอบดวงตา จะทําให้เราลดความแรงของการทาครีมลงได้ ถ้าใช้นิ้วชี้อาจทําให้เราใช้แรงมากเกินไป และเกิดริ้วรอยตามมา จะทาครีมวนรอบดวงตาแบบวนเข้าหรือวนออกก็ได้ไม่สําคัญ แต่ไม่ควรทาแบบถูซํ้าไปซ้ํามาหรือไปๆกลับๆ เพราะเกิดริ้วรอยตามมาได้ ถ้าตื่นนอนตอนเช้าแล้วตาบวม อย่าพึ่งทาครีมรอบดวงตา เพราะจะเกิดการระคายเคืองได้ง่าย ให้รอจนตายุบบวม หรือใช้ผ้าชุบนํ้าเย็นจัดประคบตาก่อน หลังเปิดใช้ครีมทารอบดวงตาครบ 3 เดือนแล้วควรเปลี่ยนกระปุกใหม่ อย่าเสียดาย เพราะครีมที่เปิดใช้เกิน 3 เดือน มีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคได้ Source: @DrRungsima ‘s Twitter View :5759Tweet Read more…

[FAQ] ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการดูแลผิว

  (1) ความเชื่อ 1 : ถ้าหน้ามันต้องล้างหน้าบ่อย ๆ หน้าถึงจะหายมัน (2) ความจริง 1 : ยิ่งล้างหน้าบ่อย หน้าจะยิ่งมัน เพราะเมื่อความมันถูกล้างออก ต่อมไขมันจะยิ่งผลิตน้ำมันขึ้นมาชดเชย ทำให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น (3) ความเชื่อ 2 : ใช้น้ำเกลือเช็ดหน้า ช่วยฆ่าเชื้อ ทำให้หน้าสะอาด หน้าใส หรือรักษาสิว ความจริง 2 : การใช้น้ำเกลือเช็ดหน้าไม่ได้มีประโยชน์กว่าน้ำธรรมดา ถึงแม้จะเป็นน้ำเกลือที่ผ่านการฆ่าเชื้อ ก็ไม่สามารถฆ่าเชื้อบนหน้าได้ (5) ความเชื่อ 3 : กินอาหารมัน ๆ Chocolate นม ทำให้เกิดสิวได้ (6) ความจริง 3 : ไม่มีงานวิจัยใดพบว่าอาหารมีความสัมพันธ์กับการเกิดสิว อย่างไรก็ตามคนบางคนก็มีประสบการณ์ว่ากินอาหารบางอย่างแล้วสิวขึ้นได้ (7) ความเชื่อ 4 : วิตะมินบางอย่างสามารถรักษาสิวได้ (8) ความจริง 4 […] Read more…

[FAQ] วิธีทดสอบสารต้องห้ามในเครื่องสำอางต้องทำอย่างไร

  สารต้องห้ามในเครื่องสําอางที่ทดสอบด้วยตนเองได้มี 2 ชนิด คือ ไฮโดรควิโนน และปรอท การทดสอบไฮโดควิโนนทําได้โดยเอานํ้าสบู่มาถูกับครีม ถ้าครีมเปลี่ยนสีเป็นสีนํ้าตาลดํา แสดงว่ามีไฮโดรควิโนน การทดสอบปรอทในครีมทําได้โดยเอาทองแท้มาถูกับครีม ถ้ามีสารปรอทเจือปน ครีมจะเปลี่ยนสีเป็นสีนํ้าตาลดํา   Source: @DrRungsima Twitter View :3540Tweet Read more…

[FAQ] มาเรียนรู้เรื่องรอยแตกลาย(งา) กันดีกว่า

  รอยแตกลายมี2ชนิด คือรอยแตกสีชมพู แดง หรือม่วง และรอยแตกลายสีขาว รอยแตกลายสีชมพู แดง ม่วง รักษาโดยการใช้เลเซอร์ลบรอยแดง2-3ครั้ง จะทําให้รอยแตกลายเปลี่ยนเป็นสีขาว การทายาได้ผลน้อยกว่า 20% รอยแตกลายสีขาวรักษาได้ด้วยเลเซอร์กรอผิวหรื่คลื่นความถี่วิทยุ แต่ต้องทําหลายครั้ง ส่วนยาทาไม่ได้ผลเลย   Source : @DrRungsima ‘s Twitter View :4341Tweet Read more…

[FAQ] มาดูเคล็ดลับการดูแลผิวกันดีกว่า

  นิสัยทําลายผิวที่ควรลด ละ เลิก : ขัดหน้าด้วย scrub บ่อยกว่าอาทิตย์ละครั้ง ล้างหน้า/อาบนํ้าด้วยนํ้าอุ่นหรือร้อน ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ นิสัยถนอมผิวที่ควรส่งเสริม : ทากันแดด ทา moisture เป็นประจำ มาส์คหน้าอาทิตย์ละครั้ง ดื่มนํ้าวันละ6-8แก้ว กินผักผลไม้ นอน6-8ชม./วัน สิ่งที่ไม่ควรทำเวลาเป็นสิว : กดสิว บีบ แคะ แกะ เกาสิว เอาแอลกอฮอล์เช็ดบริเวณสิว เอาผงหรือยาสมุนไพรที่ไม่แน่ใจว่าผ่านการฆ่าเชื้อมาพอกสิว เคล็ดลับลดตาบวมจากการนอนดึก : ใช้ถุงชาแช่เย็น หรือผ้าชุบน้ำเย็นจัด โปะตาไว้ 10-15 นาที เคล็ดลับหน้าใสไปงาน : ใช้มาส์คหรือ intensive moisturizer โปะลงบนหน้าอย่างหนา ทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออก ก่อนแต่งหน้าไปงาน เคล็ดลับป้องกันริมฝีปากดำจากการแพ้ลิปสติก : ใช้ glycerin ทาริมฝีปากก่อนทาลิปสติกทุกครั้ง จะป้องกันลิปสติกสัมผัสริมฝีปากโดยตรง และกันปากแตก […] Read more…

[FAQ] การเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวใน 14วัน และเคล็ดลับสวยเด้งวันงาน

  14 วันก่อนงาน : ลองชุด ซ้อมแต่งหน้าทําผม ถ้าไม่ชอบจะได้แก้ไขทัน 13 วันก่อนงาน : ถ้าหน้าเป็นหลุม หรือรูขุมขนกว้างแล้วอยากให้ดีขึ้น 70-80% ทันที ให้ฉีดฟิลเลอร์ 12 วันก่อนงาน : เลือกอย่างเดียวระหว่าง IPL treatment ด้วย AHA ผลักวิตะมิน หรือฉายแสง LED ทั้งที่หน้า แผ่นหลัง ไหล่และแขนเพื่อความขาวเนียน 11 วันก่อนงาน : หมักผมด้วยครีมบํารุงที่เหมาะกับสภาพผมและหนังศีรษะ ใส่หมวกคลุมอานํ้าหมักไว้ 30นาที แล้วล้างออก 10 วันก่อนงาน : ใช้ใยบวบขัดมือและเท้า มาส์คมือและเท้าด้วย intensive hand&foot cream ใส่ถุงมือถุงเท้าเข้านอน ตอนเช้าผิวจะนุ่มเนียน 9 วันก่อนงาน : ขัดข้อศอก หัวเข่า ส้นเท้าด้วยหินขัด พอกครีมที่มีส่วนผสมของยูเรีย แล้วใช้ plastic […] Read more…

[FAQ] มารู้จักกับหลุมสิวกันดีกว่า

  มาคุยกันเรื่องหลุมสิวกันดีกว่า 1) สิวเป็นการอักเสบของรูขุมขน หรือต่อมไขมันที่มีรูเปิดอยู่ที่รูขุมขน ซึ่งอยู่ใต้ผิวหนังในชั้นหนังแท้ส่วนตื้น 2) สาเหตุของการเกิดหลุมสิวที่สําคัญที่สุดคือ การอักเสบที่เป็นนานเกิน 2-4 สัปดาห์ หรือการอักเสบที่ลุกลามไปถึงหนังแท้ชั้นลึก 3) การรักษาหลุมสิวที่ดีที่สุดคือการป้องกัน เพราะเมื่อเกิดหลุมสิวบนใบหน้าแล้ว ไม่มีทางจะหายได้เอง การทาครีมหรือยาไม่ทําให้หลุมสิวดีขึ้นได้ 4) เนื่องจากการอักเสบที่นานและลงลึกเป็นสาเหตุหลักของการเกิดหลุมสิว การป้องกันหลุมสิวที่ดีที่สุดคือการลดการอักเสบของสิว 5) การบีบ หรือการกดสิว ทำให้สิวอักเสบเพิ่มขึ้นเป็นนานขึ้น และการอักเสบลงลึกมากขึ้น จึงไม่แนะนำให้ทำ โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นสิวอักเสบอยู่ 6) การฉีดสิวจะช่วยในกรณีที่เป็นสิวอักเสบขนาดใหญ่ ที่มีแนวโน้มจะมีการอักเสบยาวนาน เมื่อฉีดสิวการอักเสบจะลดลง และลดโอกาสการเกิดหลุมสิวได้ 7) การฉีดสิวควรทำเท่าที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น เพราะมีความเสี่ยงที่จะฉีดลึกเกินไป ทำให้เกิดรอยบุ๋มจากยาที่ใช้ฉีดสิวได้เช่นกัน 8) กรณีที่เกิดหลุมสิวขึ้นแล้ว มีวิธีรักษาได้ดังนี้ จี้กรด ฉีดฟิลเลอร์ ทำเลเซอร์กรอผิว ใช้คลื่นความถี่วิทยุชนิดใช้เข็ม และการทำ subcision 9) ส่วนการกรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี dermaroller การทำ treatment และการผลักวิตะมินด้วยวิธีต่าง ๆ มีงานวิจัยแล้วว่าไม่ได้ผลในการรักษาหลุมสิว […] Read more…

[FAQ] เครื่องสำอางหมดอายุจะทำอย่างไรกับมันดี

1) การใช้เครื่องสำอางหมดอายุ เป็นสาเหตุของปัญหาผิวหน้าหลายอย่าง เช่น ผื่นแพ้ต่าง ๆ หรือการติดเชื้อแบคทีเรียทีปนเปื้อนอยุ่ในเครื่องสำอาง 2) ผู้หญิง 89%ไม่ดูวันหมดอายุของเครื่องสำอางก่อนใช้, 72%ไม่เคยล้างแปรงหรือฟองน้ำ, 68%จะเปลี่ยนเครื่องสำอางเมื่อใช้จนหมดโดยไม่สนใจวันหมดอายุ 3) เครื่องสำอางที่ดีควรระบุวันผลิตและวันหมดอายุ แต่อย. ไม่บังคับให้ฉลากเครื่องสำอางระบุวันหมดอายุ เพราะอายุเครื่องสำอางแปรผันตามการเก็บรักษา 4) เครื่องสำอางจะหมดอายุเร็วถ้าอยู่ในที่ร้อน หรือถูกแสงแดด เพราะจะทำให้วัตถุกันเสียหรือส่วนผสมของเครื่องสำอางเสื่อมสภาพเร็ว 5) การทดสอบเบื้องต้นว่าเครื่องสำอางหมดอายุหรือไม่ ทำได้โดยดูจากสีหรือกลิ่น ถ้าสีหรือกลิ่นเปลี่ยนแปลงให้ทิ้งทันที เพราะน่าจะเสื่อมสภาพแล้ว 6) หลักง่าย ๆ ในการดูว่าเครื่องสำอางหมดอายุหรือไม่ ให้พิจารณาดังนี้ 7) มาสคาราหมดอายุใน 3 เดือนหลังเปิดใช้ มาสคาราอายุสั้นเพราะแปรงปัดขนตาเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรีย เพราะต้องจุ่มเข้าจุ่มออก สัมผัสอากาศบ่อยครั้ง 8) รองพื้นชนิด water-based หมดอายุใน 1 ปีหลังเปิดใช้ oil-based จะหมดอายุใน 1.5 ปีหลังเปิดใช้ จะยืดอายุได้ถ้าใช้ฟองน้ำแทนใช้มือสัมผัสรองพื้น 9) แป้งฝุ่นทาหน้า บลัชออน eyeshadow ดินสอเขียนคิ้วและเขียนขอบปาก จะหมดอายุใน […] Read more…

[FAQ] มารู้จักยาลดความอ้วนและอันตรายจากยาลดความอ้วนกันดีกว่า

  1) ยาลดความอ้วนส่วนใหญ่มีฤทธิ์ควบคุมความอยากอาหาร ทำให้กินน้อยลง น้ำหนักลด พอเลิกกินยา ความอยากอาหารก็กลับมาปกติ น้ำหนักจะขึ้นได้ 2) ยาลดความอ้วนทำให้นอนไม่หลับปากแห้งกระหายน้ำหงุดหงิด คลื่นไส้อาเจียน เวียนศีรษะ และเกิดการดื้อยาเมื่อใช้ไปนานๆทำให้ต้องเพิ่มยาขึ้นเรื่อยๆ 3) ยาลดความอ้วนบางชนิดถูกสั่งห้ามขายแล้ว เช่น ยาเฟน-เฟน (Fen-Phen) ซึ่งหมายถึง Fenfluramine กับ Phentermine อันเป็นยายอดฮิตในการลดความอ้วน 4) ยาลดความอ้วน Fenfluramine ทำให้ความดันโลหิตสูงในหลอดเลือดส่งไปยังปอด ทำให้เลือดดำเปลี่ยนเป็นเลือดแดงที่ปอดไม่ได้ ร่างกายก็จะขาดออกซิเจน 5) ยาลดความอ้วน Fenfluramine ยังทำให้หายใจลำบาก หายใจไม่เต็มอิ่ม เจ็บปวดที่หน้าอก เป็นลมง่าย บางครั้งเลือดไหลเวียนไม่ดีมีอาการบวมที่ขาด้วย 6) เมื่อใช้ยาลดความอ้วน Fenfluramine ร่วมกับยา Phentermine จะพบว่าทำให้ลิ้นหัวใจผิดปกติ ไม่สามารถปิดสนิท เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเสียชีวิตได้ 7) ทั้ง Fenfluramine และ Phentermine ได้ถูกสั่งห้ามขายแล้ว แต่ก็ยังพบว่ามีการลักลอบเอายา 2 ตัวนี้มาจำหน่ายอย่างผิด กม. […] Read more…

[FAQ] การลบรอยสัก

  หลายท่านคงเคยได้ยินมาว่า ปัจจุบันเราสามารถลบรอยสักได้ด้วยเลเซอร์ และหลายคนคงคิดว่าการลบรอยสักด้วยเลเซอร์คงง่ายพอ ๆกับการสัก การลบรอยสักด้วยเลเซอร์จะต้องทำเลเซอร์หลายครั้งกว่ารอยสักจะจางหายไป และการทำเลเซอร์แต่ละครั้งจะความรู้สึกเจ็บไม่น้อยกว่าการสักเลยครับ ในปัจจุบันเลเซอร์ถือว่าเป็นเครื่องมือมาตรฐานที่ใช้สำหรับลบรอยสัก เพราะเป็นวิธีที่ให้ผลการรักษาที่ดีที่สุดและเกิดผลข้างเคียงน้อยที่สุด ที่ว่าเลเซอร์เป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุด แต่ไม่ได้หมายความว่าเลเซอร์จะสามารถลบรอยสักออกได้ร้อยเปอร์เซ็นต์โดยไร้ร่องรอย โดยส่วนใหญ่แล้วรอยสักมักจะจางลงได้มากสุดประมาณ 90-95% หลังเลเซอร์ประมาณ 5-10 ครั้ง โดยปกติจะต้องทิ้งระยะห่างระหว่างการเลเซอร์แต่ละครั้ง 2-3 เดือน ต้องใช้เวลาอย่างน้อยเป็นปีกว่าที่จะลบรอยสักให้จางลงในระดับที่น่าพอใจ  ความยากง่ายของการลบรอยสักด้วยเลเซอร์ขึ้นกับ: วิธีการสัก สีของรอยสัก ประสิทธิภาพของเครื่องเลเซอร์ เทคนิควิธีการทำเลเซอร์และความชำนาญของแพทย์ รอยสักที่สักโดยช่างสักมืออาชีพจะลบยากกว่ารอยสักที่สักโดยหมอพระ หรือหมอลงคาถาอาคม รอยสักสีดำ และสีน้ำเงินลบออกง่ายที่สุด ส่วนสีเหลืองและสีเขียวลบออกค่อนข้างยาก การลบรอยสักที่มีหลายสีจำเป็นต้องใช้เลเซอร์มากว่าหนึ่งชนิด เลเซอร์แต่ละชนิดจะสามารถลบรอยสักแต่ละสีที่แตกต่างกัน ท่านผู้กำลังคิดที่จะสักควรคิดไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะทำการสัก การสักอาจเป็นแฟชั่นหรือความสวยงามที่ฮิตหรือนิยมทำเมื่อท่านอยู่ในช่วงวัยหนึ่ง… แต่เมื่อวัยนั้นได้ผ่านพ้นไปท่านอาจไม่ต้องการรอยสักนั้น หรือรอยสักอาจจะกลายเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน อาชีพ หรือการเข้าสังคมของท่านในอนาคต ค่าใช้จ่ายในการลบรอยสักด้วยเลเซอร์เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ผู้ป่วยมักคาดไม่ถึง โดยปกติค่าใช้จ่ายในการลบจะแพงกว่าค่าใช้จ่ายในการสักหลายเท่า ระดับราคาค่าใช้จ่ายในการลบรอยสักด้วยเลเซอร์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเช่น สถานที่ที่ทำ คุณภาพของเครื่องเลเซอร์ และประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำเลเซอร์ ตัวอย่างเช่น รอยสักขนาดเท่าเหรียญสิบบาทมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1,500 ถึง 4,000 บาทต่อการลบหนึ่งครั้ง Source: @Drworaphong ‘s Twitter View […] Read more…

1 2 3 4