drrungsima

[FAQ] อยากหน้าเรียวทำไงดี

  เมื่อวานหมอตรวจคนไข้ แล้วมีคนไข้มาหาเพราะต้องการทำหน้าเรียว วันนี้ขอคุยเรื่องการทำหน้าเรียวให้ฟังดีกว่า 1) คนหน้าใหญ่ถ้าต้องการปรับรูปหน้าให้เรียว ต้องดูว่ามีสาเหตุจากอะไร เช่น จากกระดูกกราม กล้ามเนื้อ หรือไขมัน 2) ถ้ากระดูกกรามใหญ่ ไม่มีวิธีไหนรักษาได้นอกจากทำการผ่าตัด ซึ่งจะต้องพักฟื้นนาน และค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดแพงมาก 3) ถ้ากล้ามเนื้อตรงบริเวณกรามใหญ่ ทำให้ดูหน้าเป็นสี่เหลี่ยมโดยเฉพาะเวลากัดฟัน รักษาด้วยการฉีด botulinum toxin เพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อได้ 4) การฉีด botulinum toxin เพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อกรามต้องฉีดทุก 3 เดือน แต่สามารถลดปริมาณยาลงได้ตามขนาดของกล้ามเนื้อที่เล็กลง 5) สามารถใช้ botulinum toxin ฉีดที่กล้ามเนื้อบริเวณคาง เพื่อยืดคางออก ทำให้คางดูยาวขึ้นเล็กน้อย หลอกตาว่าดูหน้าเรียวขึ้นได้เช่นกัน 6) การฉีด botulinum toxin เพื่อยืดคางให้ยาวขึ้นเล็กน้อย ทำได้โดยฉีด botulinum toxin ปริมาณน้อย ราคาจึงไม่แพง แต่ต้องฉีดทุก 3 เดือน 7) การปรับรูปหน้าให้ยาวขึ้นอาจทำได้โดยการฉีด fillers […] Read more…

[FAQ] ดูแลแต่ตัว ลืมดูแลเส้นผมและหนังศีรษะไปหรือเปล่า? มาดูวิธีการดูแลกัน

  ทวีตวันนี้เป็นเรื่องการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะนะคะ 1) เส้นผมเป็นส่วนของร่างกายที่ตายไปแล้ว เช่นเดียวกับเล็บ การบำรุงที่เส้นผมจึงไม่เกิดประโยชน์ ควรเน้นการบำรุงหนังศีรษะมากกว่า 2) การใช้ครีมนวดผมที่ถูกต้อง จึงควรนวดลงบนหนังศีรษะ ไม่ใช่นวดที่เส้นผม ยกเว้นครีมนวดชนิด leave-on ที่ต้องการใช้เคลือบเส้นผม 3) คนที่หนังศีรษะแห้งลอกเป็นขุยอาจเกิดจากผิวหนังอักเสบ การติดเชื้อราบนหนังศีรษะ หรือโรคผิวหนังอื่น ๆ จึงควรพบแพทย์ตรวจรักษา ไม่ควรซื้อยาเอง 4) คนที่หนังศีรษะมัน ไม่ควรสระผมบ่อย เพราะยิ่งสระบ่อยก็จะยิ่งมัน เพราะร่างกายจะพยายามสร้างน้ำมันออกมาหล่อเลี้ยงหนังศีรษะตามธรรมชาติ 5) คนที่หนังศีรษะมัน ควรค่อย ๆ ลดความถี่ของการสระผมลง ให้เหลือเพียงไม่เกิน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ หนังศีรษะจะมันน้อยลงและช้าลงอย่างชัดเจน 6) เส้นผมคนเราหลุดร่วงทุกวัน ปกติจะร่วง <100เส้น/วัน (ถ้าวันไหนสระผมจะร่วงได้ <200เส้น/วัน) ถ้าร่วงน้อยกว่านี้ยังถือว่าปกติอยู่ไม่ต้องกังวล 7) ถ้าผมร่วง>100เส้น/วัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ เพราะเกิดได้หลายอย่าง บางอย่างเป็นภาวะที่ต้องการการรักษาเฉพาะ 8) ความผิดปกติต่าง ๆ ของเส้นผม เช่นผมขาด ผมแตกปลาย ไม่สามารถรักษาได้ไม่ว่าจะใช้เทคโนโลยีใดก็ตาม การรักษาเดียวคือตัดผมที่แตกปลายทิ้งเท่านั้น […] Read more…

[FAQ] ดูแลผิวในช่วงเล่นน้ำสงกรานต์อย่างไรดี

  เนื่ิองจากช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงมีคนถามมาเยอะมากว่าจะดูแลผิวในช่วงเล่นน้ำสงกรานต์อย่างไรดี จึงขอทวิตเรื่องนี้หน่อยละกันนะคะ 1) เพื่อให้การเล่นน้ำสงกรานต์เป็นไปอย่างสนุกสนาน และไม่เกิดผลข้างเคียงในภายหลัง จึงขอแนะนำดังนี้ 2) ก่อนการเล่นน้ำควรสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และหมวกปีกกว้าง เพื่อบังแดด เสื้อผ้าสีเข้มเนื้อหนาจะกันแดดได้ดีกว่าสีอ่อนเนื้อบาง 3) เลือกใช้ครีมกันแดด SPF>50 PA+++ waterproof ทาลงบนผิวนอกร่มผ้าทั้งหมด อย่าลืมทาบริเวณคอ ต้นคอ ใบหู หลังเท้า (ถ้าใส่รองเท้าแตะ) 4) ถึงแม้แดดจะร่มหรือฟ้าจะครึ้มฝนจะตก ก็ยังต้องทาครีมกันแดด เพราะรังสี UV จะมีอยู่เสมอตราบเท่าที่ยังมีแสงให้เราเห็นอยู่ 5) เพื่อการปกป้องผิวอย่างมีประสิทธิภาพ ต้องทาครีมกันแดดก่อนออกแดด>20นาที และทาซ้ำทุก 2 ชม. จนกว่าจะกลับเข้าบ้าน 6) ไม่ควรใส่ถุงเท้าหรือรองเท้าที่อับหรือมิดชิด เพราะถ้าเท้าแช่น้ำอยู่นาน ๆ จะเกิดการอับ และติดเชื้อราที่เท้าได้ ซึ่งรักษายาก 7) หลังเล่นน้ำสงกรานต์เสร็จ ต้องรีบอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย สระผม และเช็ดตัวให้แห้ง มิฉะนั้นอาจเกิดการหมักหมมและติดเชื้อราที่ผิวหนังได้ 8) ไม่ควรผสมแป้งหรือสารอื่นลงในน้ำที่ใช้เล่นสงกรานต์ เพราะอาจเข้าตา ทำให้ระคายเคือง […] Read more…

[FAQ] มะเร็งผิวหนังเป็นอย่างไร มีกี่แบบ หาคำตอบได้ที่นี่

  ขอทวิตวิชาการเกี่ยวกับเรื่องมะเร็งผิวหนัง เนื่องจากมีคนขอไว้นานแล้วนะคะ 1) มะเร็งผิวหนังที่พบบ่อย ๆ มี 3 ชนิด คือ basal cell carcinoma, squamous cell carcinoma, และ malignant melanoma 2) basal cell และ squamous cell carcinoma เป็นมะเร็งผิวหนังที่เกิดจากเซลล์ของหนังกำพร้า ส่วน malignant melanoma เกิดจากเซลล์ไฝ 3) สาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งผิวหนังคือ แสงแดด และการถูกแดดไหม้ในวัยเด็ก การเป็นแผลเรื้อรัง การได้รับยากดภูมิคุ้มกัน การได้รับสารหนู ฯลฯ 4) อาการของคนเป็นมะเร็งผิวหนังคือการมีผื่นผิวหนังหรือไฝที่โตเร็วผิดปกติ สีไม่สม่ำเสมอ ขอบเขตไม่ชัดเจน ไม่สมมาตร มีเลือดออกหรือแตกเป็นแผล 5) ตำแหน่งของมะเร็งผิวหนังที่พบบ่อยคือ ผิวหนังบริเวณที่ถูกแดด เช่น ใบหน้า แขน ขา แต่ก็สามารถเป็นที่ผิวหนังในร่มผ้าได้เช่นกัน 6) เมื่อสงสัยว่าเป็นมะเร็งผิวหนังควรพบแพทย์ผิวหนัง […] Read more…

[FAQ] มารู้จักและเรียนรู้ข้อดีข้อเสียของไหมละลายสำหรับการยกกระชับหน้ากัน

  มีคนถามเรื่องไหมละลายสำหรับการยกกระชับหน้า มาคุยเรื่องนี้กันหน่อยดีกว่า มีใครอยู่แถวนี้ที่อยากฟังเรื่องนี้บ้างมั๊ยคะ 1) เทคโนโลยีการร้อยไหมเกิดขึ้นจากการที่คนอยากยกกระชับหน้าโดยไม่อยากผ่า ตัดซึ่งยุ่งยากต้องพักฟื้นนาน จึงมีแพทย์ชาวฝรั่งเศสเอาไหมมาดึงผิวขึ้น 2) การร้อยไหมเหมาะสำหรับการดึงหน้าเฉพาะส่วนเช่น หางคิ้วหรือร่องแก้ม ไหมชนิดแรกที่นำมาใช้ชื่อว่า Aptos มีลักษณะคล้ายฟันปลาซึ่งเอาไว้เกี่ยวผิว 3) เคยมีคนพยายามเอาทองคำมาใช้เป็นไหมยกกระชับหน้า เพราะทองเป็นสิ่งแปลกปลอม พอใส่เข้าไปในร่างกาย ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนขึ้นในบริเวณนั้น 4) ข้อเสียของการร้อยไหมทองคือ ผู้ที่แพ้โลหะอาจเกิดการแพ้รุนแรง ทองจะไม่ ย่อยสลายและถือเป็นโลหะหนัก ในปัจจุบันไม่มีการศึกษาถึงผลกระทบระยะยาว 5) ผู้ที่ใช้ไหมทองร้อยบนใบหน้าห้ามทำการรักษาหรือ treatment ใดๆที่ใช้ความร้อนบนใบหน้าเด็ดขาด เพราะทองจะนำความร้อนได้ทำให้ผิวหนังโดยรอบไหม้ได้ 6) การร้อยไหมละลายจะใช้ไหมที่สลายไปเองในเวลา 6 เดือน ไหมชนิดนี้ไม่สามารถยกกระชับหรือดึงผิวได้แต่จะไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง 7) การร้อยไหมละลายมีข้อดีที่เห็นผลทันที แต่มีข้อเสียคือถ้าร่างกายแพ้ไหมที่ร้อยเข้าไป แต่ไหมใช้เวลา 6 เดือนกว่าจะละลายร่างกายจะพยายามกำจัดไหม 8) ถ้าคนไข้แพ้ไหมละลายจะมีอาการตุ่มแดงตุ่มหนองตามบริเวณที่ร้อยไหมเข้าไปซึ่งจะรักษาได้ยาก อีกทั้งการจิ้มไหมเป็นจำนวนมากจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ 9) การร้อยไหมบริเวณปลายจมูกไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากบริเวณนี้มีเลือดไปเลี้ยงน้อย เกิดการอักเสบติดเชื้อได้ง่าย เกิดแผลเป็นจมูกผิดรูปได้ 10) คอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นโดยไหมละลาย อาจเป็นคอลลาเจนชนิดเดียวกับที่พบในแผลเป็นคล้ายพังผืด ไม่ใช่คอลลาเจนตามธรรมชาติที่อยู่ที่ผิวหนังปกติ 11) ที่สำคัญคือยังไม่มีการศึกษาถึงผลระยะยาวของการใช้ไหมละลายบนใบหน้าเกี่ยวกับคอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นให้สร้างขึ้นว่าจะทำให้เกิดการหดรั้งหรือไม่ […] Read more…