FAQ

[FAQ] เคล็ดลับบิวตี้ของสาวที่นิยมเล่นกีฬา

วันนี้ขอทวิตเรื่อง เคล็ดลับบิวตี้ของสาวที่นิยมเล่นกีฬา 2) วิธีรับมือกับปัญหาความงามน่ารำคาญใจจากการออกกำลังกาย เพื่อให้คุณมีทั้งหุ่นเฟิร์ม ผมสวย และผิวใสไปพร้อมๆ กัน 3)ปัญหาพบบ่อยในสาวชอบเล่นก๊ฬา:สิวตามร่างกาย เล็บช้ำหรือห้อเลือด เชื้อราตามง่ามเท้า เส้นผมร่วง ขาดง่าย หนังศีรษะแห้งหรือมัน ผิวหนังด้าน/หนา 4) สิวที่หลัง หน้าอก สะโพก มักเกิดจากเสื้อผ้าที่อับชื้นเหงื่อเสียดสีกับผิว สวมกางเกงออกกำลังกายรัดติ้ว เสี่ยงต่อรูขุมขนอุดตันจนกลายเป็นสิว 5) การป้องกันสิวหรือรูขุมขนอักเสบที่ตัว วิธีที่ดีที่สุดคืออาบน้ำทุกครั้งหลังออกกำลังกาย อย่าหมักหมมเหงื่อไคลไว้นานเพื่อป้องกัน แบคทีเรียสะสม 6) เล็บช้ำหรือห้อเลือดเกิดจากเล่นกีฬาที่ต้องเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วสลับกับหยุดฉับพลันเช่นเทนนิส แบดมินตัน นิ้วเท้ามักกระแทกกับรองเท้าอยู่เสมอ 7) การดูแล ถ้าห้อเลือดหรือรอยช้ำเกิดบริเวณปลายเล็บ มักไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แค่ตัดเล็บให้สั้นและทาครีมหรือบาล์มที่ชุ่มชื้นแก่เล็บเป็นพิเศษ 8) การป้องกันเล็บห้อเลือด ให้ใช้รองเท้าที่มีขนาดพอดีเท้าช่วยป้องกันปัญหานี้ได้ โดยคุณสามารถขอคำแนะนำจากพนักงานขาย 9) เชื้อราตามง่ามเท้า มีลักษณะเป็นผื่นแดง แสบคัน เชื้อราส่วนใหญ่เติบโตได้ดีในที่เปียกชื้นเช่น พื้นห้องน้ำ  10) จึงควรระวังเวลาเดินเท้าเปล่าในห้องอาบน้ำรวม ไม่ว่าที่ฟิตเนสหรือสระว่ายน้ำ และถ้าเท้าคุณเคยติดเชื้อรามาแล้ว ก็ยิ่งเสี่ยงต่อการเป็นอีก 11) การดูแลเชื้อราที่เท้า การทายาฆ่าเชื้อราจะช่วยให้อาการดีขึ้นภายในไม่กี่วัน นอกจากนี้ […] Read more…

[FAQ] ร่องรอยที่เกิดจากสิว

1) รอยที่เกิดตามหลังสิวมี 3 ประเภท คือ รอยคล้ำ รอยแดง และรอยหลุม รอยคล้ำและรอยแดงรักษาง่ายกว่ารอยหลุม 2) รอยคล้ำที่เกิดจากสิว รักษาได้ด้วยการทายา เช่น AHA ยาไฮโดรควิโนน หรือกรดวิตะมิน เอ การช่วยให้จางไวขึ้นโดย 3) การทำ AHA ทรีทเม้นท์ ทำให้ผิวคล้ำผลัดตัวออกเร็วขึ้น เลเซอร์ได้ผลไม่ดีในการรักษารอยคล้ำจากสิว ในบางคนรอยคล้ำอาจเข้มขึ้นหลังเลเซอร์ 4) การทำ IPL อาจทำให้รอยคล้ำจากสิวจางเร็วขึ้น แต่ต่องทำทุกเดือนติดต่อกัน 4-5 ครั้ง 5) รอยแดงจากสิว มักไม่จางหายเองหลังการรักษาสิว และไม่มียาทาตัวไหนช่วยได้ เลเซอร์เพาดาย์ (PDL) ได้ผลดีมากในการรักษารอยแดงจากสิว 6) แต่การใช้เลเซอร์เพาดาย์ (PDL) ในการรักษารอยแดงจากสิวต้องทำทุก 3-4 เดือนติดต่อกัน 4-5 ครั้ง ขอดีคือไม่มีแผลหลังทำ 7) รอยแดงที่เกิดตามหลังสิวมีสาเหตุมาจากการขยายตัวของเส้นเลือด การทายาไม่สามารถรักษาได้ เลเซอร์จะไปทำให้เส้นฝ่อตัว 8) รอยหลุมที่เกิดจากสิวเป็นรอยที่รักษายากที่สุด วิธีการรักษามีหลายวิธีขึ้นกับความลึกของหลุม […] Read more…

[FAQ] วิธีการทำให้หน้าขาว

1) วันนี้ขอทวิตเรื่องวิธีการทำให้หน้าขาว 2) วิธีที่ปลอดภัยในการทำให้หน้าขาวใส มี 3 วิธีหลัก 1. หลบและกันแดด 2. ทายา 3. ใช้เครื่องมือช่วย 3) วิธีหลบแดด คือเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะช่วง 10-16 น. ถ้าเลี่ยงไม่ได้ควรใส่หมวก กลางร่ม หรือเดินใต้ชายคา 4) ทาครีมกันแดดเป็นประจำ เลือกชนิดที่กันทั้ง UVA และ UVB มี SPF อย่างน้อย 30 สำหรับคนทำงานในตึก และอย่าน้อย 60 สำหรับคนออกกลางแจ้งเยอะ 5) ถ้าออกแดดจัดนานเกิน 2 ชั่วโมงควรทายาซ้ำ แต่ถ้าทำงานในตึกทาวันละ 1 ครั้งก็พอ 6) ยาทาประเภท whitening ที่ใช้ได้ผลและปลอดภัย เช่น AHA, Arbutin, Kojic acid, Licorice และกรดวิตะมินเอ (Retin-A) […] Read more…

[FAQ] รักแร้ดำ ทำยังไงให้ขาว และวิธีการโกนขนให้ถูกวิธี

1) วันนี้ขอทวิตเรื่องของรักแร้ ทำงัยให้ขาว 2) มีหลายสาเหตุที่ทำให้รักแร้ดำ เช่น กรรมพันธุ์ การแพ้โรลออน การถอนหรือโกนขน การเสียดสีหรือถูไถบ่อยๆ 3) คนผิวคล้ำมักมีรักแร้ ข้อพับที่มีสีคล้ำมากกว่าคนปกติ 4) การแพ้โรลออน หรือน้ำหอม ทำให้เกิดรอยคล้ำตามมาบริเวณรักแร้ได้ 5) การถอน โกนหรือแว๊กซ์ขนรักแร้ อาจก่อให้เกิดรูขุนขนอักเสบแล้วตามมาด้วยรอยคล้ำ 6) วิธีแก้ไขรักแร้ดำต้องดูที่สาเหตุ ถ้าจากกรรมพันธุ์หรือจากผิวคล้ำธรรมชาติ อาจใช้ครีมwhitenngเช่น AHA หรือท IPLแต่หยุดเมื่อไรก็จะเกิดคล้ำอีก 7) การเกิดจากการแพ้โรลออนต้องหยุดใช้และรักษาผื่นแพ้โดยเร็ว หลังผื่นแพ้หายอาจลองใช้สารส้มแทนโรลออน หรือฉีด BOTOX เพื่อลดเหงื่อ กลิ่นก็จะลดลง 8) ถ้ารอยคล้ำเกิดจากการถอนขนหรือโกนขน ควรใช้เลเซอร์กำจัดขนแทน 9) เลเซอร์กำจัดขน ต้องทำทุก 1-2 เดือนติดต่อกัน 6-7 ครั้ง ขนจะหายไปเกือบ 100% 10) การทำเลเซอน์กำจัดขนจะช่วยแก้ปัญหารูขุมขนอักเสบ หลังการถอนหรือการโกน และยังทำให้รักแร้ขาวและเรียบขึ้น 11) การใส่เสื้อผ้ารัดๆ คนอ้วนจะทำให้รักแร้เกิดการเสียดสีบ่อยและทำให้เกิดรอยคล้ำได้ 12) […] Read more…

[FAQ] ใครเป็นบ้างกับอาการน้ำเหลืองไม่ดี

1) น้ำเหลืองไม่ดีเป็นภาษาที่คนไข้ใช้เรียกผื่นคันตามแขนขาที่เกิดจากการถูกยุงหรือแมลงกัด 2) ผิวของคนไข้บางคนจะไวกับพิษหรือน้ำลายยุง เมื่อถูกกัดทำให้เกิดอาการคันมาก เกาไม่หยุดจนเกิดเป็นแผลและรอยดำตามมา จนขาเป็นเหมือนลายตุ๊กแก 3) อาการพวกนี้มักเป็นตั้งแต่เด็กและดีขึ้นเมื่อเป็นผู้ใหญ่ แต่บางคนก็เป็นจนแก่ยังไม่หาย 4) ผมว่าคนไข้พวกนี้ไม่ใช่น้ำเหลืองไม่ดี แต่ระบบน้ำเหลืองของเขาดีเกินไป จนแสดงปฏิกริยาต่อต้านพิษของแมลงมากกว่าคนอื่นๆ ทำให้คันมาก บวมมาก 5) หลักการรักษาตัวของคนไข้ที่น้ำเหลืองไม่ดีมี 3 ข้อ 1. ป้องกันยุง 2. รักษาตุ่มที่ถูกกัดทันที 3. รักษาร่องรอยดำที่เหลืออยู่  6) ควรสวมกางเกงขายาวเสื้อแขนยาวถ้าต้องออกนอกบ้านโดยเฉพาะตอนกลางคืนเพื่อกันยุงกัด ทาน้ำยากันแมลง หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านตอนกลางคืน 7) คนไข้พวกนี้ไม่ใช้แพ้ยุงอย่างเดียวมักแพ้แมลงอื่นๆด้วย ที่พบได้คือ เห็บ มัด จากสุนัข แมว ถ้าเลี้ยงไว้ต้องหมั่นตรวจตราและกำจัด  8) ถ้าถูกกัดต้องทายาสีเตียรอยด์ทันทีเพื่อลดอาการคันและลดบวม ถ้าคันมากและเกาบ่อยจะตามมาด้วยรอยดำ ยาทาสเตียรอยด์ที่ใช้ได้เช่น0.1%triamcinolone 9) ส่วนใหญ่ถ้าทายาทันทีหลังถูกกัดทาเพียง 1-2 ครั้งก็หายคัน ไม่ควรทายาในตำแหน่งเดิมติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ 10) รอยดำที่เกิดตามหลังตุ่มยุงกัดมักเป็นปัญหา เพราะใช้เวลานานบางครั้งเกือบปีกว่าจะจาง ถ้าไม่ป้องกันยุงกัดก็จะมีรอยดำใหม่มาซ้ำรอยเก่าเรื่อยไป 11) ยาทาที่ใช้เพื่อช่วยให้รอยดำจางไวขึ้นเช่น […] Read more…

[FAQ] ขนคุดเกิดจากอะไร

1) ขนคุด คือตุ่มขนาดเล้กประมาณ 1-3 มม มักพบบริเวณต้นแขนด้านนอก และต้นขา 2) บางคนไม่ปรากฏอาการขนคุดในตอนเด็ก แต่พอไปเที่ยวหรือไปอยู่ในประเทศที่อากาศแห้งหรือหนาวมาก อาการอาจค่อยเด่นชัดขึ้นมา 3) ที่เรียกว่าขนคุดเพราะเดิมเข้าใจผิดคิดว่าตุ่มเล็กๆนั้นเป็นรูขุมขนที่เส้นขนแทงทะลุขึ้นมาไม่ได้แล้วเกิดคุดอยู่ข้างใน 4) ต่อมาพบว่าภายใยตุ่มเล็กๆนั้นไม่ได้มีเส้นขนอยู่ข้างในทุกตุ่ม บางตุ่มเป็นเพียงผิวหนังที่หนาขึ้นรอบๆรูขุมขนจนคลำได้เป็นตุ่ม สากๆ 5) ขนคุดส่วนใหญ่ไม่มีอาการ อาจคันเป็นครั้งคราว และมักมีอาการเห่อตอนอากาศแห้งมากๆ เช่นในหน้าหนาว 6) วิธีการรักษา คือการทายาที่มีคุณสมบัติทำให้ผิวหลุดลอก เช่น ยาที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิค หรือกรดวิตะมินเอ 7) อาการขนคุดส่วนใหญ่จะหายหลังทายาประมาณ 1-2 สัปดาห์ เมื่อหายแล้วควรหยุดทา เพราะยาพวกนี้ทำให้ผิวลอก 8) ขนคุดเป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด การทาม้อยเจอไรเซอร์บ่อยๆทำให้ผิวไม่แห้งและลดการเห่อของขนคุด 9) เนื่องจากในตุ่มที่เรียกว่าขนคุด บางตุ่มก็ไม่มีขนคุดข้างใน เพราะฉะนั้นเเลเซอร์กำจัดขนไม่ช่วยในการรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้ 10) หากขนคุดมีอาการคัดให้ไปหาหมอ คุณหมอจะสั่งยาที่สามารถทำให้ตุ่มลอกออกผสมกับยาสเตียรอยด์ให้ทา 11) ขนคุดมักจะเป็นอยู่เฉพาะต้นแขนด้านนนอกและต้นขา มักไม่ลามไปที่ผิวหนังส่วนอื่นของร่างกาย Source: @DrWoraphong ‘s Twitter View :8216Tweet Read more…

[FAQ] อยากหน้าเด้ง ต้องทำไงดี

1) ความเด้งของผิวคือการที่ผิวสามารถคืนสภาพกลับมาเหมือนเดิมหลังจากถูกกดหรือถูกดึง เหมือนหนังยางเมื่อถูกดึงจะหดกลับมาขนาดเท่าเดิม 2) หน้าไม่เด้งเป็นสัญญาณของการเสื่อมสภาพของผิว เมื่อเกิดการเสื่อมสภาพมากขึ้นจากหน้าไม่เด้งจะกลายเป็นหน้าหย่อนคล้อย 3) การที่หน้าไม่เด้งเป็นเพราะเส้นใยคอลลาเจนในผิวเกิดเสื่อมสภาพ คอลลาเจนเปรียบเสมือนโครงข่ายสปริงที่สอดประสานใต้ผิวทำให้ผิวคงรูปทำให้ผิวเด้ง 4) ตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของคอลลาเจนใต้ผิวคือแสงแดด สาเหตุรองลงมาคือการเสื่อมตามวัย 5) บางคนอายุมากแต่หน้ายังเด้งและใสกว่าคนในวัยเดียวกันเป็นเพราะเขารู้จักระวังและหลีก+ป้องกันเลี่ยงแดดตั้งแต่อายุยังน้อย 6) ผลของการหลีกเลี่ยง+ป้องกันแดดไม่ได้เห็นผลทันทีใน1-2ปี แต่จะเห็นได้ชัดเมื่อคุณอายุย่างเข้าหลัก4 ถ้ารอถึงตอนนั้นแล้วค่อยกันคงจะสายไปหน่อย 7) หลักของการทำให้หน้าเด้งหรือรักษาความคล้อยคือการกระตุ้นให้ผิวสร้างเส้นใยคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ 8) ปัจจุบันวิธีการกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนเพื่อให้หน้าเด้งหรือไม่คล้อยมี 2 วิธีคือ 1. ใช้ Radiofrequency (RF) 2. ใช้ Focus ultrasound 9) เลเซอร์ไม่สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในปริมาณที่มาก+ในระดับความลึกที่เพียงพอ เลเซอร์กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนระดับตื้นๆเพื่อรักษาแผลหลุม 10) การรักษาด้วย RF และ Ultrasound ไม่ได้เห็นผลใน 7 วัน เพราะการสร้างคอลลาเจนใช้เวลาอย่างน้อย 5-6 เดือน 11) การักษาผิวไม่เด้งหรือผิวคล้อยโดยใช้ RF และ Ultrasound จัดเป็นการรักษาที่ไม่ต้องพักฟื้น และเหมาะสำหรับคนวัย 30+-50+ ที่เพิ่งเริ่มเป็น […] Read more…

[FAQ] การทำหน้าเรียว

1) ปัจจุบันแฟชั่นชอบใบหน้าเรียวกำลังมาแรง เพราะเทรนด์เกาหลี 2) สาเหตุที่หน้าบานหรือหน้าเหลื่อม มี 2 เหตุหลัก คือ กรามใหญ่และกางออก และกล้ามเนื้อแก้มใหญ่ 3) ถ้าหน้าเหลี่ยมที่มาจากสาดหตุที่กรามใหญ่หรือกางออก วิธีแก้ไขมีวิธีเดียวคือ การผ่าตัดดหลากราม 4) หน้าบานหรือหน้าเหลี่ยมซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อแก้มโต แก้ไขได้โดยการฉีดโบท๊อกซ์เพื่อทำให้กล้ามเนื้อฟีบและฟ่อลง 5) การทำให้กล้ามเนื้อแก้มเล็กและฟ่อลงด้วยการฉึดโบท๊อกซ์จะมีฤทธิ์อยู่นาน 6-9 เดือน 6) การฉีดโบท๊อกซ์เพื่อทำให้กล้ามเนื้อฟีบและฟ่อลงเป็นวิธีที่ได้ผลและปลอดภัย 7) การฉีดโบท๊อกซ์เพื่อทำให้กล้ามเนื้อฟีบและฟ่อลงจะทำให้เคี้ยวแล้วเมื่อยกรามในระยะแรกๆ เพราะกล้ามเนื้อบริเวณแก้มฝ่อลงจากฤทธิ์ของยา 8) ควรพบแพทย์เพื่อปรึกษาก่อนการฉีดโบท๊อกซ์เพื่อทำให้หน้าเรียว เพราะบางคนอาจไม่เหมาะที่จะฉีด 9) ท่านที่มีกระดูกโหนกแก้มนูนหรือเบ้าตาลึกไม่เหมาะจะการฉีดโบท๊อกซ์เพื่อทำให้หน้าเรียว เพราะหลังฉีดจะทำให้ใบหน้าดูโทรมลง Source: @Drworaphong ‘s Twitter View :5758Tweet Read more…

[FAQ] ยา Roaccutnae ยากินรักษาสิวที่ต้องระวัง

1) ยาRoaccutane เป็นยารับประทานเพื่อรักษาสิวที่แพทย์ผิวหนังใช้เป็นทางเลือกสุดท้ายในการรักษาสิว เพราะเป็นยาที่มีผลข้างเคียงที่ต้องระวังเยอะ 2) เนื่องจาก ยากินชนิดนี้มีข้อควรระวังมาก ตามกฏของแพทยสภา ยา Roaccutane ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรเชี่ยวชาญด้านผิวหนังเท่านั้น 3) แต่ในประเทศไทย คนไข้สามารถหาซื้อยาชนิดนี้กินเองได้จากร้านขายยา โดยไม่รู้ว่าเขาควรระวังอะไรบ้าง 4) ยาRoaccutane ใช้สำหรับสิวที่รักษาด้วยยากินและยาทาอื่นๆแล้วไม่ได้ผล สิวที่เป็นรุนแรงเช่นสิวหัวช้าง  5) ผลข้างเคียงของยาชนิดนี้เกิดได้หลายที่เช่น ทารกในครรภ์ ไขมันในเลือด ตับ กระดูก เยื่อบุต่าง เม็ดเลือด ภาวะจิตใจ ระบบสายตา 6) ทารกในครรภ์จะพิการถ้าแม่กินยานี้ขณะตั้งท้อง ในUSA คนไข้หญิงต้องใช้วิธีคุมกำเนิด2ชนิดขณะกินยานี้และเริ่มกินยาในวันแรกที่หมดประจำเดือน 7) หญิงที่เคยกินยานี้ต้องหยุดยาอย่างน้อย 30 วันก่อนตั้งครรภ์ 8) คนไข้ที่กินยาRoaccutane ต้องหยุดยาอย่างน้อย 1 เดือนถ้าจะไปบริจาคเลือด 9) หญิงให้นมลูกกินยา Roaccutne ไม่ได้เพราะยาถูกขับออกทางน้ำนมด้วย 10) คนไข้ที่กินยานี้จะมีอาการผิวหนังและเยื่อบุแห้ง ลอก และระคายเคืองได้ เช่น เยื่อบุตา ริมฝีปาก ผิวหนังส่วนต่างๆ 11) […] Read more…

[FAQ] การดูแลผิวด้วยตนเองอย่างถูกวิธี

    1) การดูแลผิวด้วยตนเองอย่างถูกวิธี ควรเริ่มจากการรู้จักผิวของตัวเองเสียก่อน ว่าเป็นผิวลักษณะไหน ผิวแห้ง ผิวมัน ผิวธรรมดา หรือผิวผสม 2) ลักษณะของผิวดูได้ง่าย ๆ เพราะชนิดของผิวถูกกำหนดโดวยปริมาณน้ำ และน้ำมันบนผิว 3) ถ้าผิวมีลักษณะเป็นขุย ระคายเคือง หรือมีริ้วรอยง่าย น่าจะมีผิวแห้ง 4) ถ้าผิวมันง่าย หลังล้างหน้าเพียง 1 ชั่วโมงก็รู้สึกหน้ามันแล้ว น่าจะมีสภาพผิวมัน 5) ถ้าผิวบริเวณ T zone คือหน้าผาก จมูก และคางมัน แต่ข้างแก้มบริเวณไรผมหรือคางแห้ง น่าจะมีผิวผสม 6) มีผิวอีกลักษณะหนึ่งที่ดูแลยาก คือผิวบอบบางหรือแพ้ง่าย ซึ่งเกิดได้กับทั้งคนที่มีผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวผสม 7) ผิวบอบบางหรือแพ้ง่าย เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ ก็จะเกิดการระคายเคือง หรือเป็นสิวตามมาได้บ่อย ทำให้ลำบากในการเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้า 8) ผิวแห้งควรล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าชนิดอ่อนโยนต่อผิว หรือเมื่อล้างแล้วมีสารหรือฟิล์มบาง ๆ เคลือบอยู่เพื่อให้ความชุ่มชื้นและปกป้องผิว  9) คนผิวแห้งควรใช้ […] Read more…

1 2 3 4