Drworaphong

[FAQ] อันตรายจากการสักขอบตา เทรนด์ฮิตที่น่ากลัว

  วันนี้ขอทวิตเรื่อง อันตรายจากการสักขอบตา 1. ปัจจุบันผู้หญิงบางท่านนิยมวิธีสักขอบตาให้ดำถาวรเพื่อให้ดูเป็นผู้หญิงตาหวาน ตาคมโตซึ่งมีการโฆษณาในหนังสือบันเทิง ดาราและในเว็บไซต์จำนวนมา 2. การสักทำโดยการใช้วัสดุแหลมคมและสีสักที่บริเวณขอบตาชิดกับขนตาทั้งขอบตาบนและล่าง เสี่ยงเกิดอันตรายต่อดวงตา เพราะเป็นจุดที่อยู่ใกล้ตามากๆ 3. ผิวหนังรอบดวงตาบริเวณที่มีผิวหนังค่อนข้างบอบบางหากเทียบกับผิวหนังบริเวณอื่นของร่างกาย และมีโอกาสเกิดการแพ้และเกิดแผลเป็นได้ง่ายกว่า 4. ระหว่างทำการสัก อาจพลั้งพลาดเช่นเข็มสักแทงเข้าตาขาวหรือสีที่ใช้สักกระเด็นเข้าไปในดวงตา สารเคมีที่อยู่ในสี อาจทำให้เยื่อบุตาขาวอักเสบได้ 5. หากใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ไม่สะอาดเพียงพอก็อาจจะทำให้เกิดผิวรอบตา มีอาการคัน ระคายเคือง จากการติดเชื้อหรือจากการแพ้หมึกที่ใช้สักก็ได้ 6. หากเผลอขยี้ตา อาจจะทำให้เกิดแผลที่แก้วตาดำ และเชื้อลุกลามเข้าไปในลูกตา ทำให้อักเสบหรือติดเชื้อรุนแรง อาจทำให้ตาบอดตลอดชีวิต 7. ประชาชนส่วนใหญ่ที่นิยมการสักมักจะคิดว่าเมื่อสักไปแล้วหากไม่ชอบก็ลบรอยสักออกได้ง่ายๆเนื่องจากในปัจจุบันมีวิทยาการลบรอยสักด้วยการยิงเลเซอร์ 8. ที่จริงการลบรอยสักด้วยเลเซอร์ยากกว่าการสักมาก ต้องยิงเลเซอร์ร่วมสิบครั้งจึงจะสามารถทำให้รอยสักจางลงเป็นที่พอใจ 9. หลังยิงเลเซอร์จะมีแผลบวมแดง 2 วัน และมีสะเก็ดอยู่ 1 สัปดาห์ 10. ก่อนยิงเลซอร์ต้องฉีดยาชาบริเวณเปลือกตา ซึ่งการฉีดยาชาตรงตำแหน่งนี้เจ็บมาก 11. ระหว่างการยิงเลเซอร์แพทย์ต้องใส่เลนส์เข้าไปในลูกตาเพื่อป้องกันอันตรายจากเลเซอร์เข้าตา 12. ควรตัดสินใจให้ดีก่อนที่จะทำการสักลงในตำแหน่งใดๆในร่างกาย เพราะสักง่ายแต่ลบยากกก   Source:  @DrWoraphong ‘s Twitter View :18414Tweet Read more…

[FAQ] ข้อดีข้อเสียของการร้อยไหมเพื่อยกกระชับผิว เทรนด์มาแรงแซงโค้ง

  สวัสดีครับทุกท่านวันนี้ขอทวิตเรื่องการร้อยไหมเพื่อยกกระชับผิวเพราะกำลังเป็นเรื่องที่ฮิตและสมาคมแพทย์ผิวหนังจะแถลงข่าวเตือนประชาชนวันพรุ่งนี้ ในปัจจุบันมีกระแสโฆษณาในการร้อยไหมเพื่อยกกระชับผิว (thread lifting) ในสื่อต่าง ๆ อย่างแพร่หลายจนทำให้ผู้ป่วยเกิดความหลงเชื่อและเข้าใจผิด 1.การพิจารณาการรักษาทุกชนิดควรดูที่ผลของการรักษาที่ปลอดภัยและถูกต้องตามมาตรฐานสากล 2.ขอชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องการร้อยไหมเพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับผู้ที่สนใจการยกกระชับผิวด้วยวิธีการดังกล่าว 3.การร้อยไหมเพื่อยกกระชับเริ่มมีการใช้มาประมาณสิบกว่าปีที่ผ่านมา ไหมที่ใช้ในระยะแรกเป็นไหมชนิดมีเงี่ยงซึ่งทำหน้าที่เสมือนหมุดยึดตรึงไหม 4.ส่วนไหมที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันเป็นไหมชนิดไม่มีเงี่ยง ไหมชนิดนี้มักผลิตจากสารชื่อโพลีไดออกซาโนน(Polydioxanone; PDO) 5.ไหมโพลีไดออกซาโนน(Polydioxanone; PDO)เป็นสารที่สามารถละลายตัวได้เองภายใน 6-8 เดือน 6.การร้อยไหมโพลีไดออกซาโนนหรือPDOเพื่อยกกระชับผิวที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้เป็นวิธีการยกกระชับผิวที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศเกาหลี 7.การร้อยไหมPDOยังไม่ได้รับรองเพื่อใช้สำหรับยกกระชับผิวในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือประเทศในทวีปยุโรป 8.ไหมPDOได้รับการอนุญาตการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้นำเข้ามาเพื่อใช้สำหรับเย็บแผลแต่ไม่ได้รับอนุญาตใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการยกกระชับผิว 9.การร้อยไหมPDOมักใช้เส้นไหมขนาดความยาวตั้งแต่ 2.5-6 เซ็นติเมตร จำนวนตั้งแต่ 20 ถึงกว่าร้อยเส้นสอดเข้าไปในผิวหนังผิวหนังหลังจากการทายาชา 10.หลังการร้อยไหมผิวจะมีอาการบวมแดงและมีรอยช้ำตามแนวการสอดไหมซึ่งรอยเหล่านี้มักหายใน 1-2 สัปดาห์ 11.เชื่อว่าการสอดไหมเข้าผิวหนังจะกระตุ้นให้ผิวสร้างเส้นใยคอลลาเจนขึ้นใหม่ตามแนวการสอดเส้นใยคอลลาเจนใหม่นี้จะช่วยให้ผิวหนังมีความกระชับขึ้น 12.ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์(evidence-based)ทางการแพทย์ที่ยืนยันว่า การร้อยไหมสามารถทำให้ผิวหนังเกิดการยกกระชับได้จริง 13.และไม่มีหลักฐาน ทางการแพทย์ที่ยืนยันว่าผิวหนังจะสามารถคงสภาพการกระชับได้นานแค่ไหนหลังการร้อยไหม 14.การทบทวนข้อมูลทางการแพทย์พบรายงานผู้ป่วยเพียง2-3ฉบับที่พบว่าการร้อยไหมชนิดมีเงี่ยงสามารถทำให้ผิวดูกระชับขึ้นในช่วงเดือนแรกหลังการร้อยไหม 15.แต่ผิวจะหย่อนกลับสู่สภาพเดิมในระยะเวลาต่อมา การที่ผิวดูกระชับขึ้นในช่วงแรกเชื่อว่าเกิดจากการที่ผิวเกิดการบวมและอักเสบจากการสอดไหม 16.ผลข้างเคียงการร้อยไหมชนิดมีเงี่ยงที่เคยมีผู้รายงานไว้ได้แก่ การเกิดผิวหนังบวมแดงเนื่องจากการแพ้ไหม/การเห็น/คลำได้ปมไหม/ปลายไหมโผล่ 17.หรือการเกิดรอยบุ๋มของผิวหนัง/ผิวหนังสองข้างกระชับไม่เท่ากัน 18.ยังไม่มีการรายงานผลข้างเคียงของการร้อยไหมPDOชนิดไม่มีเงี่ยงในวารสารทางการแพทย์ 19.แต่จากการสอบถามข้อมูลจากแพทย์ผิวหนังพบมีผู้ป่วยที่มาด้วยอาการเป็นเส้นนูนแดงตามแนวเส้นไหมซึ่งเชื่อว่าเป็นอาการของการแพ้ไหม 20.นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยที่มาพบเพราะคลำหรือสัมผัสเส้นไหมบริเวณผิวได้ซึ่งเกิดจากการร้อยไหมในระดับตื้นเกินไป 21.ใน2เดือนที่ผ่านมาที่ศิริราชพบผู้ป่วยที่เกิดบวมตุ่มแดงไม่เจ็บไม่คันตามแนวไหม3รายยังไม่แน่ว่าเป็นอาการแพ้ไหมหรืออาการติดเชื้อ 22.จึงขอให้ผู้ที่สนใจการยกกระชับผิวด้วยวิธีการร้อยไหมดังกล่าวได้ศึกษาข้อดีข้อเสียของวิธีการนี้ให้ดีก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษา พบผู้ป่วยที่เกิดตุ่มแดงตามแนวการร้อยไหมที่ศิริราช 3 รายในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าตุ่มแดงนี้เกิดจากอะไร อาจเกิดจากการติดเชื้อ หรือการแพ้ไหม […] Read more…

[FAQ] มารู้จักแมลงด้วงก้นกระดก อาการ และการรักษากัน

  เมื่อคืนนั่งดูรายการตี10 เห็นรายการพูดถึงผื่นจากแมลงด้วงก้นกระดก เป็นการพูดที่ฟังแล้วน่ากลัวเกินไปจึงขอทวิตให้เข้าใจจะได้ไม่ตื่นตระหนกครับ 1. ผื่นอักเสบจากด้วงก้นกระดกพบบ่อยในฤดูฝน เพราะพบด้วงชนิดนี้มากกว่าฤดูอื่นๆ   2. ด้วงชนิดนี้เวลาเกาะอยู่เฉยๆจะกระดกก้นขึ้นจึงได้ชื่อว่าด้วงก้นกระดก ขนาดตัวโดเต็มที่ไม่เกิน 1X10 มม. 3. ตัวด้วงก้นกระดกมีสารพิษในท้อง ปกติแมลงชนิดนี้จะไม่กัดต่อยและไม่ปล่อยสารพิษออกมาเอง 4. สารพิษในตัวด้วงก้นกระดกจะทำอันตรายต่อผิวก็ต่อเมื่อแมลงถูกตบหรือบี้แล้วสารพิษในตัวแตกมาสัมผัสกับผิว 5. แมลงชนิดนี้มักชอบบินเล่นไฟขณะที่เราเปิดไฟเมื่อเราปิดไฟเข้านอนแมลงจะบินลงมาไต่ตามตัวทำให้เรารู้สึกว่ามีตัวอะไรมาไต่ขณะปิดไฟนอน 6. โดยสัญชาตญาณเมื่อมีตัวอะไรมาไต่ที่ผิวเรามักจะเอามือปัดออกจึงทำให้ท้องของตัวด้วงแตกและสารพิษมาสัมผัสผิวของเรา 7. ประวัติของผื่นจากด้วงก้นกระดกจะClassicมาก คนไข้ส่วนใหญ่มักให้ประวัติว่าก่อนเข้านอนไม่เห็นมีอะไรพอตื่นนอนมาเพิ่งเริ่มเห็นผื่นแสบแดง 8. ลักษณะผื่นจะเป็นทางยาวบวมแดงลากไปตามแนวมือปัดเพราะเมื่อมือตบหรือปัดแมลงแล้วมักลากสารพิษเป็นแนวยาว ผื่นมีอาการแสบคัน 9. บนผื่นแดงอาจมีตุ่มหนองขนาดเล็กๆเรียงเป็นแนวยาว ผิวเหนือรอยแดงอาจเป็นรอยไหม้สีน้ำตาล ตุ่มหนองหรือรอยไหม้เป็นบริเวณที่สัมผัสสารพิษเยอะสุด 10. ผื่นที่บริเวณข้อพับมักเป็นรอยที่สมมาตรกันเพราะสารพิษจากข้างหนึ่งไปสัมผัสผิวอีกข้าง   11. จำนวนผื่นอาจมีหลายตำแหน่งถ้ามีแมลงหลายตัว ผื่นบริเวณผิวอ่อนๆเช่นใบหน้ามักมีอาการบวมแดงรุนแรงมากกว่าที่อื่น 12. ผิวบริเวณฝ่ามือหนากว่าผิวบริเวณอื่น สังเกตว่ามือปัดตบแมลงสัมผัสสารพิษเต็มๆแต่มักไม่มีผื่น 13.ผื่นจะบวมแดงมากในวันที่2-3หลังถูกแมลง มักมีอาการแสบและคันมาก 14. วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากรู้ตัวว่าสัมผัสกับสารพิษจากแมลงคือล้างน้ำฟอกสบู่ที่ผิวเพื่อล้างสารพิษออกให้มากที่สุด 15. ผื่นมักมีอาการอักเสบบวมมากควรพบหมอ ถ้าไม่รักษาผื่นจะบวมแสบคันมากการเกาอาจทำให้ติดเชื้อแบดทีเรียซ้ำเติมได้ 16.หมอมักรักษาด้วยครีมทาสตีรอยด์และให้รับประทานยาแก้แพ้ 17. ผื่นอักเสบมักหายหลังทายาไม่เกิน1สัปดาห์ แต่บางรายที่ผิวอักเสบรุนแรงอาจทิ้งรอยคล้ำไว้ประมาณ1-2เดือน 18. ลักษณะผื่นจะเป็นทางยาวบวมแดงลากไปตามแนวมือปัดเพราะเมื่อมือตบหรือปัดแมลงแล้วมักลากสารพิษเป็นแนวยาว ผื่นมีอาการแสบคัน   […] Read more…

[FAQ] ติ่งเนื้อมันเป็นยังไงกันนะ

  1. ติ่งเนื้อเนื้อคือติ่งสีเนื้อขนาดประมาณ1-10มม. มักเริ่มจากขนาดเล็กแล้วค่อยๆโตขึ้นอาจมีสีเข้มขึ้น   2. ตำแหน่งที่มักพบติ่งเนื้อคือ รอบคอ รักแร้ ขาหนีบ ราวนม 3. ติ่งเนื้อเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง ติ่งเนื้อไม่ใช่มะเร็งและไม่กลายเป็นมะเร็งเพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัว 4. ติ่งเนื้อมักไม่มีอาการแต่ถ้าไปดึงหรือเสียดสีอาจมีอาการเจ็บหรือเลือดซึม 5. ติ่งเนื้อมักพบในคนอ้วน คนทีทมีประวัติกรรมพันธุ์ หญิงตั้งครรภ์ 6. ติ่งเนื้อไม่จำเป็นต้องเอาออก ยกเว้นคนไข้รำคาญหรือเพื่อความสวยงาม 7. วิธีเอาติ่งเนื้อออกมีหลายวิธีเช่นใช้กรรไกรขนาดเล็กตัดออกหรือตัดด้วยเครื่องจี้ไฟฟ้าหรือเลเซอร์ 8. ก่อนการตัดหรือเลเซอร์ต้องทายาชาทิ้งไว้1ชั่งโมงเพื่อลดอาการเจ็บขณะทำการรักษา 9. แผลหลังการเอาติ่งเนื้อออกมีขนาดเล็กมากมักหายใน1สัปดาห์ 10. ติ่งเนื้ออาจพบร่วมกับกระเนื้อคือเป็นตุ่มสีน้ำตาลผิวขรุขระ กระเนื้อก็ไม่ใช่มะเร็งเช่นกัน ดูรูปกระเนื้อ Source: @DrWoraphong ‘s Twitter View :54768Tweet Read more…

[FAQ] มารู้จัก ฝ้า กันให้ดียิ่งขึ้น

  1. ฝ้าเป็นรอยคล้ำที่พบได้บ่อยในชาวเอเชียอย่างเรา มักจะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เชื่อว่าฮอร์โมนเพศหญิงที่ส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อฝ้า 2. หญิงไทยจำนวนไม่น้อยที่มีปัญหาฝ้า ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุแน่นอนว่าฝ้ามีเกิดจากอะไร ฝ้ามักเกิดขณะตั้งครรภ์ ขณะกินหรือฉีดยาคุมกำเนิด 3. แสงแดด และแสงจากเตาไฟก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่กระตุ้นให้เกิดฝ้าหรือทำให้ฝ้าที่เป็นอยู่มีสีเข้มขึ้น 4. อย่าเหมาไปว่ารอยคล้ำที่พบบนหน้าจะเป็นฝ้าเพียงอย่างเดียว ฝ้ามีลักษณะเป็นปื้นสีน้ำตาลที่ไม่นูน มักพบบนหน้าในลักษณะการกระจายตัวที่สมมาตรกัน 5. ตำแหน่งที่พบบ่อยได้แก่ หน้าผาก โหนกแก้ม คาง และบริเวณเหนือริมฝีปากบน ดังรูป 6. รอยคล้ำชนิดอื่น ๆที่พบบ่อยบนใบหน้าแต่ไม่ใช่ฝ้า ที่ทำให้เราสับสน เช่น กระแดด กระเนื้อ และกระลึก 7. หมอจำเป็นต้องแยกให้ออกว่ารอยคล้ำนั้น ๆเป็นฝ้า กระแดด กระเนื้อ หรือกระลึกเพราะแต่ละรอยคล้ำเหล่านี้มีวิธีการรักษาที่ต่างกัน 8. กระแดด เป็นจุดเล็กๆขนาด1-4มิลลิเมตร กระจายบริเวณหน้า ไม่เป็นปื้นใหญ่เหมือนฝ้าและไม่กระจายตัวแบบสมมาตรดังรูป 9.ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาฝ้าให้หายขาด อย่าเชื่อคำโฆษณาว่ารักษาฝ้าได้ การรักษาช่วยให้ฝ้าจางชั่วคราวเท่านั้น ฝ้ามักกลับเป็นซ้ำเมื่อหยุดรักษา 10. ในปัจจุบันวิธีมาตรฐานที่ใช้ในการรักษาฝ้าที่ได้ผลและปลอดภัยที่สุดคือ การทายา /ยาทารักษาฝ้ามีหลายชนิด 11. ยาทาบางชนิดออกฤทธิ์โดยการยับยั้งการสร้างเม็ดสี เช่น ไฮโดรควิโนน […] Read more…

[FAQ] สิวอุดตัน มีกี่แบบและวิธีการรักษาอย่างถูกต้อง

  วันนี้ 5 เมษายน 2555 ขอทวิตเรื่องสิวอุดตัน ซึ่งทุกคนเคยเป็นหรือกำลังเป็นอยู่ 1. สิวอุดตันหรืออีกชื่อคือสิวคอมิโดน คือสิวเม็ดเล็กๆขนาด1-2มม. เมื่อบีบออกจะเห็นของกึ่งเหลวสีขาวอยู่ภายใน มักพบบริเวณใบหน้า หน้าอกและหลัง 2. สิวอุดตันแบ่งเป็น2ชนิดคือ สิวหัวขาวและสิวหัวดำ 3. สิวหัวขาวคือสิวอุดตันที่มีลักษณะเป็นตุ่มขนาดเล็กสีขาวที่ไม่มีรูเปิดบริเวณผิว ดังรูป 4. สิวหัวดำคือสิวอุดตันที่มีลักษณะเป็นตุ่มขนาดเล็กและมีจุดสีดำตรงกลางที่เป็นรูเปิดบริเวณผิว ดังรูป 5. สิวอุดตันอาจพัฒนาไปเป็นสิวอักเสบได้ โดยเฉพาะเมื่อเกิดการติดเชื้อหรือการบีบกดอย่างรุนแรง 6. วิธีรักษาสิวอุดตันมี2วิธีคือ การทายาและการกดสิว 7. ยาทาที่ใช้รักษาสิวอุดตันที่ได้ผลดีที่สุดคือกรดวิตะมินเอ แต่ข้อเสียคือหลังทา2weekแรกอาจมีสิวเห่อ อาจระคายผิวและจะต้องทาเป็นเดือนจึงเห็นผล 8. การกดสิวเป็นวิธีการรักษาสิวอุดตันที่ได้ผลเร็วที่สุด อาจเจ็บเล็กน้อย และมีสะเก็ดเล็กๆอยู่3-4วัน 9. การกดสิวทำโดยใช้ปลายเข็มขนาดเล็กสะกิดผิวตื้นๆแล้วใช้อุปกรณ์กดหัวสิวกดออก 10. มีคลินิกบางแห่งเอาเครื่องเลเซอร์มาใช้แทนการใช้ปลายเข็มสะกิดเพื่อคิดค่ารักษาเพิ่มขึ้นเป็นการฉวยโอกาสเอาเปรียบคนไข้ที่ไม่รู้ทัน 11. ข้อควรระวัง!! การใช้เลเซอร์เปิดหัวสิวอาจทำให้เกิดรอยคล้ำหรือแผลหลุมตามมาได้     Source: @DrWoraphong ‘s Twitter View :43718Tweet Read more…

[FAQ] 10วิธีป้องกันผิวเสียขณะเล่นน้ำสงกรานต์

  1. สวมเสื้อแขนยาวกางเกงขายาวสีเข้มเนื้อผ้าทอถี่เพื่อป้องกันแดด หลีกเลี่ยงสายเดี่ยวและขาสั้น 2. หลีกเลี่ยงการเล่นช่วง 10-16 น. เพราะเป็นช่วงที่แดดแรงมาก 3. ทาครีมกันแดดที่หน้าและบริเวณนอกร่มผ้า ใช้ครีมที่กันทั้งUVAและUVB และทาทุก2ชั่วโมง 4. ใบหู คอและหลังคอเป็นบริเวณที่คนมักลืมทาครีมกันแดด 5. เมื่อเล่นเสร็จรีบอาบน้ำและหาเสื้อผ้าแห้งไปเปลี่ยนทันที การสวมเสื้อผ้าเปียกและหมักหมมทำให้เกิดเชื้อราที่ผิวหนังได้ 6. หากผิวไหม้แดดและมีผื่นแดงแสบร้อนให้ประคบด้วยผ้าชุบน้ำเย็นบ่อยๆ 7. ถ้าผิวไหม้ระดับสองจนเป็นตุ่มน้ำพองควรหยุดเล่นและไปพบแพทย์ ถ้าตุ่มพองแตกเชื้อโรคในน้ำเข้าผิวได้ง่ายมาก 8.ยาทาครีมสตีรอยด์ 0.1%TA อาจใช้ทาผื่นแสบแดงที่เกิดจากการไหม้แดด 9. ควรหลีกเลี่ยงการทาดินสอพองหรือปะแป้งน้ำที่หน้าเพราะอาจทำให้เกิดสิวหรือผื่นแพ้ได้ 10. การสวมรองเท้าหุ้มส้นที่เปียกน้ำเป็นเวลานานๆทำให้เกิดเชื้อราที่เท้าได้ Source: @DrWoraphong ‘s Twitter View :28690Tweet Read more…

[FAQ] ทำความรู้จัก ตาปลากัน ตาปลาคืออะไร และวิธีรักษาการรักษาตาปลาอย่างถูกวิธีต้องทำอย่างไร

  3 มีค 55 วันนี้เจอคนไข้ที่มี ตาปลา ขอทวิตเรื่อง”ตาปลา” ให้ฟัง 1) ตาปลาที่ตุ่มแข็งสีเนื้อที่เวลาลงน้ำหนักหรือกดแล้วจะรู้สึกเจ็บ มักพบที่ฝ่าเท้า นิ้วเท้า ฝ่ามือ นิ้วมือ 2) ตาปลามักเป็นในตำแหน่งที่มีแรงกดทับหรือการเสียดสีอยู่เป็นประจำ เพราะธรรมชาติจะสร้างผิวตรงตำแหน่งนั้นให้หนาขึ้นเพื่อลดแรงเสียดทานตรงนั้น 3) คนที่มักเป็นตาปลาเช่น หญิงที่ชอบใส่รองเท้าส้นสูงเพราะน้ำหนักตัวทั้งหมดจะกดลงที่ฝ่าเท้าด้านหน้า คนเล่นกีฬาที่ต้องวิ่งๆหยุดๆเช่น แบด เทนนิส 4) การสวมรองเท้าที่หลวมหรือแคบเกินไป คนที่เขียนหนังสือมากและออกแรงกดปากกาหนัก คนที่น้ำหนักตัวมากหรืออ้วนขี้นกระทันหัน คนที่เดินมาก 5) เชื่อว่าเกือบทุกคนจะมีตาปลาที่เท้า เพราะท่าทางการเดินและลงน้ำหนักของทุกคนจะลงว็ำๆที่จุดเดียวเสมอ 6) หลายท่านยังเข้าใจผิดว่าวิธีรักษาตาปลาคือต้องผ่าตัดหรือเลเซอร์ออก การผ่าตัดหรือเลเซอร์ไม่ได้เป็นวิธีรักษาตาปลาอย่างฉลาดหรืออย่างถาวร 7) หลักในการรักษาตาปลาที่ถูกต้องมี2อย่างคือ#1กำจัดต้นเหตุถ้าทำได้#2 ฝานตาปลาออก 8) การกำจัดสาเหตุช่วยให้ตาปลาไม่กลับเป็นซ้ำหรือกลับเป็นซ้ำช้าลง 9) การแก้ไขตาปลาที่สาเหตุเช่น อย่าใส่รองเท้าที่คับหรือหลวมเกินไป สวมรองเท้าส้นเตี้ย ลดน้ำหนัก 10) การฝานตาปลา แพทย์จะใช้ใบมีดปลอดเชื้ค่อยฝานหนังส่วนที่หนาออกทีละน้อย คนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บขณะฝาน ไม่มีแผลและไม่มีเลือดออก ฝานแต่หนังหนาออก 11) การฝานตาปลาเป็นวิธีการรักษาที่สะดวก ง่าย ปลอดภัยและคนไข้หายเจ็บขณะออกแรงกดที่ตาปลาทันที 12) […] Read more…

[FAQ] ผลของ pseudoephedrine ที่มีต่อผิวหนัง

  2 มีค 55 เมื่อวานมีข่าวตำรวจตรวจจับแหล่งยาซูโดเอฟริดีน (pseudoephedrine) รายใหญ่ วันนี้ขอทวิตเรื่องของผลpseudoephedrineต่อผิวหนัง 1) ซูโดเอฟิดรีน เป็นสารออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติประเภทซิมพาเธติก (ระบบประสาทที่ทำงานเวลาเราตื่นเต้น ตกใจ ทำให้หัวใจเต้นเร็ว) 2) ซูโดเอฟิดรีน ผลทำให้หลอดเลือดเกิดการหดรัดตัว ลดการสร้างเมือกที่จมูก แพทย์มักจะใช้ เพื่อลดอาการบวมของเยื่อบุจมูก ทำให้อาการคัดจมูกดีขึ้น 3) ซูโดเอฟิดรีนมีโครงสร้างที่คล้ายคลึงกับ เอฟิดรีน รวมทั้งสาร เมธแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) อย่างมาก 4) จึงมีการใช้ ซูโดเอฟิดรีน เป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาไอซ์ ซึ่งเป็นสารเสพติดที่ออกฤทธิ์รุนแรง 5) มีการใช้ยา ซูโดเอฟิดรีน ในผู้ที่ต้องขับรถทางไกล หรือนักกีฬา โดยหวังผลในการกระตุ้นให้ประสาทตื่นตัวตลอดเวลา 6) ยาชนิดนี้เป็นสารที่จะต้องควบคุม เนื่องจากสามารถนำไปผลิดเป็นสาร เมธแอมเฟตามีน ซึ่งเป็นสารเสพติด และออกฤทธิ์อย่างรุนแรงต่อระบบประสาทได้ 7) ผลข้างเคียงที่อาจพบได้จากการใช้ซูโดเอฟิดรีน คือ ผลจากการกระตุ้นประสาท หงุดหงิด ตกใจง่าย มีนศีรษะ นอนไม่หลับ ใจสั่น เกิดอาการหลอนทางประสาท […] Read more…

[FAQ] มารู้จักรอยแดงจากสิวกันให้มากขึ้น

    29 กพ 55 เมื่อวานเจอคนไข้มารักษารอยแดงที่เกิดตามหลังสิว 5-6 ราย วันนี้ขอทวิตเรื่องรอยแดงจากสิว 1) สิวบางตำแหน่งที่หายแล้วจะทิ้งรอยแดงไว้ มักพบในตำแหน่งที่สิวอักเสบ บวม แดงมาก หรือตำแหน่งที่ถูกบีบเค้นบ่อยๆ 2) รอยแดงพวกนี้เกิดจากการขยายตัวของเส้นเลือดใต้ผิวหนัง ถ้าไม่รักษาอาจจางไปเองได้เพียงเล็กน้อย การักษาด้วยยาทาไม่ได้ผล ต้องรักษาด้วยเลเซอร์ 3) รอยแดงจากสิวที่รักษาด้วยเลเซอร์ได้ผลมีลักษณะดังรูป   4) เลเซอร์ที่ใช้รักษารอยแดงจากสิวได้ผลดีคือเลเซอร์เพาว์ดาย มีหลายแบรนด์แตแบรนด์ที่นิยมชื่อ วีบีม VBeam 5) ปกติต้องเลเซอร์ประมาณ 3-4 ครั้ง ห่างกันครั้งละ3-4weeks สามารถทำให้รอยเลือนหายไปเกือย 100% 6) การทำเลเซอร์รักษารอยแดงเป็นเลเซอร์ชนิดไม่มีแผลหลังทำ สามารถทายา แต่งหน้า ล้างหน้าได้ปกติ แต่ควรเลี่ยงแดดประมาณ2week หลังเลเซอร์ 7) เลเซอร์ชนิดนี้ไม่เจ็บ จะรู้สึกคล้ายถูกหนังยางดีดเบาๆระหว่างเลเซอร์ 8) รอยแดงจากสิวที่รักษาได้ด้วยเลซอร์เพาว์ดายต้องเป็นรอยแดงชนิดที่ไม่่เป็นหลุมอยู่ข้างใต้ เพราะหลุมจะไม่ตื้นขึ้นมีแต่่รอยแดงที่จางหายไป 9) ถ้าเป็นรอยหลุม+รอยแดง ต้องรักษาด้วยเลเซอร์ปรับสภาพ 10) IPL เป็นเครื่องปล่อยแสงชนิดหนึ่งซึ่งรักษารอยแดงจากสิวได้ แต่ผลไม่ดีเท่าเลเซอร์เพาว์ดาย […] Read more…

[FAQ] มารู้จักกับ กระประเภทต่าๆกัน กันดีกว่า

  วันนี้ทวิตเรื่อง กระ 1) กระ คือจุดสีน้ำตาลบนผิวพบได้ทั้งบนหน้าและลำตัว กระมี3ชนิดคือ กระแดด กระลึกและกระเนื้อ 2) กระแดดมีลักษณะเป้นจุดสีน้ำตาลไม่นูน มักพบบนหน้าและบนแขนบริเวณนอกร่มผ้า ที่เรียกว่ากระแดดเพราะมักพบบริเวณที่ถูกแดดและสีเข้มขึ้นเมื่อออกแดด 3) กระแดดมักเริ่มปรากฏหลังอายุ 20 และมักมีจำนวนเพิ่มขึ้นและสีเข้มข้นตามอายุ กรรมพันธุ์มีส่วนทำให้เป็นเร็วแบะเป็นมาก 4) กระลึก อีกชื่อคือปานโฮริ มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลเทาขนาด 3-5 มม พบเป็นกรุจุกที่โหนกแก้มมักเป็นเหมือยกันทั้ง2แก้ม 5) กระลึกมักเริ่มปรากฏตอนอายุ 20up มักมีประวัติว่ามารดาหรือพี่น้องผู้หญิงมีกระลึก สีจะเริ่มจากน้ไตาลอ่อนและสีเข้มขึ้นเรื่อยจนเป็นสีน้ำตาลเทา 6) กระเนื้อ มักเริ่มปรากฏตอนอายุเลข 4 มีลักษณะเป็นตุ่มนูนสีน้ำตาลขนาด 2-5 มม ปล่อยไว้จะนูนมากขึ้นจนผิวขรุขระ สีเข้มขึ้น เป็นได้ทั่วตัว 7) คนที่มีกระตั้งแต่อายุน้อยๆ มักมีประวัติที่มีคนในครอบครัวเป็นกระ หรือมีประวัติออกแดดกลำแดดบ่อยหรือเล่นกีฬากลางแจ้งแดดเปรี้ยงๆเป็นประจำ 8) กระทั้ง3ชนิดที่ว่า คนไข้มักไม่มีอาการและไม่จำเป็นต้องรักษา จะเอาออกก็เพื่อความสวยงามเป็นเหตุ 9) กระแดดและกระลึก ได้ผลดีโดยการรักษาด้วยเลเซอร์ Q-switched Nd:YAG หรือเลเซอร์ Q-switch […] Read more…

[FAQ] ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวเมื่อเป็นสิว

    24 กพ 55 วันนี้ขอทวิตไขข้อข้องใจเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวเมื่อเป็นสิว   1) การล้างหน้าบ่อยๆไม่ได้ช่วยให้สิวดีขึ้นเพราะสิวไม่ได้เกิดจากความสกปรก การใช้cleanserที่มีalcohol การถูสครับหน้า ทำให้เกิดการระคาย+สิวเห่อ 2) การล้างหน้าอย่างนุ่มนวลวันละ2ครั้งด้วยสบู่อ่อนๆและน้ำอุณหภูมิจากก๊อกเพียงพอแล้วที่จะล้างไขมันและผิวหนังส่วนขี้ไคลออก 3) การล้างหน้าอย่างเดียวไม่ได้เป็นการรักษาสิว เพราะสิวเกิดจากปัจจัยหลายอย่างซึ่งต้องใช้ยาหลายชนิดรักษาร่วมกัน 4) ความเครียดทำให้สิวเห่อเพราะความเครียดทำให้เกิดการเสียสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย การนอนดึกเป็นการก่อให้เกิดความเครียดอย่างหนึ่ง 5) อาหารไม่มีส่วนสัมพันธ์กับการเกิดสิว ไม่มีรายงานทางการแพทย์ใดๆที่ระบุว่าอาหารทำให้สิวเห่อ 6) ไม่มีข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า ช็อกโกแลต น้ำอัดลม อาหารมัน อาหารหวาน อาหารทะเล ถั่ว ของหมักดอง ทำให้สิวเห่อ ขอย้ำไม่มีหลักฐานสนับสนุน 7) ถ้าจะใช้เครื่องสำอางให้เลือกชนิดที่ระบุว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดสิว (noncomedogenic) หลีกเลี่ยงการใช้ foundation ที่หนาและลบยาก 8)ไม่ควรบีบ แกะ สิวเป็นอย่างยิ่ง การบีบสิวจะทำให้สิวอักเสบมากขึ้น และทำให้เกิดรอยดำและแผลเป็นตามมาได้ 9) การรักษาสิวต้องใจเย็นเพราะการักษาสิวต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4-8 สัปดาห์ถึงจะเห็นผลการรักษา คนไข้มักไม่รู้ความจริงนี้ทำให้เปลี่ยนหมอบ่อยๆ 10) หากการรักษาไม่ได้ผลใน 4-8 สัปดาห์แพทย์จะพิจารณาปรับเปลี่ยนยา เพราะการตอบสนองกับยาในคนไข้แต่ละคนไม่เหมือนกัน […] Read more…