อะแฮ่มๆ ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆว่าจะได้มีโอกาสมีเวลามานั่งรีวิวครีมทาตัว เนื่องจากว่าเวลาก็ไม่ค่อยจะมีอ่ะนะ= =” หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยมีความพยายามอยากจะรีวิว เบส กับ water cream foundation กับ Liquid Foundation แต่ดันเป็นหมันไปซะก่อน ด้วยเหตุบางประการ = =”

ที่มาของรีวิวนี้ก็อันเนื่องมาจากเดือนมีนาีที่่ผ่านมาเนี่ย (ที่เป็นเดือนเกิดพินนี่เนี่ยละ) มันอากาศ It’s a แปรปรวนมาก ทำให้สภาพหนังหน้าและหนังตัวของอิชั้น เกิดอาการปรับร่างกายมิทัน – -” อยู่ๆก็เกิดหนาวแบบจับจิตขึ้นมา(หลายๆคนคงนึกสภาพอากาศตอนนั้นออกนะคะ เนื่องจา่กว่าแฟชั่นเกาหลี หนีห่าว ใส่ผ้าพันคอขนๆ เสื้อขนมิ้งค์นี่ใส่กันให้รึ่มราวกับหิมะตกแถวสยามสแควร์ก็ไม่ปานมันออกมาเพ่นพ่านเต็มไปหมด) = =” อันตัวข้าน้อยจึงมิอาจจะทนทานต่อสภาพอากาศอันเหือดแห้งเช่นนั้นได้อีกต่อไป ซึ่งปกติแล้วเนี่ย พินนี่ไม่ชอบทาครีมทาตัวหรอกนะ เพราะรู้สึกว่ามันเหนอะหนะมากๆ ครีมหนักๆ ทาแล้วไม่สบายตัว คือถ้าไม่หนาวจริงๆ จนผิวแตกทนไม่ได้ หรือเป็นขุยๆ เกล็ดงูเนี่ยก็คงไม่คิดจะทาเลย ซื้อยังไม่อยากจะซื้อเลยเอ้า พูดกันตรงๆ= =”

ขอออกตัวก่อนว่า ตัวที่จะรีวิวเนี่ยนะ “ได้มาจากคนอื่นอีกที” ไม่ได้เสียเงินซื้อเองค่ะ แต่ไม่ใช่เพราะอิชั้นงกนะฮ้าาาา แต่เป็นเพราะมันยังไม่มีขายในเมืองไทยตะหาก เลยต้องเอามารีวิวชิงตัดหน้าขอเป็นนัมเบอร์ 1 ในเมืองไทยซะหน่อย(เกี่ยวมั้ย?)

แต่อนิจจา….ด้วยความที่”เพราะว่าเราห่าง……ไกลกันเหลือเกินนนนน~~” (รึป่าว) ครีมมันเลยมาถึงไทยเมื่อ………………”ลมหนาวมันได้จากพวกเราไปเรียบร้อยแล้ว” (เอริ่ม – -“) แต่เอาเถิด ก็ดีเหมือนกันจะได้ลองประสิทธิภาพในอีกรูปแบบว่านอกจากจะช่วยเรื่องผิวแตกแห้งกร้านแล้ว เวลาอากาศร้อนๆแล้วทาเนี่ยมันจะเหนอะมั้ย ? เพราะอากาศประเทศไทยเราเนี่ย ร้อนชื้น(มากๆ) ถ้าทาแล้วเหนอะ เห็นทีอิชั้นคงต้องบอกลาเหมือนกันเพราะทนความเหนอะไม่ไหว= =”

จริงๆ ก่อนหน้านี้เคยใช้นีเวียสูตรเก่า(มากๆ) ฝาน้ำเงินน่ะ (เก่าเนอะ บ่งบอกอายุหมดเลยอร๊ายอาย-*-) ซึ่งถ้าเทียบเนื้อครีมทาตัวสูตรนั้นของนีเวียกับ ครีมตามท้องตลาดทั่วไปก็จะพบว่าเนื้อครีมมันเหนียวเหนอะหนะแล้วก็หนักผิวมากเลยทาแล้วไม่สบายตัวด้วย(แต่ผิวชุ่มชื้นนะ) แต่แค่ไม่สบายตัวอ่ะ

แต่……………… ที่ต้องมาเขียนblog วันนี้ก็เพราะ เฮ่ย แปลกใจมากที่ นีเวียรุ่นนี้ที่ได้มาเนี่ยนะมันผิดแปลกไปจากที่เคยคิดและเคยใช้(เมื่อกี่ปีมาแล้วก็ไม่รู้นะ) มากๆเลยล่ะ ก็เลยไปสืบเสาะมาว่ามันมีส่วนผสมอะไรบ้าง ขอเสริมนอกเรื่องนิดนึงว่า เด๋วนี้จะซื้อจะใช้อะไร ควรดูส่วนผสมนิดนึงนะคะ แนะนำกันก่อนเลยข้างขวดข้างกระป๋องเนี่ยดูให้หมดนะ นอกจากจะดูวันหมดอายุแล้วควรดูส่วนผสมให้ดีด้วยค่ะ ทั้งของกิน ของใช้ เครื่องสำอางค์ต่างๆ

เวิ่นนอกเรื่องเยอะและ กลับมาต่อกันที่ส่วนผสมของbody lotion ตัวนี้ก่อนนะคะ จากการอ่านข้างขวด ก็พบว่า HYDRA IQ มันไม่ใช่ชื่อสินค้า = =” หลงโง่อยู่นาน ไม่ใช่ชื่อซีรีย์ยี่ห้ออะไรของนีเวียด้วย แต่ดันเป็นชื่อของนวัตกรรมอะไรซักอย่างเนี่ยละ ก็เลยเปิดไปดูเว็บของนีเวีย(ต่างประเทศ)+ search ใน google เพื่อศึกษาก่อนว่าเจ้า Hydra IQ น่ะมันคืออะไร? น่าจะเกี่ยวกับอะไรน้ำๆเนี่ยละ สุดท้ายก็เลยได้คำตอบมาแบบนี้ ตามมาดูกันค่ะว่ามันคืออะไร?

จากการอ่านคร่าวๆ ในเว็บนะ เค้าก็จะบอกว่า Hydra IQ เนี่ยมันเป็นนวัตกรรมที่ หมายถึงสารตัวหนึ่งที่อยู่ในนีเวีย บอดี้โลชันโดยเจ้า Hydra IQ ตัวนี้มันก็จะช่วยในเรื่องการทำงานและเพิ่มจำนวนของช่องน้ำในผิว ทำให้การส่งผ่านน้ำในผิวดีขึ้น ผิวจึงชุ่มชื่นได้ดีขึ้น

นีเวียบอดี้โลชันตัวนี้มี Hydra IQ ที่ช่วยเรื่องการทำงานของช่องน้ำด้วย จึงซึมซาบเร็วและผิวชุ่มชื่นยาวนานกว่า (เค้าว่าแบบนั้นนะ จริงไม่จริงก็ต้องมาลองกันอีกที) นอกจากนี้แล้วพอไปอ่านๆ ดูตามเว็บบอร์ดต่างประเทศที่เห็นมีคนเค้าเอามาเขียนๆกันก็เห็นมีคนเค้าแนะนำมาด้วยว่าถ้าจะทาให้เห็นผลชัดๆเนี่ยต้องทำตามนี้คือ

  • หากมีผิวแห้งเป็นขุย ผิวเหมือนเกล็ดงูให้ลองทาแล้วดูผลหลังทา 24 ชั่วโมง หรือก่อนอาบน้ำว่าเป็นยังไง
  • หรือแม้แต่ลองใช้กับจุดที่มีความหยาบกร้านและแห้งกร้านกว่าส่วนอื่น เช่นข้อศอกหัวเข่า ตะปม และให้สังเกตการเปลี่ยนแปลงของผิวบริเวณนั้นว่านุ่มขึ้นบ้างไหม
ลองไปเปิดอ่านดูของต่างประเทศก็ได้ค่ะเห็นมีคนรีวิวเอาไว้อยู่3-4 blog นะ เอาล่ะทีนี้ก็ได้เวลาทดลอง… พินนี่ลองใช้อยู่ประมาณสองสามวันได้แล้วล่ะค่ะ ทาตอนเช้ารอบนึง แล้วก็ก่อนนอนอีกรอบนึง เรามาดูทีละเรื่องดีกว่านะ สุดท้ายจะได้ให้ดาวกันได้ถูกว่า จะโหวตให้คะแนนเท่าไหร่ดีว่า สำหรับตัวนี้แนะนำหรือไม่แนะนำ ?


เริ่มที่ลักษณะเนื้อครีม

เนื้อครีมมีลักษณะค่อนข้างยืดหยุ่น แล้วก็เหลวมากกว่า ครีมนีเวียรุ่นปกติทั่วๆไปแบบที่วางขายกันอยู่ค่ะ

กลิ่น

ในเรื่องของกลิ่นสอบผ่านนะ ส่วนตัวคิดว่ากลิ่นหอมอ่อนๆแบบนี้ ทำให้ดมแล้วไม่เวียนหัว หมายถึงทาไปแล้วไม่เวียนหัวน่ะค่ะ ปกติ body lotion บางยี่ห้อเนี่ย ใส่น้ำหอมซะแทบทาไม่ได้เลย ทาไปแล้วเวียนหัวจะเป็นลม บางทีปวดไมเกรนไปสามวันเลยก็มีจะใส่อะไรเยอะแยะไม่รู้

ผิวสัมผัส

ในเรื่องของผิวสัมผัสหรือ texture เวลานำมาทาบนตัวแล้วเนี่ยรู้สึกโอเคเลยนะ มันดูเบาๆ ไม่หนักดี อาจจะเป็นเพราะว่ามันมีส่วนผสมของน้ำอยู่เยอะหรือเปล่าก็ไม่รู้เหมือนกันนะแต่คิดว่าน่าจะใช่แหละ เพราะขนาดliquid foundation ที่มีส่วนผสมของน้ำเยอะมันยังไม่หนักหน้าเลย คงหลักการเดียวกัน

การซึมซาบเข้าสู่ชั้นผิวหนัง

สำหรับการซึมซาบเข้าสู่ผิวหนังยังถือว่า “ค่อนข้างช้า” กว่าบางยี่ห้อที่เคยได้ลองมาค่ะ ต้องถูวนๆ หลายๆรอบหน่อยขนาดว่าพินนี่ผิวแห้งมากนะ อันที่จริงถ้าผิวแห้งมากมันต้องดูดครีมเร็วกว่าผิวธรรมดาปกติจิ= =” แต่อันนี้ก็ถือว่าดูดซึมค่อนข้างช้าค่ะ (หรือเราใจร้อนไปไม่รู้เหมือนกันนะ)

ความรู้สึก(ส่วนตัว)

อันดับแรกเลยนะคือ  โดยรวมรู้สึกประทับใจHydra IQ ตัวนี้นะ เพราะ
  • ทาทั้งวัน แม้อากาศร้อนชื้นก็ไม่เหนียวเหนอะหนะ อันนี้ได้มาจากการทดลองใช้ครีมส่วนตัวเป็นเวลาสองถึงสามวันที่ผ่านมาเนี่ยล่ะ เพราะอย่างที่บอกข้างบนอ่ะค่ะ ว่าไม่ชอบที่สุดคือครีมที่ทาแล้วหนักๆเหนอะๆ ซึ่งตัวนี้ตอบโจทย์เรื่อง บางเบานะ
  • ความรู้สึกส่วนตัวมันบอกว่า ครีมตัวนี้มันเพิ่มความชุ่มชื่น แบบมันรู้สึกว่าชุ่มชื่นอยู่ในผิวอ่ะค่า บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าเป็นยังไง = =” อธิบายยากแฮะ แต่ถือว่าตอบโจทย์เรื่องการให้ความชุ่มชื่น ตามที่เค้าเคลมไว้นะ
  • กลิ่นหอมอ่อนๆ ในช่วงแรกนี่สอบผ่านนะคะ ไม่เวียนหัวและรู้สึกดีเลยทีเดียวแหละแต่ ประเด็นคือ กลิ่นมันอยู่ไม่ทน ทาไปแป๊ปเดียวไม่ถึงสองชั่วโมงกลิ่นจะจางหายไปหมดเลย สำหรับคนชอบกลิ่นหอมอ่อนๆ คงโอเคค่ะ แต่สำหรับคนที่ชอบกลิ่นที่ติดทนนาน ในจุดนี้อาจจะยังไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่
  • texture ที่เหลวๆ นี่ส่วนตัวชอบนะคะ เพราะมันไม่ชอบหนาๆ หนักๆแบบที่บอกไป แต่สำหรับคนที่ไม่ค่อยชอบพวกครีมเหลวๆนิดนึงอาจจะไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่แต่จะบอกว่าจริงๆมันก็ไม่ได้เหลวอะไรมากมายนะ แค่ไม่หนาหนักเท่าครีมทั่วๆไปเท่านั้นเอง
  • การซึมซาบเข้าผิวหนังเนี่ย อาจจะเป็นปัญหาสำหรับพินนี่นิดหน่อยนะ เพราะพินนี่ชอบประเภทที่ว่าทาปาดปรื้ดหนหรือสองหนก็กลืนไปในผิวเลย แต่อันนี้ต้องวนหลายๆหนหน่อยอาจจะไม่เหมาะกับคนที่ “ใจร้อน” แบบพินนี่ฮ่าๆๆ แต่มันก็ไม่ได้ซึมยากอะไรหรอกนะคะ แต่แค่พินนี่ชอบอีกแบบนึงมากกว่าเท่านั้นเอง (จริงๆนะ) = =”

Ranking : ♥ ♥ ♥ ♥

พินนี่ให้ Ranking ที่หัวใจสี่ดวงแล้วกัน หักคะแนนตรงที่มันซึมช้า(อันนี้ความเห็นส่วนตัวนะคะ เพราะแต่ละคนอาจจะรู้สึกถึงการซึมช้าเร็วแตกต่างกัน) แล้วก็กลิ่นที่มันติดไม่ทนนาน เนี่ยละ นอกนั้นโอเคหมดนะ ไม่มีปัญหาอะไร ออกจะประทับใจด้วยซ้ำ ถ้าเข้าเมืองไทย จริงๆก็คงต้องขอบอกว่า สาวๆผิวแห้งทั้งหลาย เตรียมแหวกกระเป๋าเงินซื้อได้เลย เพราะกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีโดยไม่เหนียวเหนอะหนะเลย ว่าแต่…..ใช้ขวดนี้หมดแล้วมันยังไม่มีขายนี่ อิชั้นต้องฝากเพื่อนซื้อหรือหิ้วมาให้ไหมคะเนี่ย = =”

พินนี่ทำคลิปวีดีโอ เป็น Focus Group ที่ได้เอาไปให้เพื่อนๆ ได้ทดลองใช้นะคะ ได้ลองบอกความรู้สึกหลังใช้งานนะคะ ส่วนอีกวีดีโอ นึงที่จะทำมาให้ดูรอบหลังเนี่ยจะเป็นคลิปที่พินนี่ได้ลองใช้ 1 สัปดาห์นะคะว่า ความรู้สึกเป็นยังไง แล้วเนื้อครีมที่เห็นแบบวีดีโอเป็นยังไง นะคะ ^_^ ขอติดไว้ก่อนนะ แล้วจะมารายงานผลให้ฟังค่ะ ^_^ ด้านล่างนี้เป็นคำวิจารณ์ในแ่ง่ประทับใจจากเพื่อนๆที่ได้ลองใช้ค่ะ เจ้าของแบรนด์ได้ยินคงดีใจเนอะ ว่ามะ 🙂



12 APR 11 :

ขออัพเดท กันนิดนึงค่ะ พอดีแอบแว่บไปเปิดดู FB ของ Nivea มาเลยเพิ่งเห็นว่านีเวียเค้าย้ายบ้านใหม่ จาก Nivea lovers เป็น Nivea Thailand ค่ะ บ้านใหม่ไฉไลกว่าเดิม เห็นว่ามีกิจกรรมแจก ผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วย ต้องย้ายบ้านตามไปซะและ > < Click ที่รูปด้านล่างแล้วลิงค์ไปหน้า Fan Page ได้เลยนะจ๊ะ สาวๆ


View :7158