** CONSUMER REVIEW **

 

หลากหลายคำถามที่ถามกันมาว่า หัวหินมีไร่องุ่นด้วยเหรอ???? พินนี่มาเฉลยให้แล้วนะ 🙂 ลองอ่านกันดูจ้ะ

ภาคต่อจาก ทริป หัวหิน 9-11 เมษายน 2012 หลังจากที่ได้ไปกินอาหารเช้าที่ JM Cuisine ( อ่านบทความรีวิว JM Cuisine ) มาเราก็มุ่งหน้าต่อไปยัง ไร่องุ่น แห่งหนึ่งใน หัวหิน ตามคำบอกเล่าของท่านแม่พินนี่ที่เพิ่งกลับจากหัวหินก่อนที่เราจะมาเที่ยววันนึง และทริปทัวร์ ได้พาไปเที่ยวที่นี่ และแม่ก็ได้ซื้อ พวงองุ่นแบบไร้เมล็ด เม็ดเล็กๆ เป็นองุ่นเขียว กลับมาฝากด้วย 1 กล่อง ซึ่งชิมแล้วชอบมาก เลยเปลี่ยนแผนกันนิดหน่อย จากที่จะไปเที่ยวตลาดน้ำหัวหินสามพันนามก็เลยเปลี่ยนไป ที่นี่ แทน ไร่องุ่นที่นี่ ชื่อ Huahin Hills Vineyard ที่มีคำว่า Hill อยู่ด้วยเข้าใจถูกแล้วค่ะ มันเป็นเขาลูกเล็กๆ ที่เราต้องขับขึ้นไป ทางไป ถ้าคนไม่เคยไป รับรองว่าหลงแน่ๆ มีทางไปทั้งถนนใหญ่แบบเรียบๆ เดินทางสบาย และแบบที่เอิ่มมมม เข้าซอกหลืบ ถนนเป็นพระจันทร์ ดังนั้นต้องจด พิกัด GPS ไว้ให้ดีค่ะ ไม่งั้นนรกมาก (คอนเฟิร์ม) เพราะทริปนี้พินนี่และพี่บอย หลงไปทางที่ไม่ใช่ถนนใหญ่ค่ะ ไปได้เหมือนกันแต่ทรมานน่าดูกว่าจะไปถึง นึกว่าติดเกาะซะแล้ว ถ้าไปหลงตอนกลางคืนไม่สนุกแน่ เพราะแถวนั้นไม่มีไฟข้างทางเลย และมืดมาก ทางไปคือไปทางเดียวกับ วัดห้วยมงคลค่ะ ก่อนถึงไร่จะต้องผ่าน หมู่บ้าน คอกช้างและ โรงเรียนคอกช้างค่ะ ด้านล่างบทความมีให้โหลดแผนที่นะคะ 🙂

แต่ขอบอกว่า ถ้าฝ่าอุปสรรคในการเดินทางมาได้ จะรู้สึกว่า ไม่เสียใจเลยที่อุตส่าห์เดินทางมาไกลมาก และทางเข้าก็ไกลมาก เหมือนไปเท่าไหร่ก็ไม่ถึงซักที แต่พอถึงแล้วหายเหนื่อย วิวสวยมาก มากๆ รู้สึกกว้าง ขวาง ไม่อึดอัด ไม่มีตึกบังแบบในกทม. รู้สึกสดชื่น ชีวิต ไม่โดนอะไรขวางกั้น สบายยังกะบินได้แหนะ เอาล่ะ พาเดินทัวร์กันดีกว่า ค่ะ 🙂

 

ใน Huahin Hills Vineyard มีหลายโซนให้ท่องเที่ยวค่ะ มีให้ Booking Tour ด้วยโดยที่นี่ต้องทำการจอง ก่อนนะคะ ราคาตกคนละ 300 บาทสำหรับ Shuttle bus service

>> จองที่นี่ <<

>> รายละเอียดทัวร์ Package ที่นี่ <<

ในPackage Tour ก็จะมีไวน์ให้ มีกิจกรรมให้ทำ เช่น ขี่ช้าง ด้วยค่ะ หน้าเทศกาลต้องโทรมาจองโต๊ะก่อนนะคะ เพราะเต็มเอี๊ยดสุดๆ ค่ะ

กิจกรรมที่มี

  • Vineyard Tour
  • Bottle Paint (ทาสีขวดไวน์)
  • Petanque (เล่นเปตอง)
  • Bike Trail (ขี่จักรยานรอบไร่)
  • Elephant Ride  (ขี่ช้างชมวิว)

 

ที่จอดรถกว้างขวางดีค่ะ มีพนักงานของ PCS คอยดูแลรถให้แล้วก็ คอยถือร่มคันใหญ่กางกันแดด กันฝนให้เราด้วย  พอจอดรถเสร็จ เราก็จะเห็น The Sala หรือ เดอะ ศาลา ค่ะ เป็น ร้านอาหาร และที่ขายของฝาก ที่เข้าห้องน้ำ แล้วก็เป็นโซนที่ นั่งมองวิว ไร่องุ่นได้สุดลูกหูลูตา บริเวณรอบๆ The Sala ก็จะมี เถาวัลย์เป็นองุ่นพันไปมา พร้อมติดป้ายชื่อขององุ่นแต่ละชนิดให้เราได้ทราบ ว่าชนิดไหนเป็นชนิดไหน แต่ว่าห้ามเด็ดกินนะคะ ใครเด็ดปรับ 2,000 บาท รึไงเนี่ย อ้อลืมบอกไป Huahin Hills Vineyard เป็นของ Siam Winery ค่ะ ที่นี่มี พลอย เฌอมาลย์ เป็น Brand Ambassador ด้วยนะคะ

ทางเข้า The Sala

อันนี้เป็นบริเวณรอบๆ ของ The Sala ค่ะ สวยเนอะ

ถัดมาเป็นเถาวัลย์ องุ่นที่บอกค่ะ เท่าที่เห็นรอบๆ The Sala มีสามชนิด

  • Maroo Seedless
  • White Malaga
  • Loose Perlette Seedless

เนื่องด้วยวันที่ไป ไม่ได้ซื้อแพ็คเก็จไว้แล้วก็ฝนตกหยอมแหยม ตลอดทาง เลยคงไม่ได้ขี่ช้าง แถมเพิ่งจะอิ่มข้าวจาก JM Cuisine มา เลยกะว่าจะมาซื้อองุ่น ของฝาก กับถ่ายรูปเล่นแทน มีมุมให้ถ่ายเยอะค่ะ มันกว้าง มาก สมควรพาช่างภาพเก่งๆ รีเฟลค และกล้อง DSLR ไปถ่ายมากๆ มุมยอดฮิตก็ต้องมุมนี้เลยค่ะ ! ใครมาก็ต้องถ่าย มันสวยจริงๆ นะเหมือนอยู่เมืองนอก

ถ่ายรูปได้ไม่กี่รูปก็ปรากฏว่าฝนเริ่มตกอีกแล้ว เลยต้องตัดสินใจเดินเข้าไปรอโต๊ะใน The Sala ซึ่งก็รอประมาณหนึ่งค่ะ เนื่องจากมีคนรอก่อนหน้าเราเยอะเหมือนกัน ระหว่างนั้นเลยได้เดินไปถ่ายรูปเล่นภายใน The Sala ค่ะ พนักงานที่นี่น่ารักมากค่ะ ยิ้มแย้มตลอดเวลา ก็เลยขอถ่ายพนักงานมารูปนึง พอบอกให้ยิ้มก็ยิ้มให้เลย 🙂

ส่วนใหญ่ที่เห็น เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติค่ะ ซึ่งสังเกตจากรถยนต์ที่เห็นเป็นรถเก๋งนะ ไม่ใช่รถตู้ คงไม่ได้มาเป็นทัวร์ น่าจะมากันเอง มาเก่งมากอะ คนไทยยังไม่รู้เลยว่ามีอะ ฝรั่งมาจากไหนอ่ะเนี่ย รู้ได้ไง- -” ยังคงเป็นปริศนาต่อไป แต่ที่แน่ๆ เดินเข้ามาแทบไม่เจอคนไทยเลย

เดินไปเดินมาก็เจอกำแพงกำแพงนึง ที่มีกรอบรูปมากมายแขวนอยู่ พอมองไปใกล้ๆ ก็เห็นเป็นรูปดาราที่เคยมาที่นี่ค่ะ เต็มเลย มีทั้ง พลอย เฌอมาลย์ กับ ซอนย่า คูลลิ่ง ด้วย

เดินเข้าไปอีกหน่อยซ้าย มือ ก็จะเห็นมีแก้วไวน์ หลายๆ แบบวางขายอยู่ มีแยมองุ่นขาย มีขนมต่างๆ มีน้ำองุ่นขาย มีไวน์องุ่นขาย มีชาองุ่นขาย มีผ้ากันเปื้อนของที่นี่ขาย และขายอะไรอีกมากมายทีเดียวค่ะ น่ากินทั้งนั้นเลย

หันมาอีกด้านก็จะเห็นเป็นเก้าอี้สวยๆ ค่ะ 🙂 แต่มีแค่โต๊ะนี้โต๊ะเดียวนะ ที่สวยแบบนี้ นอกนั้นเป็นโต๊ะ ธรรมดาๆ ค่ะ

ระหว่างรอโต๊ะ ก็แว๊ปไปเข้าห้องน้ำซักหน่อย เป็นโรคจิตส่วนตัวที่ไม่ว่าไปที่ไหนจะต้องสำรวจห้องน้ำเป็นหลัก ไม่รู้ว่าทำไม เพื่ออะไร ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน แต่ห้องน้ำที่นี่โปร่งดีนะคะ ออกจะเซ็กซี่เกินไปด้วยซ้ำ เหอๆๆ เข้าแล้วหวิวๆ กลัวใครจะมามอง – -” จริงๆ ระหว่างทางไปห้องน้ำ ก็มีที่ให้นั่งรอด้วยล่ะค่ะ สำหรับใครที่เข้าห้องน้ำเสร็จแล้วต้องการรอเพื่อน หรือ รอ แฟน พ่อแม่พี่น้อง ก็นั่งรอที่นี่ได้เลย สวยด้วย นั่งสบายด้วย

มาถึงห้องน้ำหวิว ๆ กันค่ะ นั่งแล้วจะรู้สึกเหมือนไอ้ห้องข้างๆ มันจะชะโงกหน้ามาดูยังไงไม่แซ่บ เห็น ไอ้ซี่ๆ นั่นมั้ยคะ ? ถูก ค่ะ …. มันเหมือนห้องน้ำแบบเปิดเลยง่ะ – -“

อ่างล้างมือก็เท่ห์นะ กระจก เป็นกระจกยาวแนวตั้ง แบบที่พินนี่ชอบด้วย

สิ่งที่เก๋มาก ๆ อย่างหนึ่งของที่นี่ก็คือ ตรงเค้าน์เตอร์ คิดเงิน จะมี iPad ตั้งไว้ ทำเป็น Slideshow picture เป็นรูป การเก็บเกี่ยวองุ่น ผลองุ่น และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ขององุ่นที่นี่ รูปก็สวยมาก ดูแล้วอยากซื้อกลับทันที

ส่วนถ้าใครไม่อยากนั่งชมวิว ด้านบน ด้านล่างก็จะมีโซนนั่งเล่น แบบใต้เถาวัลย์ องุ่น ร่มมากทีเดียวค่ะ แล้วก็สวยด้วยล่ะค่ะ ได้ฟิวไปอีกแบบ

และแล้วเราก็ได้โต๊ะ ซะทีค่ะ โต๊ะที่ได้นั่งจะเห็นวิวไร่องุ่นชัดมากทีเดียวค่ะ

อาหารที่เราสั่ง ก็มี

  • สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า (ที่เห็นใน Tips Foursquare ว่ามีคนขับรถมาเป็นร้อยกว่าโลเพื่อกินสิ่งนี้เลยขอลองหน่อย)
  • Mixed Local Salad with Grape Dressing (สลัดผักรวมซอสองุ่น)
  • Grape Cheese Cake (ชีสเค้กองุ่น) แล้วก็
  • ชาองุ่น(เย็น) กับ น้ำองุ่นขาว

มาดูหน้าตากัน ว่าน่ากินแค่ไหน เริ่มที่ สปาเก็ตตี้คาโบนาร่าก่อนเลย สำหรับคาโบนาร่า ขอบอกว่าอร่อย แต่ว่ามันคนละแบบกับที่เคยกินมา ออกแนวข้นๆ ค่ะ เส้นหนึบๆ ดีค่ะ ไม่ถึงกับนิ่ม แต่ก็ไม่ถึงกับว่าแข็ง กำลังดี รวมๆ แล้วอร่อยนัวแหละ แต่กินนานๆ จะเลี่ยน จานใหญ่เหมือนกัน จานนี้ควรกินสองคนค่ะ ราคา 200 บาทค่ะ

Mixed Local Salad with Grape Dressing (สลัดผักรวมซอสองุ่น) อันนี้ ผักสดมากค่ะ กรอบกรุบๆ ส่วนน้ำสลัดองุ่นอร่อยมากค่ะ หอมๆ แต่เสียดายที่ให้มาน้อยไปหน่อย แล้วก็มะเขือเทศ นี่อร่อยมาก หวานสุดๆ ไปเลยค่ะ ราคาก็ 160 บาทค่ะ

ถัดมาเป็นน้ำองุ่นขาว ค่ะ สีจะขุ่นๆ หน่อย รสชาติหวานๆ แต่กึ่งๆ ไวน์หน่อย แต่หอมค่ะ อร่อยดี

สำหรับคนชอบ ชา ไม่อยากให้พลาด ชาใบองุ่นค่ะ อร่อยมาก หอมมาก นัวมากจริงๆ 

และสุดท้ายค่ะ แนะนำ !! ยังไงมาต้องสั่งให้ได้นะคะ เมนูนี้ คอนเฟิร์มความอร่อยค่ะ อร่อยระดับ 100กระโหลก ใครไม่เคยกินชีสเค้กที่อร่อยที่สุดในโลกขอเชิญมากินที่นี่ค่ะ กับ Grape Cheese Cake ค่ะ ตัวชีสเค้ก นุ่มลิ้นมาก ตอนจังหวะเอาเข้าปาก เหมือนมันจะละลายในปากได้เลยแล้วมันก็อบอวลอยู่ในนั้น มีความสุขมาก ส่วนบิสกิตด้านล่างก็ทำดีมากไม่แตกร่วน แต่เกาะกินกันดี เวลากินเข้าไปก็กรอบๆ กรุบๆ องุ่นที่โปะมาข้างบนก็หวานมาก สรุป จานนี้ห้ามพลาดค่ะ พลาดแล้วจะเสียใจ ราคา 160 บาทค่ะ

ราคารวมๆ ของมื้อนี้ 600 ปลายๆ เท่านั้นเองไม่ถึง 700 บาทค่ะที่นี่รับบัตรเครดิตต่อเมื่อ กินครบ 700 บาทนะคะ (สามารถรวมกับการซื้อของฝากได้ด้วย) ถ้าต่ำกว่านั้นต้องจ่ายเงินสดค่ะ สรุปแล้วคุ้มมากที่ได้มาเที่ยวที่นี่ น้ำองุ่นที่ซื้อกลับไปก็อร่อยมาก 1 กล่อง =12ขวด ราคา 740 บาท อยากบอกว่ามันเข้มข้นและอร่อยมาก แยม กระปุกละ 120 บาทที่ซื้อมาก็อร่อยเหาะ ค่ะ สรุปว่าปลื้ม หนหน้ามีโอกาสจะมาอีกค่ะ แต่ถ้าจะซื้อองุ่นเป็นพวงๆ ที่นั่นเขาบอกว่าควรไปก่อนเดือนเมษาค่ะ ไม่งั้นมันจะหมดแหละ ไม่มีให้กิน เนื่องด้วยฤดูกาล ด้วยเทศกาลวันหยุดแล้วก็อะไรหลายๆ อย่าง ยังไงอยากแนะนำให้ไปค่ะ ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวแหล่งใหม่ในหัวหิน เปลี่ยนความจำเจกับการเดินตลาดโต้รุ่ง หรือเพลินวาน ไปเดินชิวๆ ที่ไร่องุ่นกันดีกว่า 🙂 เนอะ ใครไปเที่ยวตามรอยพินนี่มาแล้ว อย่าลืมมาเล่าให้ฟังมั่งนะ ว่าเป็นไง ชอบหรือเปล่า 🙂 ไม่แน่ว่าหนหน้าเราอาจจะได้เจอกันที่นั่นก็ได้นะ 🙂  >> ดูรูปเต็มๆ ได้ที่นี่ <<

UPDATE MENU

ได้มีโอกาสกลับไปทานที่นี่อีก เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา และมีหลายเมนูที่ได้ทานเพิ่มเลยอยากมาอัพเดทให้น้ำลายสอกันค่ะ อิอิ


เริ่มต้นที่ ไอศกรีม ซอร์เบท องุ่นค่ะ ไอศกรีมตัวนี้จะมีความเปรี้ยวจากองุ่น และความเปรี้ยวจากโยเกิร์ตที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว เสิร์ฟพร้อมกับ โคนแบบ โฮมเมด ไอศกรีมเค้าตักให้ก้อนใหญ่มากๆๆ สนนราคาก็น่าจะ 60-70 บาทนะคะ อิ่มอร่อยเลยล่ะ

เมนูถัดมาที่ได้มีโอกาส เห็นหน้าตาแต่ไม่ได้มีโอกาสกิน คือ สเต๊กเนื้อ แบบ Medium rare คือ พินนี่กินเนื้อวัวไม่ได้ จานนี้เป็นพี่บอยสั่งมาค่ะ มีน้ำเกรวี่ราดด้วย พี่บอยบอกว่า เนื้อวัวเนื้อนุ่มมาก หอมและอร่อยสุดๆ เลยค่ะ ส่วน French Fries ที่มาคู่กันก็คลุกกับผงปาปริก้า อร่อยมากๆๆๆๆ เลยค่ะ

ถัดมาเป็นชาใบองุ่น พร้อม น้ำเชื่อม เอาไว้เติมเองสำหรับคนที่ต้องการให้มันหวานกว่านี้ เพราะเค้าจะมาแบบรสชาติดั้งเดิมเลยไม่ใส่น้ำเชื่อมหรืออะไรเลยแต่จะให้เราปรุงเองค่ะ อร่อยดีนะคะ แก้เลี่ยนได้ด้วย (ซึ่งก็เป็นเมนูเดิมกับที่พินนี่สั่งหนที่แล้ว ชอบมากแบบว่าติดใจ)

ถัดมาเป็นเมนูที่ไม่อยากให้พลาดเลยแม้แต่นิดเดียวค่ะ ถึงแม้ว่ามันจะจานเล็กมาก แถมราคาแพงตั้ง 300 บาท แต่รสชาตินี่เกินจะคุ้มค่าจริงๆ สำหรับ Foie Gras จานนี้ค่ะ เสิร์ฟ มาเป็นรูปหัวใจเลยค่ะ เสิร์ฟมาพร้อมหน่อไม้ฝรั่ง และแครอท มีขนมปังกรอบรองมาข้างใต้ พร้อมกับซอสองุ่น กลิ่นนี่หอมมากๆ เป็นตับที่เนื้อนุ่มมาก อร่อยเหาะจริงๆ ค่ะ ห้ามพลาดนะคะ

เมนูถัดมา สำหรับคนชอบอะไรแซ่บๆ ค่ะ สปาเก็ตตี้ สไปซี่ เบคอน เป็นอะไรที่อร่อยหอม มากกค่ะ แต่ก็เผ็ดมากๆ เช่นกัน ใครที่กินเผ็ดไม่ได้เลย แนะนำว่าห้ามสั่งเมนูนี้โดยเด็ดขาดค่ะเพราะมันเผ็ดมากเกินจะทนไหวค่ะ

ถัดมาสำหรับคนชอบชีสเยิ้มๆ คงต้องถูกใจกับ ลาซานญ่าหมูจานนี้เป็นแน่แท้ค่ะ เพราะว่า อร่อยนุ่ม ชีสเยิ้ม ถูกใจคอชีสซะเหลือเกิน

ส่วนจานนี้เป็นจานที่พินนี่ชอบที่สุดในบรรดาทุกจาน เพราะ แซลม่อนรมควัน นี่หอมมากๆ และน้ำสลัดก็อร่อยมากค่ะ กินแล้วกลมกล่อมเข้ากันสุดๆ อย่าบอกใคร จานนี้ห้ามพลาดเด็ดขาดนะคะกับ SMOKED SALMON SALAD ผัก ROCKET ค่ะ

และสำหรับคนที่อยากหาข้อมูลต่างๆ รวมไปถึงเส้นทางการเดินทางเกี่ยวกับ Huahin Hills Vineyard นะคะด้านล่างเลยค่า

Huahin Hills Vineyard


1 Moo 9, Baan Khork Chang Patana, Nong Plup, Huahin, Prachuap Khiri Khan 77110 Thailand

Phone: +6681-701-0222, +6681-701-0444, +6681-701-8874, +6681-701-8875

Fax: +6681-376-1474

Email: info@huahinhillsvineyard.com

Website : http://www.huahinhillsvineyard.com

Gallery : http://www.huahinhillsvineyard.com/2011/vineyard_gallery.php

Download Map : http://www.huahinhillsvineyard.com/2011/map/hhh_map.pdf

GPS: +12° 31′ 35.98″, +99° 42′ 45.70″

View :26979