งานแถลงข่าว Sansiri Social Commerce

ถูกจัดขึ้นที่ร้าน โคอิ [Koi BKK) ซอยสุขุมวิท 20

5.30 – 9.30 PM ของวันที่ 11 มกราคม 2554 ค่ะ

Invited by Facebook (@Dhanis)

แม้เป็นการเชิญร่วมงานแถลงข่าวของชาวการตลาดแบบไม่เป็นทางการ แต่ก็กลับได้รับความสนใจและตอบรับมาก เพียงแค่วันเดียวก่อนเริ่มงานค่ะ

http://www.facebook.com/#!/event.php?eid=184275054933135

เนื้อหาของงานจะ เกี่ยวกับการที่ Sansri จับมือกับ Ensogo Thailand ทำการค้าออนไลน์บน Social Commerce

โดยเป็นแคมเปญของแสนสิริในการจับมือกับ Ensogo.com มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การพูดคุย จากผู้เชี่ยวชาญ และผู้ร่วมงาน ก็มีจาก Blogger, Twitter, Advertising Agency, Marketing บริษัทชั้นนำ

ส่วนจำนวนผู้ร่วมงานก็มีเท่าที่กะเอาจากสายตาก็น่าจะอยู่ที่ ประมาณ 100 คนค่ะ


กลไกด้านการตลาดบน Social Commerce ของแสนสิริคือ

มี Gift Voucher ในการคลิกเพิ่มมูลค่าบัตรเพื่อใช้เป็นส่วนลดซื้อบ้านจากแสนสิริในแคมเปญการตลาด Instant Living โดยในงานนี้ได้มีการเปิดตัวโลโก้ใหม่ของแสนสิริ ซึ่งแสนสิริเอง มี Social Network ให้กับลูกบ้านคือ บัตรสมาชิกของลูกบ้าน และSansiri Family Facebook.com/sansirifamily

งานนี้ก็ได้พบกับ กูรู ด้านดิจิตอล และโซเชียลคอมเมิร์ซ มากมาย ที่มาร่วมแชร์ข้อมูล ทัศนะ และแบ่งปันประสบการณ์การตลาดโซเชียลคอมเมิร์ซ ทั้งในและต่างประเทศ ค่ะพร้อมร่วมสังสรรค์ และแบ่งปันประสบการณ์ของผู้ร่วม งานด้วยกัน พิเศษสุด คือ มีร่วมชิง Samsung Galaxy Tab ฟรีสำหรับผู้ร่วมงานด้วยค่ะ และพบกับ Sansiri Deal พิเศษบน Ensogo.com ที่พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของในราคาลดพิเศษกว่า 90% รวมทั้งสิ้น 10 เครื่องแหนะ!

Panelists

Sansiri: คุณสมัชชา พรหมศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ผู้ขับเคลื่อนให้ Sansiri Digital คงความเป็นผู้นำด้านการตลาดดิจิตอลในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาโดยตลอด

Ensogo: คุณทอม ศรีวรกุล, กรรมการผู้จัดการและผู้ร่วมก่อตั้ง Ensogo.com เว็บไซต์โซเชียลคอมเมิร์ซอันดับ 1 ของไทย

Tarad.com: คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ, @pawoot ผู้ก่อตั้ง Tarad.com ผู้เชี่ยวชาญด้าน e-marketing นักเขียน อาจารย์ และที่ปรึกษา ด้วยประสบการณ์มากกว่า 10 ปีในการทำ e-marketing ในเมืองไทย

Tiwa York – Director, Platforms. Omnicom Media Group @Tiwa ผู้เชี่ยวชาญและคร่ำหวอดในวงการอินเทอร์เน็ตและดิจิตอลในเมืองไทย ผู้ก่อตั้ง Web Wednesday Thailand


พี่ปอง @jakrapong + @nuishow (ขอขอบคุณภาพจาก @kafaak ค่ะ และชาว twitter)

#eveninggreentea กับ จักรพงษ์ คงมาลัย – mr. #morninggreentea @jakrapong ซึ่งเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีสำหรับชาวทวิตเตอร์ที่มารับข้อมูลการตลาดดิจิตอลแบบเชิงลึกกันทุกเช้า ซึ่งครั้งนี้ คุณปอง จักรพงษ์ จะลองมาให้ข้อมูล ความรู้เรื่องโซเชียลคอมเมิร์ ซกันตอนเย็นๆ บ้าง คุณปองเคยร่วมงานกับ Yahoo SEA และ Samsung และเป็นนักเขียนด้าน digital marketing & social commerce ให้กับนิตยสาร positioning ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง online commuity manager, True Corp.

@mimee อรนุช เลิศสุวรรณกิจ นักเขียน (ล่าสุด Marketing 2.0), blogger ด้าน social media, mobile marketing ผู้หญิงเก่งท่านนี้ เป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มชาวดิจิตอล โดยเฉพาะบนทวิตเตอร์ ครั้งนี้ คุณอรนุชชวนคุณมาทำความรู้จักกับ เว็บ โซเชียล คอมเมิร์ซ ระดับโลก น้องใหม่อย่าง boutique.com by Google กันและการตลาดแบบ Storefront Social ที่กำลังระบาดอยู่บนเฟซบุ้ค และว่ากันว่า สามารถสร้างรายได้ดีจนหลายๆ คนหันหลังให้งานประจำ มาทำธุรกิจแนวนี้กันอย่างจริงจัง

การเชื่อมโยงการขายสินค้าออนไลน์กับสินค้าและบริการบน  Social Commerce คือการทำธุรกิจที่เชื่อมโยงเครือข่าย Social และ Business เข้าด้วยกัน

การทำตลาดบน Social Commerce ของแสนสิริ มาพร้อมแนวคิดของ Instant Living ชีวิตแบบกึ่งสำเร็จรูป เน้นความง่าย

และยังได้ เปลี่ยนโลโก้ เพื่อแสดงถึงความก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นไป สูงขึ้นไปเรื่อยๆอีกด้วยค่ะ

ซึ่งการทำตลาดในส่วนของ Groupon ก็คือใช้ระบบของ Ensogo ทำรายการส่งเสริมการขาย Deal ให้แบรนด์ได้สื่อสารกับผู้บริโภค ซึ่ง Ensogo ถือเป็น Social Commerce อันดับหนึ่งของเมืองไทย โดย Ensogo = Environmental Social Governance คือเป็นการนำสภาพแวดล้อมของการซื้อขายมาทำการตลาดโดยไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียด เป็นความพึงพอใจ และการบอกต่อบน Social Network ไม่มีการโฆษณา เพื่อนบอกต่อกันเอง โดยแสนสิริ ใช้คูปองเป็น Gift Voucher ช่วยเพิ่มมูลค่าในการซื้อขายสินค้า และมอบดีลซื้อบ้าน พร้อมส่วนลดอีก 5% จาก Instant Living

นอกจากนี้ อนาคตของ Social Commerce ยังไปได้อีกไกลทีเดียวค่ะ เพราะได้ผสาน  Mobile และ Location based นั่นหมายถึงว่า เราจะไม่พูดถึง E-Commerce อีกต่อไป เพราะปี 2011 นี้ เราจะเป็นยุคของ Social Commerce โดยเฉพาะการที่ Mobile Internet เข้ามา มีการนำ Location-Based มาใช้ นั่นหมายถึงว่า หากลูกค้าอยู่ที่ไหน ต้องการอะไร แบรนด์ต้องไปเสิร์ฟให้ถึงที่

ตัวเลขที่น่าสนใจอีกอันก็คือ การ Deal ของผลิตภัณฑ์ Narai Pizzaria ได้นำเสนอ deals 5820 ดีล บน ensogo แสดงให้เห็นถึงความสนใจในการทำตลาดของสินค้าในกลุ่มประเภทอาหาร

นอกจากนี้ บริษัทต่างๆ อย่าง Facebook Places ที่สนับสนุนการใช้งาน Location-Based ก็จะพาให้ social commerceเติบโตในปีนี้ เพราะในต่างประเทศหลายๆแบรนด์นำเอาเทคโนโลยีของ Social Commerce +Mobile + Location-Based เข้ามาใช้ เพราะตอนนี้ จำนวนผู้ใช้ Mobile มากกว่าจำนวนประชากรแล้ว นั่นแสดงให้เห็นว่า ผู้ใช้รายหนึ่ง มีหมายเลขโทรศัพท์ใช้งานมากกว่า 1 หมายเลข ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Mobile Internet หรือการสื่อสาร

ยุคของการขายสินค้าในตอนนี้ ไม่ใช่การโฆษณา ไม่ใช่การฟังสิ่งที่แบรนด์ตอกย้ำ (หรือยัดเยียด) แต่จะเป็นการบอกต่อของเพื่อน ผู้ซื้อจะเชื่อเพื่อน มากกว่าเชื่อแบรนด์ และเป็นสังคมที่เชื่อมโยงกัน รีวิวสินค้ากันเอง ดีไม่ดี ก็บอกต่อกันเอง จากสถิติ เพื่อนมีผลในการตัดสินใจซื้อมากถึง 130% เมื่อเทียบกับช่องทางอื่น เช่นการโฆษณา ที่ทำได้แค่เพียงให้ข้อมูลสินค้า

แบรนด์ที่ทำ Social Commerce ต้องเข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไร ต้องตอบสนองอะไรเขา โดยดูจาก Feedback ที่รวดเร็วบน Social Network

พลังการบอกต่อ

การทำ Deals ของ Social Commerce อย่าง Ensogo นั้นคือจ่ายเฉพาะส่วนที่ขายได้ นั่นหมายถึงว่า จ่ายเฉพาะส่วนที่ขายได้ตามดีลที่กำหนด สิ่งใดขายไม่ได้ก็ไม่ต้องกังวล ของดีๆลูกค้าจะบอกต่อกันเอง เพราะมันคือการ conversion คือให้ลูกค้าที่สนใจ สนทนากันเอง รีวิวกันเอง บอกเล่ากันเอง แล้วแนะนำร้านกันเอง เมื่อมีการสนทนา ก็เกิดเป็น conversation บนสังคมออนไลน์ และมีการรีวิวจาก User กันเอง รีวิวกันเอง บอกต่อกันเอง ไม่ได้เชื่อโฆษณาอีกต่อไป  มี Influencer ช่วยบอกต่อ มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ

ตอนนี้ทุกคนมีสื่อเป็นของตนเองบน Social Network ทุกคนสามารถทำ Blog, webboard ของตัวเอง แชร์เว็บที่สนใจ เนื้อหาที่ชอบบน Facebook เชื่อหรือไม่ว่ามีการบอกต่อ แชร์เนื้อหาบนอินเทอร์เน็ตมากถึง 44% แล้ว ไม่มีใครแล้วล่ะค่ะที่ไม่แชร์ หากเนื้อหามันน่าสนใจจริงๆ ดังนั้น Social Network จึงเข้ามาช่วยเป็น Social Media ที่บอกต่อบน Social Network บน E-Commerceค่ะ

ยอดขายหลายๆบริษัทเองก็ เติบโตขึ้นมาจาก เอานำเอา social media มาช่วยในการบอกต่อ การแชร์ การพูดคุย สนทนากันเองทำให้ความต้องการนั้นเติบโตขึ้นเองจากการบอกต่อของเพื่อน

ต่อไป แนวโน้มในประเทศไทยจะไม่ใช่ e-commerce แล้ว แต่จะกลายเป็นการให้ลูกค้า connect เชื่อมโยง ติดต่อ รีวิว บอกต่อกันเอง ตรงนี้ถือว่าน่าสนใจและสื่อต้องปรับตัว

รูปแบบการทำตลาดแบบ Groupon ก็คือการติดต่อร้านที่ต้องการเข้าร่วม และทำโฆษณาให้ ผ่าน Website, Social Media ในการเสนอราคา จุดเด่นคือราคาที่ถูกกว่าตลาดปกติถึง 50 เปอร์เซนต์ จากนั้นจะประชาสัมพันธ์เป็น Deal of the Day คือมีดีลพิเศษทุกในไม่ซ้ำกัน ต้องติดตามกันเอง บอกต่อกันเอง มีการชวนเพื่อนมาซื้อ มีค่าแนะนำเพื่อนให้ ต้องรวบรวมคนซื้อให้ครบตามจำนวนที่กำหนด หรือใช้ในช่วงเวลาที่กำหนด โดยมีตัวกลางอย่าง Ensogo และหลายๆเว็บไซต์

ประโยชน์ที่ได้รับคือการบอกต่อสินค้าและบริการ รู้จักสินค้าและบริการมากขึ้น ได้รับส่วนลด นำเสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการ

ตอนนี้ เรียกว่า F-commerce เพราะนำเอา Facebook มาช่วยในการขายสินค้า ไอเดียคือ ทำไมต้องแวะเข้าไปในเว็บไซต์ให้เสียเวลา ไหนๆเข้า Facebook  แล้ว สนใจสินค้าก็ซื้อได้จากบน Facebook เลย ไม่ต้องโหลดเว็ปให้เสียเวลา โดยนำเอา social commerce ช่วยยกระดับการซื้อขายออนไลน์ให้ง่ายขึ้น โดยใช้ Social Technology เข้ามาผสานกัน

eWinWin.com

เองก็เป็น Social Buying Platform ที่สร้าง Group Deals แบบออนไลน์และขายตรงใน Communities Fan และมี Social Network สร้าง Group Buying มีอิทธิพลในการซื้อสินค้า พวกเขาสามารถบอกต่อ Deals ให้กับเพื่อนๆบน Facebook, Twitter, Social Networking ได้ สร้าง Viral บน Social network ได้ http://ewinwin.com

Gilt.com อยากได้สินค้าแบรนด์เนม หรูหราไฮโซ แต่ยากจน เฉพาะสมาชิกจะได้ส่วนลดราคาพิเศษ

สำหรับการซื้อสินค้าบน Social Commerce คือ Connect where they buy, and buy where they connect รู้ว่าลูกค้าชอบอะไร และรู้ว่าลูกค้าซื้อสินค้าที่ไหน และที่ไหนที่มีลูกค้าอยู่ รู้ว่าลูกค้าอยู่ตรงไหน ไปตั้งร้านที่นั่น

View :5757