ถามบ่อย

[FAQ] อันตรายจากการสักขอบตา เทรนด์ฮิตที่น่ากลัว

  วันนี้ขอทวิตเรื่อง อันตรายจากการสักขอบตา 1. ปัจจุบันผู้หญิงบางท่านนิยมวิธีสักขอบตาให้ดำถาวรเพื่อให้ดูเป็นผู้หญิงตาหวาน ตาคมโตซึ่งมีการโฆษณาในหนังสือบันเทิง ดาราและในเว็บไซต์จำนวนมา 2. การสักทำโดยการใช้วัสดุแหลมคมและสีสักที่บริเวณขอบตาชิดกับขนตาทั้งขอบตาบนและล่าง เสี่ยงเกิดอันตรายต่อดวงตา เพราะเป็นจุดที่อยู่ใกล้ตามากๆ 3. ผิวหนังรอบดวงตาบริเวณที่มีผิวหนังค่อนข้างบอบบางหากเทียบกับผิวหนังบริเวณอื่นของร่างกาย และมีโอกาสเกิดการแพ้และเกิดแผลเป็นได้ง่ายกว่า 4. ระหว่างทำการสัก อาจพลั้งพลาดเช่นเข็มสักแทงเข้าตาขาวหรือสีที่ใช้สักกระเด็นเข้าไปในดวงตา สารเคมีที่อยู่ในสี อาจทำให้เยื่อบุตาขาวอักเสบได้ 5. หากใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ไม่สะอาดเพียงพอก็อาจจะทำให้เกิดผิวรอบตา มีอาการคัน ระคายเคือง จากการติดเชื้อหรือจากการแพ้หมึกที่ใช้สักก็ได้ 6. หากเผลอขยี้ตา อาจจะทำให้เกิดแผลที่แก้วตาดำ และเชื้อลุกลามเข้าไปในลูกตา ทำให้อักเสบหรือติดเชื้อรุนแรง อาจทำให้ตาบอดตลอดชีวิต 7. ประชาชนส่วนใหญ่ที่นิยมการสักมักจะคิดว่าเมื่อสักไปแล้วหากไม่ชอบก็ลบรอยสักออกได้ง่ายๆเนื่องจากในปัจจุบันมีวิทยาการลบรอยสักด้วยการยิงเลเซอร์ 8. ที่จริงการลบรอยสักด้วยเลเซอร์ยากกว่าการสักมาก ต้องยิงเลเซอร์ร่วมสิบครั้งจึงจะสามารถทำให้รอยสักจางลงเป็นที่พอใจ 9. หลังยิงเลเซอร์จะมีแผลบวมแดง 2 วัน และมีสะเก็ดอยู่ 1 สัปดาห์ 10. ก่อนยิงเลซอร์ต้องฉีดยาชาบริเวณเปลือกตา ซึ่งการฉีดยาชาตรงตำแหน่งนี้เจ็บมาก 11. ระหว่างการยิงเลเซอร์แพทย์ต้องใส่เลนส์เข้าไปในลูกตาเพื่อป้องกันอันตรายจากเลเซอร์เข้าตา 12. ควรตัดสินใจให้ดีก่อนที่จะทำการสักลงในตำแหน่งใดๆในร่างกาย เพราะสักง่ายแต่ลบยากกก   Source:  @DrWoraphong ‘s Twitter View :18343Tweet Read more…

[FAQ] มารู้จักแมลงด้วงก้นกระดก อาการ และการรักษากัน

  เมื่อคืนนั่งดูรายการตี10 เห็นรายการพูดถึงผื่นจากแมลงด้วงก้นกระดก เป็นการพูดที่ฟังแล้วน่ากลัวเกินไปจึงขอทวิตให้เข้าใจจะได้ไม่ตื่นตระหนกครับ 1. ผื่นอักเสบจากด้วงก้นกระดกพบบ่อยในฤดูฝน เพราะพบด้วงชนิดนี้มากกว่าฤดูอื่นๆ   2. ด้วงชนิดนี้เวลาเกาะอยู่เฉยๆจะกระดกก้นขึ้นจึงได้ชื่อว่าด้วงก้นกระดก ขนาดตัวโดเต็มที่ไม่เกิน 1X10 มม. 3. ตัวด้วงก้นกระดกมีสารพิษในท้อง ปกติแมลงชนิดนี้จะไม่กัดต่อยและไม่ปล่อยสารพิษออกมาเอง 4. สารพิษในตัวด้วงก้นกระดกจะทำอันตรายต่อผิวก็ต่อเมื่อแมลงถูกตบหรือบี้แล้วสารพิษในตัวแตกมาสัมผัสกับผิว 5. แมลงชนิดนี้มักชอบบินเล่นไฟขณะที่เราเปิดไฟเมื่อเราปิดไฟเข้านอนแมลงจะบินลงมาไต่ตามตัวทำให้เรารู้สึกว่ามีตัวอะไรมาไต่ขณะปิดไฟนอน 6. โดยสัญชาตญาณเมื่อมีตัวอะไรมาไต่ที่ผิวเรามักจะเอามือปัดออกจึงทำให้ท้องของตัวด้วงแตกและสารพิษมาสัมผัสผิวของเรา 7. ประวัติของผื่นจากด้วงก้นกระดกจะClassicมาก คนไข้ส่วนใหญ่มักให้ประวัติว่าก่อนเข้านอนไม่เห็นมีอะไรพอตื่นนอนมาเพิ่งเริ่มเห็นผื่นแสบแดง 8. ลักษณะผื่นจะเป็นทางยาวบวมแดงลากไปตามแนวมือปัดเพราะเมื่อมือตบหรือปัดแมลงแล้วมักลากสารพิษเป็นแนวยาว ผื่นมีอาการแสบคัน 9. บนผื่นแดงอาจมีตุ่มหนองขนาดเล็กๆเรียงเป็นแนวยาว ผิวเหนือรอยแดงอาจเป็นรอยไหม้สีน้ำตาล ตุ่มหนองหรือรอยไหม้เป็นบริเวณที่สัมผัสสารพิษเยอะสุด 10. ผื่นที่บริเวณข้อพับมักเป็นรอยที่สมมาตรกันเพราะสารพิษจากข้างหนึ่งไปสัมผัสผิวอีกข้าง   11. จำนวนผื่นอาจมีหลายตำแหน่งถ้ามีแมลงหลายตัว ผื่นบริเวณผิวอ่อนๆเช่นใบหน้ามักมีอาการบวมแดงรุนแรงมากกว่าที่อื่น 12. ผิวบริเวณฝ่ามือหนากว่าผิวบริเวณอื่น สังเกตว่ามือปัดตบแมลงสัมผัสสารพิษเต็มๆแต่มักไม่มีผื่น 13.ผื่นจะบวมแดงมากในวันที่2-3หลังถูกแมลง มักมีอาการแสบและคันมาก 14. วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากรู้ตัวว่าสัมผัสกับสารพิษจากแมลงคือล้างน้ำฟอกสบู่ที่ผิวเพื่อล้างสารพิษออกให้มากที่สุด 15. ผื่นมักมีอาการอักเสบบวมมากควรพบหมอ ถ้าไม่รักษาผื่นจะบวมแสบคันมากการเกาอาจทำให้ติดเชื้อแบดทีเรียซ้ำเติมได้ 16.หมอมักรักษาด้วยครีมทาสตีรอยด์และให้รับประทานยาแก้แพ้ 17. ผื่นอักเสบมักหายหลังทายาไม่เกิน1สัปดาห์ แต่บางรายที่ผิวอักเสบรุนแรงอาจทิ้งรอยคล้ำไว้ประมาณ1-2เดือน 18. ลักษณะผื่นจะเป็นทางยาวบวมแดงลากไปตามแนวมือปัดเพราะเมื่อมือตบหรือปัดแมลงแล้วมักลากสารพิษเป็นแนวยาว ผื่นมีอาการแสบคัน   […] Read more…

[FAQ] ติ่งเนื้อมันเป็นยังไงกันนะ

  1. ติ่งเนื้อเนื้อคือติ่งสีเนื้อขนาดประมาณ1-10มม. มักเริ่มจากขนาดเล็กแล้วค่อยๆโตขึ้นอาจมีสีเข้มขึ้น   2. ตำแหน่งที่มักพบติ่งเนื้อคือ รอบคอ รักแร้ ขาหนีบ ราวนม 3. ติ่งเนื้อเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง ติ่งเนื้อไม่ใช่มะเร็งและไม่กลายเป็นมะเร็งเพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัว 4. ติ่งเนื้อมักไม่มีอาการแต่ถ้าไปดึงหรือเสียดสีอาจมีอาการเจ็บหรือเลือดซึม 5. ติ่งเนื้อมักพบในคนอ้วน คนทีทมีประวัติกรรมพันธุ์ หญิงตั้งครรภ์ 6. ติ่งเนื้อไม่จำเป็นต้องเอาออก ยกเว้นคนไข้รำคาญหรือเพื่อความสวยงาม 7. วิธีเอาติ่งเนื้อออกมีหลายวิธีเช่นใช้กรรไกรขนาดเล็กตัดออกหรือตัดด้วยเครื่องจี้ไฟฟ้าหรือเลเซอร์ 8. ก่อนการตัดหรือเลเซอร์ต้องทายาชาทิ้งไว้1ชั่งโมงเพื่อลดอาการเจ็บขณะทำการรักษา 9. แผลหลังการเอาติ่งเนื้อออกมีขนาดเล็กมากมักหายใน1สัปดาห์ 10. ติ่งเนื้ออาจพบร่วมกับกระเนื้อคือเป็นตุ่มสีน้ำตาลผิวขรุขระ กระเนื้อก็ไม่ใช่มะเร็งเช่นกัน ดูรูปกระเนื้อ Source: @DrWoraphong ‘s Twitter View :53758Tweet Read more…

[FAQ] มารู้จัก ฝ้า กันให้ดียิ่งขึ้น

  1. ฝ้าเป็นรอยคล้ำที่พบได้บ่อยในชาวเอเชียอย่างเรา มักจะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เชื่อว่าฮอร์โมนเพศหญิงที่ส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อฝ้า 2. หญิงไทยจำนวนไม่น้อยที่มีปัญหาฝ้า ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุแน่นอนว่าฝ้ามีเกิดจากอะไร ฝ้ามักเกิดขณะตั้งครรภ์ ขณะกินหรือฉีดยาคุมกำเนิด 3. แสงแดด และแสงจากเตาไฟก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่กระตุ้นให้เกิดฝ้าหรือทำให้ฝ้าที่เป็นอยู่มีสีเข้มขึ้น 4. อย่าเหมาไปว่ารอยคล้ำที่พบบนหน้าจะเป็นฝ้าเพียงอย่างเดียว ฝ้ามีลักษณะเป็นปื้นสีน้ำตาลที่ไม่นูน มักพบบนหน้าในลักษณะการกระจายตัวที่สมมาตรกัน 5. ตำแหน่งที่พบบ่อยได้แก่ หน้าผาก โหนกแก้ม คาง และบริเวณเหนือริมฝีปากบน ดังรูป 6. รอยคล้ำชนิดอื่น ๆที่พบบ่อยบนใบหน้าแต่ไม่ใช่ฝ้า ที่ทำให้เราสับสน เช่น กระแดด กระเนื้อ และกระลึก 7. หมอจำเป็นต้องแยกให้ออกว่ารอยคล้ำนั้น ๆเป็นฝ้า กระแดด กระเนื้อ หรือกระลึกเพราะแต่ละรอยคล้ำเหล่านี้มีวิธีการรักษาที่ต่างกัน 8. กระแดด เป็นจุดเล็กๆขนาด1-4มิลลิเมตร กระจายบริเวณหน้า ไม่เป็นปื้นใหญ่เหมือนฝ้าและไม่กระจายตัวแบบสมมาตรดังรูป 9.ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาฝ้าให้หายขาด อย่าเชื่อคำโฆษณาว่ารักษาฝ้าได้ การรักษาช่วยให้ฝ้าจางชั่วคราวเท่านั้น ฝ้ามักกลับเป็นซ้ำเมื่อหยุดรักษา 10. ในปัจจุบันวิธีมาตรฐานที่ใช้ในการรักษาฝ้าที่ได้ผลและปลอดภัยที่สุดคือ การทายา /ยาทารักษาฝ้ามีหลายชนิด 11. ยาทาบางชนิดออกฤทธิ์โดยการยับยั้งการสร้างเม็ดสี เช่น ไฮโดรควิโนน […] Read more…

[FAQ] ดูแลแต่ตัว ลืมดูแลเส้นผมและหนังศีรษะไปหรือเปล่า? มาดูวิธีการดูแลกัน

  ทวีตวันนี้เป็นเรื่องการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะนะคะ 1) เส้นผมเป็นส่วนของร่างกายที่ตายไปแล้ว เช่นเดียวกับเล็บ การบำรุงที่เส้นผมจึงไม่เกิดประโยชน์ ควรเน้นการบำรุงหนังศีรษะมากกว่า 2) การใช้ครีมนวดผมที่ถูกต้อง จึงควรนวดลงบนหนังศีรษะ ไม่ใช่นวดที่เส้นผม ยกเว้นครีมนวดชนิด leave-on ที่ต้องการใช้เคลือบเส้นผม 3) คนที่หนังศีรษะแห้งลอกเป็นขุยอาจเกิดจากผิวหนังอักเสบ การติดเชื้อราบนหนังศีรษะ หรือโรคผิวหนังอื่น ๆ จึงควรพบแพทย์ตรวจรักษา ไม่ควรซื้อยาเอง 4) คนที่หนังศีรษะมัน ไม่ควรสระผมบ่อย เพราะยิ่งสระบ่อยก็จะยิ่งมัน เพราะร่างกายจะพยายามสร้างน้ำมันออกมาหล่อเลี้ยงหนังศีรษะตามธรรมชาติ 5) คนที่หนังศีรษะมัน ควรค่อย ๆ ลดความถี่ของการสระผมลง ให้เหลือเพียงไม่เกิน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ หนังศีรษะจะมันน้อยลงและช้าลงอย่างชัดเจน 6) เส้นผมคนเราหลุดร่วงทุกวัน ปกติจะร่วง <100เส้น/วัน (ถ้าวันไหนสระผมจะร่วงได้ <200เส้น/วัน) ถ้าร่วงน้อยกว่านี้ยังถือว่าปกติอยู่ไม่ต้องกังวล 7) ถ้าผมร่วง>100เส้น/วัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ เพราะเกิดได้หลายอย่าง บางอย่างเป็นภาวะที่ต้องการการรักษาเฉพาะ 8) ความผิดปกติต่าง ๆ ของเส้นผม เช่นผมขาด ผมแตกปลาย ไม่สามารถรักษาได้ไม่ว่าจะใช้เทคโนโลยีใดก็ตาม การรักษาเดียวคือตัดผมที่แตกปลายทิ้งเท่านั้น […] Read more…

[FAQ] ดูแลผิวในช่วงเล่นน้ำสงกรานต์อย่างไรดี

  เนื่ิองจากช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงมีคนถามมาเยอะมากว่าจะดูแลผิวในช่วงเล่นน้ำสงกรานต์อย่างไรดี จึงขอทวิตเรื่องนี้หน่อยละกันนะคะ 1) เพื่อให้การเล่นน้ำสงกรานต์เป็นไปอย่างสนุกสนาน และไม่เกิดผลข้างเคียงในภายหลัง จึงขอแนะนำดังนี้ 2) ก่อนการเล่นน้ำควรสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และหมวกปีกกว้าง เพื่อบังแดด เสื้อผ้าสีเข้มเนื้อหนาจะกันแดดได้ดีกว่าสีอ่อนเนื้อบาง 3) เลือกใช้ครีมกันแดด SPF>50 PA+++ waterproof ทาลงบนผิวนอกร่มผ้าทั้งหมด อย่าลืมทาบริเวณคอ ต้นคอ ใบหู หลังเท้า (ถ้าใส่รองเท้าแตะ) 4) ถึงแม้แดดจะร่มหรือฟ้าจะครึ้มฝนจะตก ก็ยังต้องทาครีมกันแดด เพราะรังสี UV จะมีอยู่เสมอตราบเท่าที่ยังมีแสงให้เราเห็นอยู่ 5) เพื่อการปกป้องผิวอย่างมีประสิทธิภาพ ต้องทาครีมกันแดดก่อนออกแดด>20นาที และทาซ้ำทุก 2 ชม. จนกว่าจะกลับเข้าบ้าน 6) ไม่ควรใส่ถุงเท้าหรือรองเท้าที่อับหรือมิดชิด เพราะถ้าเท้าแช่น้ำอยู่นาน ๆ จะเกิดการอับ และติดเชื้อราที่เท้าได้ ซึ่งรักษายาก 7) หลังเล่นน้ำสงกรานต์เสร็จ ต้องรีบอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย สระผม และเช็ดตัวให้แห้ง มิฉะนั้นอาจเกิดการหมักหมมและติดเชื้อราที่ผิวหนังได้ 8) ไม่ควรผสมแป้งหรือสารอื่นลงในน้ำที่ใช้เล่นสงกรานต์ เพราะอาจเข้าตา ทำให้ระคายเคือง […] Read more…

[FAQ] มะเร็งผิวหนังเป็นอย่างไร มีกี่แบบ หาคำตอบได้ที่นี่

  ขอทวิตวิชาการเกี่ยวกับเรื่องมะเร็งผิวหนัง เนื่องจากมีคนขอไว้นานแล้วนะคะ 1) มะเร็งผิวหนังที่พบบ่อย ๆ มี 3 ชนิด คือ basal cell carcinoma, squamous cell carcinoma, และ malignant melanoma 2) basal cell และ squamous cell carcinoma เป็นมะเร็งผิวหนังที่เกิดจากเซลล์ของหนังกำพร้า ส่วน malignant melanoma เกิดจากเซลล์ไฝ 3) สาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งผิวหนังคือ แสงแดด และการถูกแดดไหม้ในวัยเด็ก การเป็นแผลเรื้อรัง การได้รับยากดภูมิคุ้มกัน การได้รับสารหนู ฯลฯ 4) อาการของคนเป็นมะเร็งผิวหนังคือการมีผื่นผิวหนังหรือไฝที่โตเร็วผิดปกติ สีไม่สม่ำเสมอ ขอบเขตไม่ชัดเจน ไม่สมมาตร มีเลือดออกหรือแตกเป็นแผล 5) ตำแหน่งของมะเร็งผิวหนังที่พบบ่อยคือ ผิวหนังบริเวณที่ถูกแดด เช่น ใบหน้า แขน ขา แต่ก็สามารถเป็นที่ผิวหนังในร่มผ้าได้เช่นกัน 6) เมื่อสงสัยว่าเป็นมะเร็งผิวหนังควรพบแพทย์ผิวหนัง […] Read more…

[FAQ] สิวอุดตัน มีกี่แบบและวิธีการรักษาอย่างถูกต้อง

  วันนี้ 5 เมษายน 2555 ขอทวิตเรื่องสิวอุดตัน ซึ่งทุกคนเคยเป็นหรือกำลังเป็นอยู่ 1. สิวอุดตันหรืออีกชื่อคือสิวคอมิโดน คือสิวเม็ดเล็กๆขนาด1-2มม. เมื่อบีบออกจะเห็นของกึ่งเหลวสีขาวอยู่ภายใน มักพบบริเวณใบหน้า หน้าอกและหลัง 2. สิวอุดตันแบ่งเป็น2ชนิดคือ สิวหัวขาวและสิวหัวดำ 3. สิวหัวขาวคือสิวอุดตันที่มีลักษณะเป็นตุ่มขนาดเล็กสีขาวที่ไม่มีรูเปิดบริเวณผิว ดังรูป 4. สิวหัวดำคือสิวอุดตันที่มีลักษณะเป็นตุ่มขนาดเล็กและมีจุดสีดำตรงกลางที่เป็นรูเปิดบริเวณผิว ดังรูป 5. สิวอุดตันอาจพัฒนาไปเป็นสิวอักเสบได้ โดยเฉพาะเมื่อเกิดการติดเชื้อหรือการบีบกดอย่างรุนแรง 6. วิธีรักษาสิวอุดตันมี2วิธีคือ การทายาและการกดสิว 7. ยาทาที่ใช้รักษาสิวอุดตันที่ได้ผลดีที่สุดคือกรดวิตะมินเอ แต่ข้อเสียคือหลังทา2weekแรกอาจมีสิวเห่อ อาจระคายผิวและจะต้องทาเป็นเดือนจึงเห็นผล 8. การกดสิวเป็นวิธีการรักษาสิวอุดตันที่ได้ผลเร็วที่สุด อาจเจ็บเล็กน้อย และมีสะเก็ดเล็กๆอยู่3-4วัน 9. การกดสิวทำโดยใช้ปลายเข็มขนาดเล็กสะกิดผิวตื้นๆแล้วใช้อุปกรณ์กดหัวสิวกดออก 10. มีคลินิกบางแห่งเอาเครื่องเลเซอร์มาใช้แทนการใช้ปลายเข็มสะกิดเพื่อคิดค่ารักษาเพิ่มขึ้นเป็นการฉวยโอกาสเอาเปรียบคนไข้ที่ไม่รู้ทัน 11. ข้อควรระวัง!! การใช้เลเซอร์เปิดหัวสิวอาจทำให้เกิดรอยคล้ำหรือแผลหลุมตามมาได้     Source: @DrWoraphong ‘s Twitter View :43660Tweet Read more…

[FAQ] 10วิธีป้องกันผิวเสียขณะเล่นน้ำสงกรานต์

  1. สวมเสื้อแขนยาวกางเกงขายาวสีเข้มเนื้อผ้าทอถี่เพื่อป้องกันแดด หลีกเลี่ยงสายเดี่ยวและขาสั้น 2. หลีกเลี่ยงการเล่นช่วง 10-16 น. เพราะเป็นช่วงที่แดดแรงมาก 3. ทาครีมกันแดดที่หน้าและบริเวณนอกร่มผ้า ใช้ครีมที่กันทั้งUVAและUVB และทาทุก2ชั่วโมง 4. ใบหู คอและหลังคอเป็นบริเวณที่คนมักลืมทาครีมกันแดด 5. เมื่อเล่นเสร็จรีบอาบน้ำและหาเสื้อผ้าแห้งไปเปลี่ยนทันที การสวมเสื้อผ้าเปียกและหมักหมมทำให้เกิดเชื้อราที่ผิวหนังได้ 6. หากผิวไหม้แดดและมีผื่นแดงแสบร้อนให้ประคบด้วยผ้าชุบน้ำเย็นบ่อยๆ 7. ถ้าผิวไหม้ระดับสองจนเป็นตุ่มน้ำพองควรหยุดเล่นและไปพบแพทย์ ถ้าตุ่มพองแตกเชื้อโรคในน้ำเข้าผิวได้ง่ายมาก 8.ยาทาครีมสตีรอยด์ 0.1%TA อาจใช้ทาผื่นแสบแดงที่เกิดจากการไหม้แดด 9. ควรหลีกเลี่ยงการทาดินสอพองหรือปะแป้งน้ำที่หน้าเพราะอาจทำให้เกิดสิวหรือผื่นแพ้ได้ 10. การสวมรองเท้าหุ้มส้นที่เปียกน้ำเป็นเวลานานๆทำให้เกิดเชื้อราที่เท้าได้ Source: @DrWoraphong ‘s Twitter View :28661Tweet Read more…

[FAQ] มารู้จักและเรียนรู้ข้อดีข้อเสียของไหมละลายสำหรับการยกกระชับหน้ากัน

  มีคนถามเรื่องไหมละลายสำหรับการยกกระชับหน้า มาคุยเรื่องนี้กันหน่อยดีกว่า มีใครอยู่แถวนี้ที่อยากฟังเรื่องนี้บ้างมั๊ยคะ 1) เทคโนโลยีการร้อยไหมเกิดขึ้นจากการที่คนอยากยกกระชับหน้าโดยไม่อยากผ่า ตัดซึ่งยุ่งยากต้องพักฟื้นนาน จึงมีแพทย์ชาวฝรั่งเศสเอาไหมมาดึงผิวขึ้น 2) การร้อยไหมเหมาะสำหรับการดึงหน้าเฉพาะส่วนเช่น หางคิ้วหรือร่องแก้ม ไหมชนิดแรกที่นำมาใช้ชื่อว่า Aptos มีลักษณะคล้ายฟันปลาซึ่งเอาไว้เกี่ยวผิว 3) เคยมีคนพยายามเอาทองคำมาใช้เป็นไหมยกกระชับหน้า เพราะทองเป็นสิ่งแปลกปลอม พอใส่เข้าไปในร่างกาย ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนขึ้นในบริเวณนั้น 4) ข้อเสียของการร้อยไหมทองคือ ผู้ที่แพ้โลหะอาจเกิดการแพ้รุนแรง ทองจะไม่ ย่อยสลายและถือเป็นโลหะหนัก ในปัจจุบันไม่มีการศึกษาถึงผลกระทบระยะยาว 5) ผู้ที่ใช้ไหมทองร้อยบนใบหน้าห้ามทำการรักษาหรือ treatment ใดๆที่ใช้ความร้อนบนใบหน้าเด็ดขาด เพราะทองจะนำความร้อนได้ทำให้ผิวหนังโดยรอบไหม้ได้ 6) การร้อยไหมละลายจะใช้ไหมที่สลายไปเองในเวลา 6 เดือน ไหมชนิดนี้ไม่สามารถยกกระชับหรือดึงผิวได้แต่จะไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง 7) การร้อยไหมละลายมีข้อดีที่เห็นผลทันที แต่มีข้อเสียคือถ้าร่างกายแพ้ไหมที่ร้อยเข้าไป แต่ไหมใช้เวลา 6 เดือนกว่าจะละลายร่างกายจะพยายามกำจัดไหม 8) ถ้าคนไข้แพ้ไหมละลายจะมีอาการตุ่มแดงตุ่มหนองตามบริเวณที่ร้อยไหมเข้าไปซึ่งจะรักษาได้ยาก อีกทั้งการจิ้มไหมเป็นจำนวนมากจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ 9) การร้อยไหมบริเวณปลายจมูกไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากบริเวณนี้มีเลือดไปเลี้ยงน้อย เกิดการอักเสบติดเชื้อได้ง่าย เกิดแผลเป็นจมูกผิดรูปได้ 10) คอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นโดยไหมละลาย อาจเป็นคอลลาเจนชนิดเดียวกับที่พบในแผลเป็นคล้ายพังผืด ไม่ใช่คอลลาเจนตามธรรมชาติที่อยู่ที่ผิวหนังปกติ 11) ที่สำคัญคือยังไม่มีการศึกษาถึงผลระยะยาวของการใช้ไหมละลายบนใบหน้าเกี่ยวกับคอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นให้สร้างขึ้นว่าจะทำให้เกิดการหดรั้งหรือไม่ […] Read more…

[FAQ] สิวเสี้ยนและัวิธีการรักษาสิวเสี้ยนอย่างถูกวิธี

  4 มีค 55 ขอทวิตเรื่อง “สิวเสี้ยน” 1) สิวเสี้ยน ไม่ใช่สิว แต่เป็นเส้นขนหลายเส้นที่โผล่ออกมาจากรูขุมขนรูเดียงกัน มักพบที่จมูก โหนกแก้ม บางคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นสิวหัวดำ 2) การทายารักษาสิวไม่ได้ช่วยรักษาสิวเสี้ยน แต่ต้องรักษาด้วยวิธีการที่ทำให้เส้นขนนั้นออดไปได้ 3) การมีสิวเสี้ยนทำให้ดูเหมือนสกปรกเพราะดูคล้ายจุดดำเล็กๆบนจมูกหรือแก้ม ดังรูป   4) การรักษาสิวเสี้ยนมี2วิธีคือ วิธีชั่วคราวและวิธีถาวร 5) วิธีชั่วคราวที่นิยมคือ การใช้แผ่นกาวเช่น Biore porepack ติดเพื่อลอกเส้นขนออก เหมือนการแว๊กซ์ขน ต้องลอกเป็นระยะๆ 6) วิธีการรักษาแบบถาวรคือการใช้เลเซอร์กำจัดขน ปกติทำเดือนละครั้งติดต่อก7-8ครั้ง 7) จากงานวิจัยที่ศิริราชพบว่าจุดดำลดลง50%หลังเลเซอร์กำจัดขนไป2ครั้ง ดังรูป   8) เลเซอร์กำจัดขน ไม่เจ็บ ไม่มีแผลหลังทำและแต่งหน้าล้างหน้าได้เป็นปกติ     Source: @DrWoraphong ‘s Twitter     View :13760Tweet Read more…

[FAQ] ทำความรู้จัก ตาปลากัน ตาปลาคืออะไร และวิธีรักษาการรักษาตาปลาอย่างถูกวิธีต้องทำอย่างไร

  3 มีค 55 วันนี้เจอคนไข้ที่มี ตาปลา ขอทวิตเรื่อง”ตาปลา” ให้ฟัง 1) ตาปลาที่ตุ่มแข็งสีเนื้อที่เวลาลงน้ำหนักหรือกดแล้วจะรู้สึกเจ็บ มักพบที่ฝ่าเท้า นิ้วเท้า ฝ่ามือ นิ้วมือ 2) ตาปลามักเป็นในตำแหน่งที่มีแรงกดทับหรือการเสียดสีอยู่เป็นประจำ เพราะธรรมชาติจะสร้างผิวตรงตำแหน่งนั้นให้หนาขึ้นเพื่อลดแรงเสียดทานตรงนั้น 3) คนที่มักเป็นตาปลาเช่น หญิงที่ชอบใส่รองเท้าส้นสูงเพราะน้ำหนักตัวทั้งหมดจะกดลงที่ฝ่าเท้าด้านหน้า คนเล่นกีฬาที่ต้องวิ่งๆหยุดๆเช่น แบด เทนนิส 4) การสวมรองเท้าที่หลวมหรือแคบเกินไป คนที่เขียนหนังสือมากและออกแรงกดปากกาหนัก คนที่น้ำหนักตัวมากหรืออ้วนขี้นกระทันหัน คนที่เดินมาก 5) เชื่อว่าเกือบทุกคนจะมีตาปลาที่เท้า เพราะท่าทางการเดินและลงน้ำหนักของทุกคนจะลงว็ำๆที่จุดเดียวเสมอ 6) หลายท่านยังเข้าใจผิดว่าวิธีรักษาตาปลาคือต้องผ่าตัดหรือเลเซอร์ออก การผ่าตัดหรือเลเซอร์ไม่ได้เป็นวิธีรักษาตาปลาอย่างฉลาดหรืออย่างถาวร 7) หลักในการรักษาตาปลาที่ถูกต้องมี2อย่างคือ#1กำจัดต้นเหตุถ้าทำได้#2 ฝานตาปลาออก 8) การกำจัดสาเหตุช่วยให้ตาปลาไม่กลับเป็นซ้ำหรือกลับเป็นซ้ำช้าลง 9) การแก้ไขตาปลาที่สาเหตุเช่น อย่าใส่รองเท้าที่คับหรือหลวมเกินไป สวมรองเท้าส้นเตี้ย ลดน้ำหนัก 10) การฝานตาปลา แพทย์จะใช้ใบมีดปลอดเชื้ค่อยฝานหนังส่วนที่หนาออกทีละน้อย คนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บขณะฝาน ไม่มีแผลและไม่มีเลือดออก ฝานแต่หนังหนาออก 11) การฝานตาปลาเป็นวิธีการรักษาที่สะดวก ง่าย ปลอดภัยและคนไข้หายเจ็บขณะออกแรงกดที่ตาปลาทันที 12) […] Read more…

1 2 3 4