isky center

[FAQ] อันตรายจากการสักขอบตา เทรนด์ฮิตที่น่ากลัว

  วันนี้ขอทวิตเรื่อง อันตรายจากการสักขอบตา 1. ปัจจุบันผู้หญิงบางท่านนิยมวิธีสักขอบตาให้ดำถาวรเพื่อให้ดูเป็นผู้หญิงตาหวาน ตาคมโตซึ่งมีการโฆษณาในหนังสือบันเทิง ดาราและในเว็บไซต์จำนวนมา 2. การสักทำโดยการใช้วัสดุแหลมคมและสีสักที่บริเวณขอบตาชิดกับขนตาทั้งขอบตาบนและล่าง เสี่ยงเกิดอันตรายต่อดวงตา เพราะเป็นจุดที่อยู่ใกล้ตามากๆ 3. ผิวหนังรอบดวงตาบริเวณที่มีผิวหนังค่อนข้างบอบบางหากเทียบกับผิวหนังบริเวณอื่นของร่างกาย และมีโอกาสเกิดการแพ้และเกิดแผลเป็นได้ง่ายกว่า 4. ระหว่างทำการสัก อาจพลั้งพลาดเช่นเข็มสักแทงเข้าตาขาวหรือสีที่ใช้สักกระเด็นเข้าไปในดวงตา สารเคมีที่อยู่ในสี อาจทำให้เยื่อบุตาขาวอักเสบได้ 5. หากใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ไม่สะอาดเพียงพอก็อาจจะทำให้เกิดผิวรอบตา มีอาการคัน ระคายเคือง จากการติดเชื้อหรือจากการแพ้หมึกที่ใช้สักก็ได้ 6. หากเผลอขยี้ตา อาจจะทำให้เกิดแผลที่แก้วตาดำ และเชื้อลุกลามเข้าไปในลูกตา ทำให้อักเสบหรือติดเชื้อรุนแรง อาจทำให้ตาบอดตลอดชีวิต 7. ประชาชนส่วนใหญ่ที่นิยมการสักมักจะคิดว่าเมื่อสักไปแล้วหากไม่ชอบก็ลบรอยสักออกได้ง่ายๆเนื่องจากในปัจจุบันมีวิทยาการลบรอยสักด้วยการยิงเลเซอร์ 8. ที่จริงการลบรอยสักด้วยเลเซอร์ยากกว่าการสักมาก ต้องยิงเลเซอร์ร่วมสิบครั้งจึงจะสามารถทำให้รอยสักจางลงเป็นที่พอใจ 9. หลังยิงเลเซอร์จะมีแผลบวมแดง 2 วัน และมีสะเก็ดอยู่ 1 สัปดาห์ 10. ก่อนยิงเลซอร์ต้องฉีดยาชาบริเวณเปลือกตา ซึ่งการฉีดยาชาตรงตำแหน่งนี้เจ็บมาก 11. ระหว่างการยิงเลเซอร์แพทย์ต้องใส่เลนส์เข้าไปในลูกตาเพื่อป้องกันอันตรายจากเลเซอร์เข้าตา 12. ควรตัดสินใจให้ดีก่อนที่จะทำการสักลงในตำแหน่งใดๆในร่างกาย เพราะสักง่ายแต่ลบยากกก   Source:  @DrWoraphong ‘s Twitter View :18372Tweet Read more…

[FAQ] มารู้จักแมลงด้วงก้นกระดก อาการ และการรักษากัน

  เมื่อคืนนั่งดูรายการตี10 เห็นรายการพูดถึงผื่นจากแมลงด้วงก้นกระดก เป็นการพูดที่ฟังแล้วน่ากลัวเกินไปจึงขอทวิตให้เข้าใจจะได้ไม่ตื่นตระหนกครับ 1. ผื่นอักเสบจากด้วงก้นกระดกพบบ่อยในฤดูฝน เพราะพบด้วงชนิดนี้มากกว่าฤดูอื่นๆ   2. ด้วงชนิดนี้เวลาเกาะอยู่เฉยๆจะกระดกก้นขึ้นจึงได้ชื่อว่าด้วงก้นกระดก ขนาดตัวโดเต็มที่ไม่เกิน 1X10 มม. 3. ตัวด้วงก้นกระดกมีสารพิษในท้อง ปกติแมลงชนิดนี้จะไม่กัดต่อยและไม่ปล่อยสารพิษออกมาเอง 4. สารพิษในตัวด้วงก้นกระดกจะทำอันตรายต่อผิวก็ต่อเมื่อแมลงถูกตบหรือบี้แล้วสารพิษในตัวแตกมาสัมผัสกับผิว 5. แมลงชนิดนี้มักชอบบินเล่นไฟขณะที่เราเปิดไฟเมื่อเราปิดไฟเข้านอนแมลงจะบินลงมาไต่ตามตัวทำให้เรารู้สึกว่ามีตัวอะไรมาไต่ขณะปิดไฟนอน 6. โดยสัญชาตญาณเมื่อมีตัวอะไรมาไต่ที่ผิวเรามักจะเอามือปัดออกจึงทำให้ท้องของตัวด้วงแตกและสารพิษมาสัมผัสผิวของเรา 7. ประวัติของผื่นจากด้วงก้นกระดกจะClassicมาก คนไข้ส่วนใหญ่มักให้ประวัติว่าก่อนเข้านอนไม่เห็นมีอะไรพอตื่นนอนมาเพิ่งเริ่มเห็นผื่นแสบแดง 8. ลักษณะผื่นจะเป็นทางยาวบวมแดงลากไปตามแนวมือปัดเพราะเมื่อมือตบหรือปัดแมลงแล้วมักลากสารพิษเป็นแนวยาว ผื่นมีอาการแสบคัน 9. บนผื่นแดงอาจมีตุ่มหนองขนาดเล็กๆเรียงเป็นแนวยาว ผิวเหนือรอยแดงอาจเป็นรอยไหม้สีน้ำตาล ตุ่มหนองหรือรอยไหม้เป็นบริเวณที่สัมผัสสารพิษเยอะสุด 10. ผื่นที่บริเวณข้อพับมักเป็นรอยที่สมมาตรกันเพราะสารพิษจากข้างหนึ่งไปสัมผัสผิวอีกข้าง   11. จำนวนผื่นอาจมีหลายตำแหน่งถ้ามีแมลงหลายตัว ผื่นบริเวณผิวอ่อนๆเช่นใบหน้ามักมีอาการบวมแดงรุนแรงมากกว่าที่อื่น 12. ผิวบริเวณฝ่ามือหนากว่าผิวบริเวณอื่น สังเกตว่ามือปัดตบแมลงสัมผัสสารพิษเต็มๆแต่มักไม่มีผื่น 13.ผื่นจะบวมแดงมากในวันที่2-3หลังถูกแมลง มักมีอาการแสบและคันมาก 14. วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากรู้ตัวว่าสัมผัสกับสารพิษจากแมลงคือล้างน้ำฟอกสบู่ที่ผิวเพื่อล้างสารพิษออกให้มากที่สุด 15. ผื่นมักมีอาการอักเสบบวมมากควรพบหมอ ถ้าไม่รักษาผื่นจะบวมแสบคันมากการเกาอาจทำให้ติดเชื้อแบดทีเรียซ้ำเติมได้ 16.หมอมักรักษาด้วยครีมทาสตีรอยด์และให้รับประทานยาแก้แพ้ 17. ผื่นอักเสบมักหายหลังทายาไม่เกิน1สัปดาห์ แต่บางรายที่ผิวอักเสบรุนแรงอาจทิ้งรอยคล้ำไว้ประมาณ1-2เดือน 18. ลักษณะผื่นจะเป็นทางยาวบวมแดงลากไปตามแนวมือปัดเพราะเมื่อมือตบหรือปัดแมลงแล้วมักลากสารพิษเป็นแนวยาว ผื่นมีอาการแสบคัน   […] Read more…

[FAQ] ติ่งเนื้อมันเป็นยังไงกันนะ

  1. ติ่งเนื้อเนื้อคือติ่งสีเนื้อขนาดประมาณ1-10มม. มักเริ่มจากขนาดเล็กแล้วค่อยๆโตขึ้นอาจมีสีเข้มขึ้น   2. ตำแหน่งที่มักพบติ่งเนื้อคือ รอบคอ รักแร้ ขาหนีบ ราวนม 3. ติ่งเนื้อเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง ติ่งเนื้อไม่ใช่มะเร็งและไม่กลายเป็นมะเร็งเพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัว 4. ติ่งเนื้อมักไม่มีอาการแต่ถ้าไปดึงหรือเสียดสีอาจมีอาการเจ็บหรือเลือดซึม 5. ติ่งเนื้อมักพบในคนอ้วน คนทีทมีประวัติกรรมพันธุ์ หญิงตั้งครรภ์ 6. ติ่งเนื้อไม่จำเป็นต้องเอาออก ยกเว้นคนไข้รำคาญหรือเพื่อความสวยงาม 7. วิธีเอาติ่งเนื้อออกมีหลายวิธีเช่นใช้กรรไกรขนาดเล็กตัดออกหรือตัดด้วยเครื่องจี้ไฟฟ้าหรือเลเซอร์ 8. ก่อนการตัดหรือเลเซอร์ต้องทายาชาทิ้งไว้1ชั่งโมงเพื่อลดอาการเจ็บขณะทำการรักษา 9. แผลหลังการเอาติ่งเนื้อออกมีขนาดเล็กมากมักหายใน1สัปดาห์ 10. ติ่งเนื้ออาจพบร่วมกับกระเนื้อคือเป็นตุ่มสีน้ำตาลผิวขรุขระ กระเนื้อก็ไม่ใช่มะเร็งเช่นกัน ดูรูปกระเนื้อ Source: @DrWoraphong ‘s Twitter View :54160Tweet Read more…

[FAQ] มารู้จัก ฝ้า กันให้ดียิ่งขึ้น

  1. ฝ้าเป็นรอยคล้ำที่พบได้บ่อยในชาวเอเชียอย่างเรา มักจะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เชื่อว่าฮอร์โมนเพศหญิงที่ส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อฝ้า 2. หญิงไทยจำนวนไม่น้อยที่มีปัญหาฝ้า ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุแน่นอนว่าฝ้ามีเกิดจากอะไร ฝ้ามักเกิดขณะตั้งครรภ์ ขณะกินหรือฉีดยาคุมกำเนิด 3. แสงแดด และแสงจากเตาไฟก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่กระตุ้นให้เกิดฝ้าหรือทำให้ฝ้าที่เป็นอยู่มีสีเข้มขึ้น 4. อย่าเหมาไปว่ารอยคล้ำที่พบบนหน้าจะเป็นฝ้าเพียงอย่างเดียว ฝ้ามีลักษณะเป็นปื้นสีน้ำตาลที่ไม่นูน มักพบบนหน้าในลักษณะการกระจายตัวที่สมมาตรกัน 5. ตำแหน่งที่พบบ่อยได้แก่ หน้าผาก โหนกแก้ม คาง และบริเวณเหนือริมฝีปากบน ดังรูป 6. รอยคล้ำชนิดอื่น ๆที่พบบ่อยบนใบหน้าแต่ไม่ใช่ฝ้า ที่ทำให้เราสับสน เช่น กระแดด กระเนื้อ และกระลึก 7. หมอจำเป็นต้องแยกให้ออกว่ารอยคล้ำนั้น ๆเป็นฝ้า กระแดด กระเนื้อ หรือกระลึกเพราะแต่ละรอยคล้ำเหล่านี้มีวิธีการรักษาที่ต่างกัน 8. กระแดด เป็นจุดเล็กๆขนาด1-4มิลลิเมตร กระจายบริเวณหน้า ไม่เป็นปื้นใหญ่เหมือนฝ้าและไม่กระจายตัวแบบสมมาตรดังรูป 9.ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาฝ้าให้หายขาด อย่าเชื่อคำโฆษณาว่ารักษาฝ้าได้ การรักษาช่วยให้ฝ้าจางชั่วคราวเท่านั้น ฝ้ามักกลับเป็นซ้ำเมื่อหยุดรักษา 10. ในปัจจุบันวิธีมาตรฐานที่ใช้ในการรักษาฝ้าที่ได้ผลและปลอดภัยที่สุดคือ การทายา /ยาทารักษาฝ้ามีหลายชนิด 11. ยาทาบางชนิดออกฤทธิ์โดยการยับยั้งการสร้างเม็ดสี เช่น ไฮโดรควิโนน […] Read more…

[FAQ] อยากหน้าเรียวทำไงดี

  เมื่อวานหมอตรวจคนไข้ แล้วมีคนไข้มาหาเพราะต้องการทำหน้าเรียว วันนี้ขอคุยเรื่องการทำหน้าเรียวให้ฟังดีกว่า 1) คนหน้าใหญ่ถ้าต้องการปรับรูปหน้าให้เรียว ต้องดูว่ามีสาเหตุจากอะไร เช่น จากกระดูกกราม กล้ามเนื้อ หรือไขมัน 2) ถ้ากระดูกกรามใหญ่ ไม่มีวิธีไหนรักษาได้นอกจากทำการผ่าตัด ซึ่งจะต้องพักฟื้นนาน และค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดแพงมาก 3) ถ้ากล้ามเนื้อตรงบริเวณกรามใหญ่ ทำให้ดูหน้าเป็นสี่เหลี่ยมโดยเฉพาะเวลากัดฟัน รักษาด้วยการฉีด botulinum toxin เพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อได้ 4) การฉีด botulinum toxin เพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อกรามต้องฉีดทุก 3 เดือน แต่สามารถลดปริมาณยาลงได้ตามขนาดของกล้ามเนื้อที่เล็กลง 5) สามารถใช้ botulinum toxin ฉีดที่กล้ามเนื้อบริเวณคาง เพื่อยืดคางออก ทำให้คางดูยาวขึ้นเล็กน้อย หลอกตาว่าดูหน้าเรียวขึ้นได้เช่นกัน 6) การฉีด botulinum toxin เพื่อยืดคางให้ยาวขึ้นเล็กน้อย ทำได้โดยฉีด botulinum toxin ปริมาณน้อย ราคาจึงไม่แพง แต่ต้องฉีดทุก 3 เดือน 7) การปรับรูปหน้าให้ยาวขึ้นอาจทำได้โดยการฉีด fillers […] Read more…

[FAQ] 10วิธีป้องกันผิวเสียขณะเล่นน้ำสงกรานต์

  1. สวมเสื้อแขนยาวกางเกงขายาวสีเข้มเนื้อผ้าทอถี่เพื่อป้องกันแดด หลีกเลี่ยงสายเดี่ยวและขาสั้น 2. หลีกเลี่ยงการเล่นช่วง 10-16 น. เพราะเป็นช่วงที่แดดแรงมาก 3. ทาครีมกันแดดที่หน้าและบริเวณนอกร่มผ้า ใช้ครีมที่กันทั้งUVAและUVB และทาทุก2ชั่วโมง 4. ใบหู คอและหลังคอเป็นบริเวณที่คนมักลืมทาครีมกันแดด 5. เมื่อเล่นเสร็จรีบอาบน้ำและหาเสื้อผ้าแห้งไปเปลี่ยนทันที การสวมเสื้อผ้าเปียกและหมักหมมทำให้เกิดเชื้อราที่ผิวหนังได้ 6. หากผิวไหม้แดดและมีผื่นแดงแสบร้อนให้ประคบด้วยผ้าชุบน้ำเย็นบ่อยๆ 7. ถ้าผิวไหม้ระดับสองจนเป็นตุ่มน้ำพองควรหยุดเล่นและไปพบแพทย์ ถ้าตุ่มพองแตกเชื้อโรคในน้ำเข้าผิวได้ง่ายมาก 8.ยาทาครีมสตีรอยด์ 0.1%TA อาจใช้ทาผื่นแสบแดงที่เกิดจากการไหม้แดด 9. ควรหลีกเลี่ยงการทาดินสอพองหรือปะแป้งน้ำที่หน้าเพราะอาจทำให้เกิดสิวหรือผื่นแพ้ได้ 10. การสวมรองเท้าหุ้มส้นที่เปียกน้ำเป็นเวลานานๆทำให้เกิดเชื้อราที่เท้าได้ Source: @DrWoraphong ‘s Twitter View :28675Tweet Read more…

[FAQ] มารู้จักและเรียนรู้ข้อดีข้อเสียของไหมละลายสำหรับการยกกระชับหน้ากัน

  มีคนถามเรื่องไหมละลายสำหรับการยกกระชับหน้า มาคุยเรื่องนี้กันหน่อยดีกว่า มีใครอยู่แถวนี้ที่อยากฟังเรื่องนี้บ้างมั๊ยคะ 1) เทคโนโลยีการร้อยไหมเกิดขึ้นจากการที่คนอยากยกกระชับหน้าโดยไม่อยากผ่า ตัดซึ่งยุ่งยากต้องพักฟื้นนาน จึงมีแพทย์ชาวฝรั่งเศสเอาไหมมาดึงผิวขึ้น 2) การร้อยไหมเหมาะสำหรับการดึงหน้าเฉพาะส่วนเช่น หางคิ้วหรือร่องแก้ม ไหมชนิดแรกที่นำมาใช้ชื่อว่า Aptos มีลักษณะคล้ายฟันปลาซึ่งเอาไว้เกี่ยวผิว 3) เคยมีคนพยายามเอาทองคำมาใช้เป็นไหมยกกระชับหน้า เพราะทองเป็นสิ่งแปลกปลอม พอใส่เข้าไปในร่างกาย ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนขึ้นในบริเวณนั้น 4) ข้อเสียของการร้อยไหมทองคือ ผู้ที่แพ้โลหะอาจเกิดการแพ้รุนแรง ทองจะไม่ ย่อยสลายและถือเป็นโลหะหนัก ในปัจจุบันไม่มีการศึกษาถึงผลกระทบระยะยาว 5) ผู้ที่ใช้ไหมทองร้อยบนใบหน้าห้ามทำการรักษาหรือ treatment ใดๆที่ใช้ความร้อนบนใบหน้าเด็ดขาด เพราะทองจะนำความร้อนได้ทำให้ผิวหนังโดยรอบไหม้ได้ 6) การร้อยไหมละลายจะใช้ไหมที่สลายไปเองในเวลา 6 เดือน ไหมชนิดนี้ไม่สามารถยกกระชับหรือดึงผิวได้แต่จะไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง 7) การร้อยไหมละลายมีข้อดีที่เห็นผลทันที แต่มีข้อเสียคือถ้าร่างกายแพ้ไหมที่ร้อยเข้าไป แต่ไหมใช้เวลา 6 เดือนกว่าจะละลายร่างกายจะพยายามกำจัดไหม 8) ถ้าคนไข้แพ้ไหมละลายจะมีอาการตุ่มแดงตุ่มหนองตามบริเวณที่ร้อยไหมเข้าไปซึ่งจะรักษาได้ยาก อีกทั้งการจิ้มไหมเป็นจำนวนมากจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ 9) การร้อยไหมบริเวณปลายจมูกไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากบริเวณนี้มีเลือดไปเลี้ยงน้อย เกิดการอักเสบติดเชื้อได้ง่าย เกิดแผลเป็นจมูกผิดรูปได้ 10) คอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นโดยไหมละลาย อาจเป็นคอลลาเจนชนิดเดียวกับที่พบในแผลเป็นคล้ายพังผืด ไม่ใช่คอลลาเจนตามธรรมชาติที่อยู่ที่ผิวหนังปกติ 11) ที่สำคัญคือยังไม่มีการศึกษาถึงผลระยะยาวของการใช้ไหมละลายบนใบหน้าเกี่ยวกับคอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นให้สร้างขึ้นว่าจะทำให้เกิดการหดรั้งหรือไม่ […] Read more…

[FAQ] สิวเสี้ยนและัวิธีการรักษาสิวเสี้ยนอย่างถูกวิธี

  4 มีค 55 ขอทวิตเรื่อง “สิวเสี้ยน” 1) สิวเสี้ยน ไม่ใช่สิว แต่เป็นเส้นขนหลายเส้นที่โผล่ออกมาจากรูขุมขนรูเดียงกัน มักพบที่จมูก โหนกแก้ม บางคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นสิวหัวดำ 2) การทายารักษาสิวไม่ได้ช่วยรักษาสิวเสี้ยน แต่ต้องรักษาด้วยวิธีการที่ทำให้เส้นขนนั้นออดไปได้ 3) การมีสิวเสี้ยนทำให้ดูเหมือนสกปรกเพราะดูคล้ายจุดดำเล็กๆบนจมูกหรือแก้ม ดังรูป   4) การรักษาสิวเสี้ยนมี2วิธีคือ วิธีชั่วคราวและวิธีถาวร 5) วิธีชั่วคราวที่นิยมคือ การใช้แผ่นกาวเช่น Biore porepack ติดเพื่อลอกเส้นขนออก เหมือนการแว๊กซ์ขน ต้องลอกเป็นระยะๆ 6) วิธีการรักษาแบบถาวรคือการใช้เลเซอร์กำจัดขน ปกติทำเดือนละครั้งติดต่อก7-8ครั้ง 7) จากงานวิจัยที่ศิริราชพบว่าจุดดำลดลง50%หลังเลเซอร์กำจัดขนไป2ครั้ง ดังรูป   8) เลเซอร์กำจัดขน ไม่เจ็บ ไม่มีแผลหลังทำและแต่งหน้าล้างหน้าได้เป็นปกติ     Source: @DrWoraphong ‘s Twitter     View :13795Tweet Read more…

[FAQ] ทำความรู้จัก ตาปลากัน ตาปลาคืออะไร และวิธีรักษาการรักษาตาปลาอย่างถูกวิธีต้องทำอย่างไร

  3 มีค 55 วันนี้เจอคนไข้ที่มี ตาปลา ขอทวิตเรื่อง”ตาปลา” ให้ฟัง 1) ตาปลาที่ตุ่มแข็งสีเนื้อที่เวลาลงน้ำหนักหรือกดแล้วจะรู้สึกเจ็บ มักพบที่ฝ่าเท้า นิ้วเท้า ฝ่ามือ นิ้วมือ 2) ตาปลามักเป็นในตำแหน่งที่มีแรงกดทับหรือการเสียดสีอยู่เป็นประจำ เพราะธรรมชาติจะสร้างผิวตรงตำแหน่งนั้นให้หนาขึ้นเพื่อลดแรงเสียดทานตรงนั้น 3) คนที่มักเป็นตาปลาเช่น หญิงที่ชอบใส่รองเท้าส้นสูงเพราะน้ำหนักตัวทั้งหมดจะกดลงที่ฝ่าเท้าด้านหน้า คนเล่นกีฬาที่ต้องวิ่งๆหยุดๆเช่น แบด เทนนิส 4) การสวมรองเท้าที่หลวมหรือแคบเกินไป คนที่เขียนหนังสือมากและออกแรงกดปากกาหนัก คนที่น้ำหนักตัวมากหรืออ้วนขี้นกระทันหัน คนที่เดินมาก 5) เชื่อว่าเกือบทุกคนจะมีตาปลาที่เท้า เพราะท่าทางการเดินและลงน้ำหนักของทุกคนจะลงว็ำๆที่จุดเดียวเสมอ 6) หลายท่านยังเข้าใจผิดว่าวิธีรักษาตาปลาคือต้องผ่าตัดหรือเลเซอร์ออก การผ่าตัดหรือเลเซอร์ไม่ได้เป็นวิธีรักษาตาปลาอย่างฉลาดหรืออย่างถาวร 7) หลักในการรักษาตาปลาที่ถูกต้องมี2อย่างคือ#1กำจัดต้นเหตุถ้าทำได้#2 ฝานตาปลาออก 8) การกำจัดสาเหตุช่วยให้ตาปลาไม่กลับเป็นซ้ำหรือกลับเป็นซ้ำช้าลง 9) การแก้ไขตาปลาที่สาเหตุเช่น อย่าใส่รองเท้าที่คับหรือหลวมเกินไป สวมรองเท้าส้นเตี้ย ลดน้ำหนัก 10) การฝานตาปลา แพทย์จะใช้ใบมีดปลอดเชื้ค่อยฝานหนังส่วนที่หนาออกทีละน้อย คนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บขณะฝาน ไม่มีแผลและไม่มีเลือดออก ฝานแต่หนังหนาออก 11) การฝานตาปลาเป็นวิธีการรักษาที่สะดวก ง่าย ปลอดภัยและคนไข้หายเจ็บขณะออกแรงกดที่ตาปลาทันที 12) […] Read more…

[FAQ] มารู้จักกับ กระประเภทต่าๆกัน กันดีกว่า

  วันนี้ทวิตเรื่อง กระ 1) กระ คือจุดสีน้ำตาลบนผิวพบได้ทั้งบนหน้าและลำตัว กระมี3ชนิดคือ กระแดด กระลึกและกระเนื้อ 2) กระแดดมีลักษณะเป้นจุดสีน้ำตาลไม่นูน มักพบบนหน้าและบนแขนบริเวณนอกร่มผ้า ที่เรียกว่ากระแดดเพราะมักพบบริเวณที่ถูกแดดและสีเข้มขึ้นเมื่อออกแดด 3) กระแดดมักเริ่มปรากฏหลังอายุ 20 และมักมีจำนวนเพิ่มขึ้นและสีเข้มข้นตามอายุ กรรมพันธุ์มีส่วนทำให้เป็นเร็วแบะเป็นมาก 4) กระลึก อีกชื่อคือปานโฮริ มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลเทาขนาด 3-5 มม พบเป็นกรุจุกที่โหนกแก้มมักเป็นเหมือยกันทั้ง2แก้ม 5) กระลึกมักเริ่มปรากฏตอนอายุ 20up มักมีประวัติว่ามารดาหรือพี่น้องผู้หญิงมีกระลึก สีจะเริ่มจากน้ไตาลอ่อนและสีเข้มขึ้นเรื่อยจนเป็นสีน้ำตาลเทา 6) กระเนื้อ มักเริ่มปรากฏตอนอายุเลข 4 มีลักษณะเป็นตุ่มนูนสีน้ำตาลขนาด 2-5 มม ปล่อยไว้จะนูนมากขึ้นจนผิวขรุขระ สีเข้มขึ้น เป็นได้ทั่วตัว 7) คนที่มีกระตั้งแต่อายุน้อยๆ มักมีประวัติที่มีคนในครอบครัวเป็นกระ หรือมีประวัติออกแดดกลำแดดบ่อยหรือเล่นกีฬากลางแจ้งแดดเปรี้ยงๆเป็นประจำ 8) กระทั้ง3ชนิดที่ว่า คนไข้มักไม่มีอาการและไม่จำเป็นต้องรักษา จะเอาออกก็เพื่อความสวยงามเป็นเหตุ 9) กระแดดและกระลึก ได้ผลดีโดยการรักษาด้วยเลเซอร์ Q-switched Nd:YAG หรือเลเซอร์ Q-switch […] Read more…

[FAQ] ทิศทางด้านความงาม

  26 กพ 55 วันนี้ขอทวิตไกลจากเซี่งไฮ้ ผมมาประชุมในฐานะคณะที่ปรึกษาของบริษัทเลเซอร์ซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองของโลก มีส่วนแบ่ง 39%ของตลาดเลเซอร์โลก 1) ทิศทางด้านความงามจะลุกคืบลงจากบริเวณใบหน้าลงไปบริเวณลำตัว โดยเฉพาะด้านการกระชับส่วนสัดและกำจัดไขมันส่วนเกิน 2) ตอนนี้ในไทยมีวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดที่ใช้กระชับส่วนสัด+กำจัดไขมันส่วนเกิน2เทคนิคคือ 1RF (Radiofrequency) 2Cryolipolysisคือสลายด้วยความเย็น 3) อีกไม่นานจะมีอีดเทคโนโลยีในการกำจัดไขมันส่วนเกินด้วยคลื่นเสียงอัลตร้าซาวน์ ซึ่งเป็นคนละชนิดกับอัลตร้าซาวน์ที่ใช้ในการวินิจฉัยโรค 4) นอกจากนี้ยังจะมีเครื่องเลเซอร์ที่ใช้สลายไขมันโดยไม่ต้องเจาะรูเพื่อสอดสายเลเวอณ์เข้าไป เพียงแต่ยิงเลเซอร์ผ่านผิวหนังไปสลายไขมันโดยไม่มีแผล 5) ฝ้าเป็นปัญหาหลักที่แก้ไขยาก+ไม่มีวิธีการรักษาที่ได้ผลดี+ได้ผลถาวร มียาทาฝ้าตัวใหม่ที่ยังไม่มีในไทย ผมได้รับมอบหมายให้ทำงานวิจัยยานี้ในไทย 6) งานวิจัยเรื่องฝ้า2เรื่องที่ผมจะนำไปทำที่ศิริราช เรื่องหนึ่งเป็นยาทา+เลเซอร์ อีกเรื่องเป็นเลเซอร์ล้วนๆ สนใจสอบถามที่ศูนย์เลเซอร์ 024199922 7) คณะผู้เชี่ยวชาญทุกคนเห็นตรงกันว่าการตั้งค่าพลังงานเลเซอร์เพื่อใช้ในคนไทยไม่เหมือนกับพลังงานที่ใช้ในฝรั่งฉะนั้นคุณควรรักษากับหมอที่รู้จริง 8) เลเซอร์ที่ใช้เจาะรูผิวเป็นรู้เล็กๆเล็กจนตาเปล่ามองไม่เห็นต่อไปจะมียาทาหลายชนิดที่จะมาใช้ทาทันที่ทำเลเซอร์ชนิดนี้เพื่อให้ยาเข้าไปดีขึ้น 9) อย่าคิดว่ายาทา+ครีมบำรุงที่มีอยู่ในปัจจุบันทาแล้วทุกตัวจะซึมลงผิวหนังได้หมด อย่าลืมว่าหน้าที่ของผิวคือปกป้องไม่ให้สิ่งแปลกปลอมเข้าร่างกาย 10) การใช้เลเซอร์เจาะรูขนาดเล็กมากๆที่ผิวเหมือนเป็นการเปิดประตูผิวให้ยาซึมเข้าไปดีขึ้น มียาทาหลายอย่างที่อยู้ระหว่างการวิจัยนี้เช่นยาทาฝ้า 11) เสร็จสิ้นภาระกิจไป1ประเทศ next stopคือเวียดนาม weekหน้าเพื่อร่วมทีมแพทย์อเมริกันไปรักษาเด็กที่มีปานแต่กำเนิดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย Source: @DrWoraphong ‘s Twitter View :3807Tweet Read more…

เชิญฟังสัมนาด้านความงามครั้งแรกในประเทศไทย กับหัวข้อ การสลายไขมันด้วยความเย็น ! จาก iSKY

  มาบอกลาไขมันกันเหอะ!!! มาแล้ววววว สัมนาด้านความงามครั้งแรกในประเทศไทย กับหัวข้อการสลายไขมันด้วยความเย็น จาก iSKY Center รพ.วิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล หนองแขม จำได้ไหมมมมพินนี่บอกไปในบล็อกพินนี่อยู่ ประมาณสามหน ว่าเร็วๆจะมีจัดสัมนาเกี่ยวกับความงามครั้งแรกในประเทศไทย และเวลานั้นมาถึงแล้วค่ะ สำหรับสาวๆ ที่กำลังรอคอย อยากหาข้อมูลก่อนทำ ครั้งนี้โอกาสดีๆ มาถึงแล้วนะคะ ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยนะ พินนี่ขอ เชิญทุกคนๆๆๆๆๆ เข้าร่วมฟังสัมมนาและการสาธิตการสลายไขมันสดในงานสัมนา กับ งานสัมมนา บอกลาไขมัน กับการสลายไขมันด้วยความเย็น (  Zeltiq ) จัดโดยศูนย์ผิวหนังและศัลยกรรมเลเซอร์ ไอสกาย iSKY Center วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2555 ช่วงบ่าย ณ ห้อง Lotus 5-6 Centara Grand : Central World รับเพียง 70 ท่านเท่านั้นนะคะ รีบลงทะเบียนด่วนๆๆๆๆๆ นอกจากนี้แล้วทุกคนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมงานยังมีสิทธิ์ลุ้นสลายไขมันด้วยความเย็น 1 จุดฟรี ทั้งหมด 3 […] Read more…

1 2